โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 32

พ่อลูกผูกพัน

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“นี่มัน... หมายความว่ายังไง!” เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบเย็นชา บัดนี้สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ภาคินกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจของเขากำลังเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ภาพของเด็กน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านภาพเมื่อครู่ฉายซ้ำเข้ามาในหัวราวกับถูกฉายโปรเจกเตอร์ ชื่อบิดาที่ปรากฏบนใบรับรองแพทย์... มันคือชื่อของเขา ภาคิน อัครเดชโภคิน! “คุณคินคะ...” รวินดายืนอยู่ที่ขอบประตู ร่างบางที่เคยอ่อนแอในสายตาเขา บัดนี้กลับยืนหยัดอย่างมั่นคง สายตาที่มองมาไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก “มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาทวงถามในตอนนี้ค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือน้องดลป่วย และเขาต้องการการดูแล” ภาคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอยู่เสมอ บัดนี้กลับแดงก่ำไปด้วยความสับสนและหยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด “ทำไม... ทำไมดาถึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ทำไมถึงปล่อยให้ผมโง่เง่าไม่รับรู้อะไรเลยตลอดสามปี!” “เพราะคุณไม่เคยให้พื้นที่สำหรับลูกไงคะ” รวินดาตอบสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบขาด “คุณให้ได้แค่ความเฉยเมย และความดูถูกว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่หวังจะจับคุณ ถ้าวันนั้นฉันบอกคุณ คิดเหรอคะว่าคุณจะเชื่อ... หรือคุณจะแค่โยนเงินฟาดหัวแล้วบอกให้ฉันไปทำแท้ง!” ประโยคนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงกลางใจชายหนุ่ม ภาคินก้าวถอยหลังราวกับถูกผลัก เขารู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่เขาอาจจะทำจริงๆ ในเวลานั้น ความทิฐิที่เขามีมันสูงเสียดฟ้า จนเขามองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังมาจากในสวนขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้องนั่งเล่น ภาคินเบนสายตาออกไปมอง น้องดลกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อด้วยรอยยิ้มที่กว้างจนตาหยี เด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวของผู้ใหญ่ ไม่รู้เลยว่าคนที่เขาเรียกอย่างสนิทสนมว่า 'คุณอาใจดี' แท้จริงแล้วคือผู้ให้กำเนิดที่เขามองหามาตลอด “น้องดลครับ มานี่มาลูก” ภาคินขานเรียก เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เด็กชายหยุดวิ่ง แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา มือเล็กๆ จับชายเสื้อเชิ้ตราคาแพงของภาคินไว้แน่น “คุณอาคินฮะ... ผีเสื้อตัวนั้นบินหนีไปแล้วล่ะฮะ ดลจับไม่ได้เลย” ภาคินทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าลูกชาย สัมผัสถึงความอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กที่เตะจมูก มันเป็นกลิ่นหอมที่เขาสูญเสียโอกาสที่จะได้ดมมันมาตลอดชีวิต เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไป เด็กคนนี้จะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ “เดี๋ยวอาคินช่วยจับนะครับ... ไม่สิ ไม่ต้องจับหรอก ปล่อยให้มันบินไปนะคนเก่ง” ภาคินพูดพลางซ่อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียใจไว้ข้างหลังศีรษะของเด็กน้อย “ดลครับ... ถ้ามีคนบอกว่าอาคือพ่อของดล ดลจะเชื่อไหมครับ?” น้องดลเอียงคอทำตาแป๋ว “พ่อคือคนที่รักดลกับแม่ใช่ไหมฮะ? ถ้าคุณอาใจดีกับแม่ และรักดล ดลก็อยากให้คุณอาเป็นพ่อฮะ” ประโยคใสซื่อที่ไร้เดียงสานั่นกลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงใจคนเป็นพ่อจนเลือดซิบ ภาคินดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น อ้อมกอดที่เขาทุ่มเทความอบอุ่นลงไปอย่างหมดหัวใจ ราวกับกำลังถ่ายโอนความสำนึกผิดทั้งหมดที่มีลงไปในร่างเล็กๆ นั้น รวินดายืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ น้ำตาที่เคยกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นออกมา ความแค้นที่เธอเคยวาดฝันไว้ว่าจะใช้เพื่อทำลายเขา เริ่มสั่นคลอนด้วยความรักที่ลูกชายมีต่อพ่อของเขาเอง เธอจะทำอย่างไร... จะพาลูกหนีไปจากผู้ชายคนนี้ได้อีกครั้ง หรือจะปล่อยให้ความอบอุ่นจอมปลอมนี้เยียวยาแผลใจที่ไม่มีวันหายดี เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ภาคินยังคงนั่งเล่นกับน้องดลไม่ห่าง เขาอ่านนิทาน ร้องเพลงกล่อม และจัดแจงป้อนข้าวให้เด็กน้อยด้วยมือของเขาเอง ทุกท่วงท่าดูงุ่มง่ามแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ รวินดาที่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ รู้สึกได้ว่า กำแพงในใจที่เธอสร้างไว้เริ่มมีรอยร้าว “ผมจะไม่มีวันยอมปล่อยคุณกับลูกไปอีกแล้ว” ภาคินพูดขึ้นลอยๆ ขณะที่ลูกชายนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของเขาบนโซฟา “ไม่ว่าดาจะโกรธผมแค่ไหน จะเกลียดผมเพียงใด ผมจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดพิสูจน์ให้เห็น ว่าผมคือคนที่จะดูแลครอบครัวนี้ได้ดีที่สุด” รวินดาเดินเข้าไปใกล้ เตรียมจะรับลูกชายจากอ้อมแขนเขา แต่ภาคินกลับกระชับกอดแน่นขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันราวกับนักล่าที่พบสิ่งที่หวงแหนที่สุด “คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจคนเดียวอีกแล้วค่ะคุณภาคิน เรื่องนี้...” ยังไม่ทันที่รวินดาจะพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและร้อนรน จนรวินดาต้องชะงัก “คิน! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!” เสียงของมัทนาดังทะลุเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของรวินดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อภาคินผุดลุกขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและโทสะที่พุ่งพล่านเมื่อรู้ว่าใครมาเยือน ภาคินก้าวเดินไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว เขาเปิดประตูออกกว้าง ปะทะเข้ากับร่างของมัทนาที่แต่งตัวจัดจ้านในชุดเดรสราคาแพง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นภาคินยืนอยู่กับรวินดา และเห็นร่างเด็กชายที่นอนหลับอยู่บนโซฟาภายในบ้าน “นี่มันอะไรกันคะคิน! บอกฉันมานะ ว่าทำไมเด็กนั่นถึง...” มัทนาชี้หน้าเด็กชายด้วยความโกรธแค้น แต่นิ้วของเธอยังไม่ทันจะจรดลงที่เป้าหมาย ภาคินก็คว้าข้อมือของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่แทบจะหักกระดูก “อย่าได้แตะต้องลูกชายของฉัน มัทนา” ภาคินขู่เสียงต่ำ แววตาของเขาไร้ซึ่งความเมตตา “ถ้าแกกล้าทำอะไรเขาแม้แต่นิดเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” รวินดายืนอึ้งอยู่เบื้องหลัง เมื่อเห็นภาคินประกาศก้องเช่นนั้นต่อหน้าศัตรูหัวใจ... แต่ทว่า ในวินาทีที่ความวุ่นวายกำลังปะทุ เสียงโทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้นที่โต๊ะรับแขก ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขากระตุกวูบ มันคือสายเรียกเข้าจาก 'โรงพยาบาล' และข้อความที่เด้งขึ้นมาพร้อมกันนั้นระบุว่า... *“ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมเรียบร้อยแล้วค่ะคุณภาคิน... แต่พบความผิดปกติที่น่ากังวลเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กน้อยที่อาจต้องปรึกษาคุณเป็นการด่วน!”* ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปของตัวละครนะคะ กระจกเงาสะท้อนใจสัญญาว่าจะพาไปถึงตอนจบที่สะใจที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%