โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 2

ความจริงที่ถูกซ่อน

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันน่าอดสูของคลินิกเวชกรรมขนาดเล็ก ยิ่งตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่กำลังกัดกินหัวใจของรวินดาให้แหลกสลายลงไปอีกระลอก กระดาษแผ่นเล็กในมือสั่นเทาตามแรงสะท้อนของก้อนเนื้อในอก ตัวอักษรสีดำบนใบผลตรวจยืนยันสถานะที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในห้วงเวลาแห่งความวิกฤตเช่นนี้—*ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์* แปดสัปดาห์... ช่วงเวลาเดียวกับที่คอยตอกย้ำว่าค่ำคืนอันแสนโหดร้ายและไร้ซึ่งความปรานีในห้องนอนใหญ่หลังนั้น ทิ้งร่องรอยชีวิตใหม่อันบริสุทธิ์ไว้ในร่างของเธอ รวินดาแค่นหัวเราะให้กับความตลกร้ายของโชคชะตา ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างยาวนานจนบวมช้ำ ปรากฏแววตาแข็งกร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการคลื่นไส้ที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ก่อนจะพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างมิดชิด ความลับนี้... จะไม่มีวันหลุดรอดไปถึงหูของภาคินเด็ดขาด "คุณรวินดาคะ เชิญพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการดูแลครรภ์เบื้องต้นได้เลยค่ะ" เสียงพยาบาลสาวเรียกชื่อเธอเบา ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "ไม่ต้องค่ะ... ฉันเข้าใจดีทุกอย่างแล้ว ขอบคุณมากนะคะ" รวินดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบพยุงร่างไม่ไหว แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ร่างระหงก้าวเดินออกจากคลินิกด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยว แววตาที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตา ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้าง เธอบดกรามเข้าหากันแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน ในเมื่อภาคินเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ เป็นผู้หญิงไร้ค่าที่เขาพร้อมจะเหยียบย่ำให้จมดินเพื่อความสะใจ และเป็นเพียงตุ๊กตาประดับบ้านที่เขาพร้อมจะเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ เช่นนั้นแล้ว... ลูกในท้องคนนี้ ก็จะไม่มีวันได้รู้จักผู้ชายใจร้ายคนนั้นอย่างแน่นอน รวินดากลับมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บราวกับห้องขัง ความเงียบงันภายในบ้านตอกย้ำความจริงที่ว่า เธอกำลังเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง มัทนา หญิงสาวผู้เข้ามาทำลายครอบครัวของเธอ ได้รับความโปรดปรานจากภาคินจนออกนอกหน้า ภาพบาดตาบาดใจที่เธอต้องทนเห็นมานานหลายเดือน ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยเผาผลาญความรู้สึกที่เคยมีให้มอดไหม้จนไม่เหลือชิ้นดี "อ้าว อยู่บ้านหรอกเหรอ นึกว่าออกไปเที่ยวล้างผลาญเงินของคุณคินที่ไหนซะอีก" เสียงแหลมสูงของมัทนาดังขึ้นที่โถงทางเดิน หญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย แววตาคู่คมกวาดมองรวินดาด้วยความเหยียดหยาม "ช่วงนี้ทำตัวเงียบผิดปกตินะ หรือว่ารู้ตัวแล้วว่าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมกับคุณคินในบ้านหลังนี้อีกต่อไป" รวินดานิ่งงัน เธอมองหน้าผู้หญิงที่เข้ามาแย่งชิงทุกอย่างไปจากชีวิตด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งน้ำตา ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องฟูมฟายดังเช่นอดีต ความเจ็บปวดที่สะสมมานานนับปี บัดนี้ได้ถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง "ถ้าความสุขของคุณคือการได้เศษซากที่ฉันไม่ต้องการแล้ว ก็เชิญตามสบายนะคะ" รวินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบจนมัทนาชะงักไปชั่วขณะ "เพราะอีกไม่นาน... ฉันจะคืนตำแหน่ง 'คุณนายภาคิน' ให้คุณแบบเต็มใจเลยค่ะ" มัทนากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย ปกติแล้วรวินดาจะต้องร้องไห้ฟูมฟายหรือวิ่งเข้าไปตบตีด้วยความหึงหวง แต่นี่... รอยยิ้มมุมปากของรวินดากลับดูน่ากลัวและยากจะคาดเดaะยิ่งกว่าเดิม ดึกสงัดของคืนนั้น รวินดานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แสงไฟสลัวสะท้อนเงาในกระจกเงาเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวแต่นิ่งสงบ มือเรียวบางลูบไล้หน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างทะนุถนอม ความรู้สึกผิดบาปที่กลัวว่าลูกจะไม่มีพ่อถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของซาตานอย่างภาคิน เอกสารการหย่าที่เธอแอบร่างขึ้นเอง พร้อมทั้งตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวปลายทางต่างประเทศถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยในแฟ้มสีดำ เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่เธอแอบถอนออกมาจากบัญชีส่วนตัวเพียงพอที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกน้อยได้ในดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักพวกเขา "แม่จะพาหนูหนีไปให้ไกลที่สุดนะลูก... ไกลจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น ไกลจากความเจ็บปวดทั้งหมดนี้" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแออีกต่อไป แต่มันคือหยดน้ำตาแห่งคำปฏิญาณ ทว่า... ราวกับโชคชะตาจงใจกลั่นแกล้ง ทันทีที่รวินดาเก็บแฟ้มเอกสารใส่กระเป๋าเดินทาง เสียงรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น เสียงประตูรถปิดลงอย่างแรง ตามด้วยฝีเท้าหนัก ๆ ที่ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยความเร่งรีบและกลิ่นอายแอลกอฮอล์จาง ๆ ภาคินกลับมาดึกกว่าปกติ และดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขายิ่งกว่าระเบิดเวลา! รวินดาสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ เธอยังไม่ทันได้ซ่อนกระเป๋าเดินทาง ประตูห้องนอนก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของสามีผู้เย็นชา ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบดุดันราวกับพญายมจ้องมองมาที่เธอกับกระเป๋าเดินทางใบโตบนเตียงสลับกัน กรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น รังสีความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศแทบหายใจไม่ออก "เธอคิดจะไปไหน... รวินดา!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอด้วยแรงบีบมหาศาลจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด "ดึกดื่นแบบนี้... คิดจะหนีฉันไปไหน หืม!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของรวินดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปค่ะ — **กระจกเงาสะท้อนใจ**
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%