โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 10

เด็กชายผู้มีรอยยิ้มคุ้นตา

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดฟุ้งกระจายเคล้ากับกลิ่นขนมปังอบใหม่ภายในคาเฟ่สไตล์มินิมอล ทว่าบรรยากาศผ่อนคลายเหล่านั้นกลับไม่ได้ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของภาคินเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ ออกไปยังเบื้องนอกที่ผู้คนกำลังเดินขวักไขว่ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะคุ้ม The Great Wall ประจำตัวเขามาตลอดหลายปี ดูเหมือนจะเริ่มร้าวราญลงทุกที นับตั้งแต่วันที่เขาบังเอิญได้เห็นรวินดาอีกครั้ง—อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าตนเองสลัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย "คุณภาคินคะ เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้ ฝ่ายการตลาดส่งมาให้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วค่ะ" เลขานุการสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างระมัดระวัง ภาคินไม่แม้แต่จะชายตาแลเอกสารตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะลงกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความกระวนกระวายใจที่เขาพยายามกดเอาไว้ภายใต้ท่าทีนิ่ง100เปอร์เซ็นต์ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ฟุตบาทฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อมในสวนสาธารณะสาธารณะประจำย่าน ที่นั่น... มีภาพที่ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กระตุกวูบอย่างประหลาด เด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสามขวบ ร่างป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อด้วยรอยยิ้มกว้าง เสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างดังแว่วมาจนถึงข้างในร้าน แม้ระยะทางจะค่อนข้างไกล แต่โครงหน้าและรอยยิ้มของเด็กชายคนนั้น... ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับรูปถ่ายในวัยเด็กของตัวเขาเองเสียเหลือเกิน จนราวกับกำลังส่องกระจกมองอดีตของตนเอง "เด็กคนนั้น..." ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ภาพของรวินดาในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง ผู้หญิงที่เขาเคยผลไสไสส่งด้วยคำพูดที่แสนจะใจร้าย เพียงเพราะหลงเชื่อคำลวงของมัทนา หญิงสาวผู้สร้างภาพลวงตาว่าบริสุทธิ์ ดาไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยในวันที่เธอเดินจากไป... นอกจากความเงียบงันและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย แล้วทำไม... เด็กชายคนนั้นถึงมีอายุราวสามขวบ? ตัวเลขในอดีตประเดประดอนเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง ช่วงเวลาที่รวินดายื่นใบหย่าให้เขา เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เธอย้ายออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปอย่างไร้ร่องรอย และถ้าคำนวณจากอายุของเด็กชายคนนั้น... "ไม่... เป็นไปไม่ได้" ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในอก แต่ความจริงที่ถูกปะติดปะต่อขึ้นมากลับยิ่งทำให้ลมหายใจสะดุด รวินดาท้องอย่างนั้นหรือ? เธอกล้าซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อได้อย่างไรกัน! เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเลขานุการสาวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ "คุณภาคินคะ จะไปไหนหรือคะ การประชุมภาคบ่ายกำลังจะเริ่มแล้วนะคะ..." เสียงเรียกของเธอถูกละเลย ภาคินก้าวเท้าฉับๆ ออกจากคาเฟ่ ข้ามถนนโดยไม่สนใจเสียงแตรรถที่บีบเตือนด้วยความฉุนเฉียว สายตาของเขาล็อคเป้าหมายอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยคนนั้น ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งไปซบอยู่ในอ้อมกอดของมารดาผู้คุ้นตา รวินดาก้มลงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ลูกชายด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มที่เธอมอบให้เด็กน้อยช่างอบอุ่นและงดงาม—รอยยิ้มแบบที่เขาไม่เคยได้รับมันมานานนับปี รัศมีของความเข้มแข็งแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ ผู้หญิงคนที่เคยอ่อนแอจนน่าสมเพช บัดนี้กลับยืนหยัดอย่างสง่างามด้วยพลังแห่งความเป็นแม่ ภาคินหยุดยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเด็กชายคนนั้นหันมาสบตาเข้ากับเขาพอดี ดวงตากลมโตคู่นั้น... จ้องมองเขาอย่างไร้เดียงสา ก่อนที่เด็กน้อยจะเอียงคอแล้วเอ่ยเรียกมารดาด้วยเสียงใสแจ๋วที่กรีดแทงหัวใจอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งจนแหลقสลาย "คุณแม่ครับ... คุณลุงคนนั้น มองพวกเราทำไมเหรอครับ?" รวินดาชะงัก เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอกลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถาม ความสำนึกผิด และร้าวรานใจอย่างที่สุดของอดีตสามี แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%