โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 11

การเดินทางสู่เป้าหมาย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ไม่ได้ทำให้หัวใจของภาคินรู้สึกเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับตอกย้ำความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังกัดกินห้องทำงานส่วนตัวของเขาในยามวิกาล ประธานหนุ่มผู้เคยควบคุมทิศทางธุรกิจหลายหมื่นล้านด้วยปลายนิ้ว กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับกระดาษแผ่นเดียวที่ภรรยาเก่าทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ใบหย่า คำนี้มันกรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อหัวใจของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนด้านชา แต่ทุกครั้งที่นึกถึงแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งประกายความหวังและหยาดน้ำตาของรวินดาในวินาทีที่เธอเดินหันหลังให้ ภาคินก็รู้สึกราวกับมีใครเอามีดมาคว้านเนื้อสดๆ ของเขาออกไป "คุณผู้ชายคะ... เอกสารการจองเที่ยวบินและกำหนดการเดินทางส่วนตัว พร้อมแล้วค่ะ" เลขาฯ สาวหน้าห้องก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ เธอวางแท็บเล็ตลงอย่างระมัดระวังราวกับกลัวจะไปสะกิดอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังคุโชนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น ภาคินไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าจอ เขาเงยหน้าขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาคมกริบดارลึกเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว "ยกเลิกการประชุมทั้งหมดในสัปดาห์นี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความลังเล "ฉันจะบินไปที่นั่นด้วยตัวเอง" "เอ่อ... แต่ว่าท่านประธานคะ ทางกลุ่มทุนจากยุโรปกำลังจะ..." "ฉันบอกว่าให้ยกเลิก!" ภาคินตวาดกร้าว นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์จนเลขาฯ ต้องรีบก้มหน้าถอยกรูดออกไปจากห้องทันที ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรักษาอาณาจักรธุรกิจไว้ได้ หากเจ้าของอาณาจักรกลับสูญสิ้นลมหายใจและจิตวิญญาณไปหมดแล้ว รวินดาคิดว่าเธอจะหนีเขาพ้นอย่างนั้นหรือ? คิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบไกลโพ้นจะทำให้เธอเป็นอิสระจากความผิดบาปที่เขาต้องชดใช้หรืออย่างไร? ไม่มีทาง... รวินดาเป็นของเขา แม้แต่เงาก็ต้องเป็นของเขา! ความเย่อหยิ่งและทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความคลุ้มคลั่งของอดีตสามีผู้สำนึกบาปสายเกินแก้ ภาคินไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่ามัทนาจะกรีดร้องโวยวายแค่ไหนเมื่อรู้ว่าเขาตัดขาดเธออย่างไร้เยื่อใย หรือใครจะมองว่าเขาเสียสติ ผู้ชายที่เคยปล่อยให้ภรรยาต้องนอนร้องไห้ลำพังบนเตียงกว้างอย่างไร้ค่าอย่างเขา ในตอนนี้พร้อมจะพลิกแผ่นดินตามล่าผู้หญิงคนเดียวที่กุมหัวใจของเขากลับคืนมา แม้จะต้องคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนริมฝ่าเท้าของเธอก็ตาม เครื่องบินเจ็ตส่วนทะยานผ่านผืนเมฆสีดำทะมึนตัดผ่านขอบฟ้า มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่เขาไม่เคยใส่ใจจะจำชื่อมันด้วยซ้ำในอดีต ตลอดการเดินทางสิบกว่าชั่วโมง ภาคินแทบไม่แตะต้องอาหารหรือหลับตาลงเลย ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาหลอกหลอนราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันแรกที่รวินดาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยรอยยิ้มเขินอาย วันที่เธอถือใบตรวจครรภ์ด้วยความดีใจจนตัวสั่น แต่เขากลับปัดมันตกพื้นพร้อมกับคำพูดใจร้ายว่า *'เธอคิดเหรอว่าเด็กคนนี้จะมีค่าพอจะผูกมัดฉันไว้ได้?'* น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินเงียบๆ ในความมืดของห้องโดยสาร *รวินดา... ผมกำลังไปหาคุณแล้วนะ ดา... โปรดให้อภัยคนเลวคนนี้สักครั้งเถอะ* เมื่อล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ ความหนาวเหน็บของเมืองชายทะเลต่างแดนก็พัดปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายทันที ภาคินในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวลงจากเครื่องด้วยท่าทางองอาจเย่อหยิ่งเช่นเคย แม้ภายในใจจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา เขาขึ้นรถยนต์เช่าคันสีดำทึบที่จัดเตรียมไว้ มุ่งตรงไปยังที่อยู่สุดท้ายที่สายสืบรายงานมา—บ้านพักหลังเล็กปลายแหลมติดหน้าผา ที่ซึ่งรวินดาใช้เป็นสถานที่เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกชาย รถยนต์เคลื่อนตัวผ่านถนนคดเคี้ยวเลียบชายฝั่ง ทัศนียภาพสองข้างทางเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ แต่สำหรับภาคินแล้ว บรรยากาศรอบตัวช่างน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออก หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนดังสะท้อนอยู่ในหู มือหนาที่กำพวงมาลัยชื้นเหงื่อ ความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมีหายวับไปกับตา เมื่อเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ความกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลก็ยิ่งกัดกินขั้วหัวใจ รถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวสไตล์โคซี่ รอบบ้านรายล้อมไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกไว้อย่างประณีต สะท้อนถึงความใส่ใจและรสนิยมอันอ่อนโยนของเจ้าของบ้าน ภาคินดับเครื่องยนต์ นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยชั่วครู่เพื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป ก่อนจะผลักประตูรถแล้วก้าวขาลงไปยืนบนพื้นดินที่สั่นเทาเล็กน้อย ก้าวแรกที่เดินเข้าไปใกล้รั้วไม้เตี้ยๆ หัวใจของเขากลับกระหน่ำเต้นราวกับจะทะลุออกมานอกอก เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินดังคลอไปกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา ภาคินยกมือขึ้นเคาะประตูกลางบ้านเบาๆ สองครั้ง รอคอยด้วยความหวาดหวั่นว่าใครจะมาเปิด ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน... เขารอสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเคาะซ้ำอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย *แอ๊ด...* เสียงบานประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านใน ภาคินกลั้นหายใจ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความคาดหวังที่จะได้สบตากับดวงหน้าหวานซึ้งที่เขาโหยหามาแรมปี แต่ทว่า... ใบหน้าที่ปรากฏอยู่หลังบานประตู กลับไม่ใช่รวินดา ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมไหมพรมสีครีมยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋ว จมูกรั้น และริมฝีปากหยักได้รูปที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... ภาพนั้นทำให้ภาคินราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแกลบอย่างจัง สมองขาวโพลน ขาทั้งสองข้างแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น "คุณปู่... เอ๊ย! คุณน้าฮะ มาหาใครเหรอฮะ?" เสียงใสแจ๋วเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา ขณะที่มือเล็กๆ กำชายเสื้อยืดไว้แน่น ภาคินอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่สะท้อนเงาของเขาเองอย่างชัดเจนราวกับส่องกระจกเงา แล้วเสียงฝีเท้านุ่มนวลพร้อมกับน้ำเสียงหวานคุ้นหูกอดรัดหัวใจก็ดังแทรกมาจากด้านในบ้าน... "ดลคะ ลูกคุยกับใครอยู่เหรอจ๊ะ...?" ************************************************** แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%