โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 26

ตัวป่วนมาเยือน

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นเนยสดและวานิลลาที่ลอยอวนอยู่ในร้านเบเกอรี่ "Bake & Bloom" ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวรวินดารู้สึกหวานละมุนขึ้นมาได้เลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับหนักอึ้งเสียจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้น *กรุ๊งกริ๊ง* มัทนาไม่ได้มาคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น รอยยิ้มเยาะที่แต่งแต้มบนริมฝีปากฉาบลิปสติกสีแดงสดนั้น กำลังประกาศชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเพื่อเลือกซื้อเค้กชิ้นโปรดไปทานเล่นอย่างแน่นอน "อุ๊ย ร้านน่ารักดีนี่คะ ดา... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคุณรวินดาสินะคะ ถึงจะถูก" น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่มัทนาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์กระจกใส รวินดายืดตัวขึ้นเล็กน้อย เธอวางถาดใส่คุกกี้ในมือลงบนโต๊ะเตรียมของอย่างใจเย็น พยายามดึงสติและลมหายใจเข้าลึกที่สุดเพื่อควบคุมมือที่เริ่มสั่นเทาด้วยความโกรธ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รวินดาพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีก เธอลุกขึ้นยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง มีร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่สร้างมาจากหยาดเหงื่อ และที่สำคัญที่สุด... เธอมีดวงใจทั้งดวงอย่างน้องดลอยู่เคียงข้าง "ถ้าคุณมัทนามาเพื่อเลือกซื้อขนม เชิญเลือกดูได้ตามสบายค่ะ แต่ถ้ามาเพื่อจุดประสงค์อื่น เกรงว่าร้านของเราคงไม่มีพื้นที่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญนะคะ" รวินดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมพอที่จะทำรอยยิ้มบนหน้าของอีกฝ่ายกระตุกไปชั่วขณะ มัทนาหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ดวงตาสีเข้มกราดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบ ซึ่งกำลังนั่งระบายสีอยู่ตรงมุมเด็กเล่นด้านในร้าน น้องดลเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความฉงน ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากใครบางคนเสียจนมัทนาต้องแค่น้ำเสียงเยาะหยันออกมาดังกว่าเดิม "ปากคอเราะร้ายขึ้นพวกลูกหนี้ที่พยายามปีนป่ายขึ้นมาเป็นเจ้าคนนายคนสินะคะ ถึงว่าล่ะ... ถึงได้กล้าหอบลูกหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่นี่ คิดเหรอคะว่าผู้ชายระดับคุณภาคินเขาจะสนใจไยดีผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบคุณจริงๆ น่ะ?" มัทนาก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนรวินดารู้สึกฉุนจมูก มือเรียวบางภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีครีมกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นภาระ เป็นแค่ผู้หญิงที่เกาะสามีรวยกิน และถูกผลักไสอย่างไร้เยื่อใย ไหลวนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่รวินดาจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้หญิงคนนี้เห็นเด็ดขาด! "ถ้าคุณภาคินเขาจะสนใจหรือไม่สนใจ มันก็เป็นเรื่องระหว่างเราค่ะ... ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องเดือดร้อนวิ่งแจ้นมาเห่าหอนถึงที่นี่" รวินดาโต้กลับด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้น ความอดทนที่สั่งสมมาเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นมัทนาก้าวเท้าเดินเลี่ยงเคาน์เตอร์ตรงไปยังมุมที่น้องดลนั่งอยู่ "เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ!" รวินดาอุทานด้วยความตกใจ รีบถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าทันที "อุ๊ย ตายจริง... ฉันก็แค่อยากจะมาทำความรู้จักกับ 'เด็กคนนี้' ให้มากขึ้นก็เท่านั้นเองค่ะ" มัทนายิ้มเยาะ แกล้งทำเป็นมองข้ามหัวรวินดาไปสบตากับเด็กชายตัวน้อยที่เริ่มมีท่าทีหวาดกลัว "ไหนดูซิ... เด็กที่ใช้เป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากคุณคิน หน้าตาจะน่าเกลียดน่าชังเหมือนแม่มันแค่ไหนเชียว" "อย่ามาแตะต้องลูกฉันนะ!" รวินดากระชากเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเป็นแม่แผดเผาจนเธอพร้อมจะแลกด้วยทุกอย่างหากใครกล้าทำร้ายแก้วตาดวงใจ "แม่ฮะ..." เสียงเล็กๆ ของน้องดลดังขึ้นพร้อมกับมือป้อมๆ ที่ดึงชายเสื้อของรวินดาไว้ เด็กชายซบหน้าลงกับสะโพกของมารดาด้วยความกลัว รวินดารีบย่อตัวลงโอบกอดลูกชายไว้แนบอก หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บปวดแปลบราวกับถูกมีดกรีดซ้ำๆ เมื่อเห็นลูกต้องมาเผชิญกับความโหดร้ายของผู้ใหญ่ มัทนายืนมองภาพนั้นด้วยความสะใจ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความริษยาอาฆาต เธอกำลังจะอ้าปากพ่นคำดูถูกเหยียดหยามชุดใหม่ออกมาอีกระลอก ทว่า... *เอี๊ยดดด!—* เสียงเบรกของรถยนต์หรูราคาแพงที่จอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างกะทันหัน จนยางรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่น ดึงความสนใจของทุกคนในร้านให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูกระจกหน้าร้านถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงลมจากการเปิดประตูกระชากให้ม่านลูกไม้ปลิวไสว บรรยากาศภายในร้านที่อึดอัดอยู่แล้ว กลับดิ่งวูบลงไปจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยเย็นชา บัดนี้กลับบึ้งตึงดุจยมราช นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ภาคินกวาดสายตาคมกริบมองภาพตรงหน้า... อดีตภรรยาที่กำลังกอดลูกน้อยด้วยความหวาดระแวง และผู้หญิงอีกคนที่เขากำลังตามหาตัวเพื่อสะsางบัญชีชีวิตทั้งหมด "คุณคิน...!" มัทนาอุทานออกมาด้วยความตกใจ หน้าถอดสีในพริบตา เมื่อเห็นอดีตสามีของรวินดาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ทว่า ภาคินไม่ได้สนใจเสียงเรียกของมัทนาเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่คมของเขาเลื่อนต่ำลง... หยุดนิ่งอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของรวินดา ใบหน้าจิ้มลิ้ม จมูกรั้น และโดยเฉพาะดวงตากู่นั้น... ที่สะท้อนเงาของเขาอย่างชัดเจนราวกับส่องกระจก หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กระตุกวูบอย่างแรง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด พรั่งพรูเข้าใส่หัวใจจนชาหนึบ ในวินาทีนั้นเอง ที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งร้าน รวินดากอดลูกแน่นขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ขณะที่ภาคินก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว... พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือที่ยับยู่ยี่จากการถูกกำไว้แน่น... ผลตรวจ DNA ที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาแล้ว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — *กระจกเงาสะท้อนใจ*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%