โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 27

ความเด็ดขาดของคุณแม่

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายความอวดดีของมัทนากำลังลอยอบอวลอยู่ในห้องรับแขกหรูหราแห่งนี้ ราวกับเธอยังเป็นเจ้าของอภิสิทธิ์เหนือทุกสิ่งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากคู่นั้นถูกส่งมาให้รวินดาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ขณะที่ร่างระหงในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า โดยมีสายตาคมปลาบของรวินดาจับจ้องมองด้วยความนิ่งสงบ—ความสงบที่ไม่ได้แปลว่ายอมจำนน หากแต่เป็นความนิ่งก่อนที่พายุคลั่งจะโหมกระหน่ำ "ฉันก็นึกว่าเธอจะเก่งกล้าสามารถมาจากไหน ที่แท้ก็ยังต้องเกาะชายผ้าคนอื่นกินเหมือนเดิมสินะคะคุณรวินดา..." เสียงแหลมสูงเอื้อnเอ่ยขึ้นด้วยถ้อยคำดูแคลน พร้อมกับสายตาที่กวาดมองเครื่องแต่งกายเรียบง่ายแต่ทรงพลังของรวินดาอย่างเหยียดหยาม "คิดว่าหอบลูกหนีไปแล้วชีวิตจะดีขึ้นหรือคะ สุดท้ายก็ต้องกลับมาวนเวียนขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนเดิม... น่าสมเพชจริงๆ ค่ะ" ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่ใช่ความหวาดกลัว รวินดายังคงนั่งไขว่ห้างหลังตรงสง่างาม แววตาคู่คมที่เคยเปี่ยมด้วยน้ำตาแห่งความอ่อนแอในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมัทนาเริ่มเจื่อนลงทีละน้อย "ถ้าความหมายของการมีชีวิตที่ดีในสายตาของคุณ คือการต้องคอยวิ่งไล่แย่งชิงสามีชาวบ้านโดยไม่สนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์... ฉันคงต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ที่คุณสอบผ่านตำแหน่งนั้นด้วยคะแนนเต็มร้อย" เสียงหวานทุ้งเอ่ยออกมาเรียบๆ แต่ทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับกรีดลงบนเนื้อสดๆ รวินดาก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด ปล่อยให้รัศมีแห่งความเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่านออกมารอบตัว "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะมัทนา ว่าผู้หญิงที่ชื่อรวินดาคนเดิม ได้ตายไปตั้งแต่วันที่คุณกับผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นร่วมมือกันเหยียบย่ำหัวใจฉันแล้ว ตอนนี้... ฉันไม่ใช่เหยื่อให้ใครมาจิกหัวใช้ได้อีก และที่สำคัญที่สุด... ที่นี่ ไม่ใช่ที่สำหรับคนไร้ยางอายอย่างคุณจะมายืนพ่นพิษใส่!" "นี่เธอ...!" มัทนาหน้าถอดสีด้วยความโกรธจัด มือเรียวสั่นเทาด้วยความแค้นที่ถูกตบหน้ากลางอากาศด้วยวาจา "กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้! คิดว่ามีใครหนุนหลังแล้วจะกร่างได้งั้นเหรอ!" "คนที่ควรจะถามคำถามนั้น... คือคุณต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจและเย็นเยียบดังแทรกขึ้นจากทางประходуทางเข้า ร่างสูงสง่าของภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม แววตาคมกริบที่เคยมีความเย็นชาฉาบอยู่ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ความกดดันมหาศาลแผ่กระจายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที มัทนาสะดุ้งสุดตัว หันไปมองอดีตสามีของรวินดาด้วยแววตาตื่นตระหนก ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด "คุณคินคะ... คือว่าผู้หญิงคนนี้เธอด่าฉันก่อน..." "หุบปากซะ!" ภาคินตวาดลั่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์จนมัทนาผถอยหลังกรูด "ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาเหยียบที่นี่อีก! หูหนวกหรือว่าสมองเสื่อม ถึงได้จำคำเตือนของฉันไม่ได้!" "แต่คินคะ ฉันแค่ว..." "ฉันบอกให้ไสหัวไปไง!" ประธานหนุ่มตะคอกซ้ำด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความเดือดดาล "อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังจัดการกับผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอ! ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!" มัทนากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความอัปยศอดสูพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ เธอมองหน้าภาคินที่ไม่มีเยื่อใยหลงเหลือให้อีกแล้ว ก่อนจะหันมามองรวินดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียเฉยไร้ความรู้สึก เธอรู้ดีว่าไม่มีทางเอาชนะในสถานการณ์นี้ได้ จึงจำใจต้องสะบัดหน้าหนีและสาวเท้าก้าวออกจากบ้านหลังนั้นไปด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก เมื่อร่างของมัทนาลับสายตาไป ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภาคินหันกลับมาหารวินดา สีหน้าที่เคยดุด้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นและสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีที่ดูราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่ทำผิดและกลัวว่าเจ้าของจะโกรธ "ดา... คุณ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ" ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือหนาพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่บางของเธอ แต่รวินดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนี้กลับให้ความรู้สึกราวกับอยู่คนละโลก "อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นั้นค่ะคุณภาคิน" รวินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่กลับเย็นชาเสียจนน่ากลัว "และกรุณาจำใส่ใจไว้ด้วยนะคะ ว่าบ้านหลังนี้... เป็นสิทธิ์ขาดของฉัน ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาออกคำสั่งไล่ใครตามใจชอบ" "ดา... ผมแค่..." "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ" รวินดาตัดบทด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอปรายตามองเขาเพียงชั่วพริบตาก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ภาคินยืนเคว้งคว้างอยู่เบื้องล่างด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้ในอดีตมันมากมายมหาศาลเกินกว่าจะไถ่ถอนด้วยคำขอโทษง่ายๆ ทว่า... ในจังหวะที่รวินดากำลังก้าวขึ้นไปถึงชานพักบันไดชั้นสอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นจากห้องนอนของลูกชาย "คุณแม่ขา! น้องดลต่อเลโก้เสร็จแล้ว สูงเท่าตึกใบหยกเลยครับ!" ร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบวิ่งออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์นิยมมาจากผู้เป็นพ่อราวกับแกะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของภาคินที่ยืนอยู่ด้านล่างกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คือรอยยิ้มและลักยิ้มที่มุมปากข้างขวา... รอยยิ้มเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน รวินดาย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กของลูกชายไว้แนบอก รอยยิ้มอ่อนโยนที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาเลยสักครั้งถูกมอบให้กับเด็กชายคนนั้น "เก่งจไหนล่ะครับคนดีของแม่..." ภาคินยืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กชายที่หันมามองเขาพอดี... วินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่พุ่งชนหน้าอกอย่างจังจนเขาแทบหายใจไม่ออก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับดราม่าบทนี้ด้วยกันนะคะ — *กระจกเงาสะท้อนใจ*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%