กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ดูจะเบาบางไปถนัดใจ เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
ภาคินไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะต้องมายืนรอคอยความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทิฐิอันค้ำคอ บัดนี้กลับแดงก่ำ ไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด หวาดกลัว และโหยหาอย่างสุดซึ้ง ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามราวกับพญาอินทรี กลับดูทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขอบตาคล้ำดำจากการไม่ได้นอน และสูทราคาแพงที่ยับยู่ยี่บ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับภาพลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป ตั้งแต่วันที่รู้ว่าตนเองเกือบทำลายครอบครัวที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง
“ดา...” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ภาคินขยับกายเข้าหาช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายหายไปหากเขาทำรุนแรงเกินไป
รวินดายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน เธอไม่ได้ถอยหนี แต่สายตาที่ทอดมองอดีตสามีนั้นว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย ความอ่อนแอและน้ำตาแห่งความชอกช้ำที่เคยมีในอดีต ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง ร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปดูสง่างามและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเธอกับผู้หญิงคนเดิมที่เคยยอมจำนนต่อทุกอย่างอย่างสิ้นเชิง
“หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะคุณภาคิน” น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ขัดจังหวะก้าวเท้าของเขาไว้ได้อย่างชะงักงัน “อย่าล้ำเส้นเข้ามาใกล้มากกว่านี้เลยค่ะ พื้นที่ตรงนี้... ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้าอย่างคุณ”
คำว่า ‘คนแปลกหน้า’ กรีดลึกลงไปในกลางใจของภาคินราวกับมีใครเอาของมีคมมาเชือดซ้ำๆ เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองผ่านไหล่บางของเธอไปยังร่างเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลัง
ดวงตากลมโตคู่ใสแจ๋วที่กำลังมองลอดชายเสื้อสูทของมารดาออกมา เป็นสิ่งเดียวที่หยุดลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ในเสี้ยววินาที
เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น... มันคือพิมพ์เดียวกับเขาราวกับถอดแบบออกมาจากกระจกเงา ไม่มีผิดเพี้ยน แม้กระทั่งท่าทีระแวดระวังและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันยามไม่พอใจ ก็ยังถ่ายทอดพันธุกรรมความดื้อรั้นของเขามาอย่างครบถ้วน ผลตรวจ DNA ในซองเอกสารที่เขาถือติดมือมาตลอดทางจึงกลายเป็นสิ่งไร้ความหมายไปในทันที เพราะภาพสะท้อนตรงหน้ามันชัดเจนเสียยิ่งกว่ากระดาษแผ่นใดบนโลกใบนี้
“น้องดล...” ภาคินพึมพำชื่อนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น หัวใจของคนเป็นพ่อกระชากวูบอย่างรุนแรง ความรักและความผูกพันที่ไม่ได้สร้างเงื่อนไขพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอกจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
ชายหนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ นั่งคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพง เพื่อลดระดับความสูงของตัวเองลงไม่ให้ดูคุกคามเด็กน้อย เขายื่นมือหนาสั่นเทาออกไปข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ รอยยิ้มฝื่อนเฝื่อนที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกพยายามสื่อถึงความอ่อนโยนที่สุดในชีวิตเท่าที่ผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งจะทำได้
“มาหาพ่อสครับ... เอ๊ย มาหาพ่อนะครับลูก” ภาคินเกือบหลุดคำพูดที่คุ้นเคย แต่เมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของรวินดาก็ต้องเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน
ทว่า ปฏิกิริยาของเด็กชายตัวน้อยกลับทำให้หัวใจแกร่งของมหาเศรษฐีหนุ่มหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
น้องดลไม่ได้ก้าวเข้ามาหาอ้อมแขนที่อ้าคอยินดีต้อนรับนั้นเลย ตรงกันข้าม ร่างเล็กๆ กลับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นกลัว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าที่ดูน่ากลัวและมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าพยายามเอื้อมมือมาหา เด็กชายถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังเล็กๆ แนบติดกับเรียวขาของมารดา ก่อนจะซุกหน้าลงกับสะโพกของเธอแน่น มือป้อมๆ ทั้งสองข้างกำชายเสื้อผ้าของรวินดาราวกับมันคือสิ่งเดียวที่จะปกป้องเขาจากภัยอันตรายภายนอกได้
“แม่จ๋า... กลัว... ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจ๋า” เสียงเล็กๆ ที่หลุดลอดออกมาจากลำคอ สั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดผวา บาดลึกเข้า ณาโสตประสาทของภาคินจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด
คำว่า ‘น่ากลัว’ จากปากของเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคนเป็นพ่อ ภาคินชะงักค้างอยู่ในท่าเดิม มือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ ความรู้สึกผิดบาป ความเกลียดชังตัวเองที่สั่งสมมานานระเบิดออก in-side จนเขาแทบอยากจะทุบตีตัวเองให้ตายเสียตรงนั้น สมน้ำหน้าตัวเองเถอะภาคิน... นี่คือผลลัพธ์จากการกระทำอันโง่เขลาและใจร้ายในอดีตของคุณเองไม่ใช่หรือ? คุณเป็นคนผลักไสไล่ส่งพวกเขาก่อน แล้วจะมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องความรักจากเด็กน้อยที่ไม่เคยรับรู้ความอบอุ่นจากคำว่า ‘พ่อ’ เลยแม้แต่วินาทีเดียว
รวินดาก้มลงมองลูกชายในไส้ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างเล็กๆ นั้น หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บปวดไม่แพ้กันที่ลูกต้องมาเจอสถานการณ์กดดันแบบนี้ มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกน้อยอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโยชน ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก
“เห็นหรือยังคะคุณภาคิน” รวินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัว “เด็กคนนี้ไม่เคยรู้จักคุณ ไม่เคยมีคุณอยู่ในความทรงจำ และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ต้องการคุณ”
“ดา... ขอร้องล่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้ทำหน้าที่... ให้ฉันได้แก้ตัวสักครั้งเถอะนะ” ภาคินละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เขาลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปใกล้หวังจะคว้ามือเธอไว้ แต่รวินดาไวกว่า เธอถอยหลังหลบหนึ่งก้าวพร้อมกับดึงลูกชายมาบังไว้มิดชิด
“โอกาสเหรอคะ?” รวินดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนา “วันที่ฉันอุ้มท้อง ป่วยเจ็บ เจียนตาย ไม่มีใครเหลียวแล วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่ลูกของคุณ วันที่คุณไล่เราออกจากบ้านอย่างกับหมูกับหมา... คุณเคยคิดถึงคำว่า ‘โอกาส’ นี้บ้างไหมคะ?”
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่บรรจงปักลงบนแผลสด ภาคินหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก เขาทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลรินอาบแก้มอย่างไร้ฟอร์มของผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
“ดาผิดเองค่ะที่เคยโง่รักคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ แต่ตอนนี้... ดาสตาสึน (ตาสว่าง) แล้ว และไม่มีวันโง่ซ้ำสองแน่นอนค่ะ” รวินดาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว “เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ ไปใช้ชีวิตกับคนที่คุณคู่ควร ส่วนพวกเรา... ปล่อยให้เราอยู่กันตามลำพังเถอะนะ”
พูดจบ รวินดาก็อุ้มร่างเล็กของน้องดลขึ้นแนบอก เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาอย่างปลอดภัย โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายแปลกหน้าที่คุกเข่าอยู่เบื้องหลังเลยสักนิด ร่างระหงหันหลังให้ทันทีอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้ภาคินจมอยู่กับความมืดมนและความเจ็บปวดเจียนตายของตัวเอง
ภาคินทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขามองตามร่างของอดีตภรรยาและลูกชายที่กำลังเดินห่างออกไปทีละน้อย ความมืดมนเข้าครอบงำจิตใจจนแทบไม่เหลือทางออก ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้และปล่อยให้ความสิ้นหวกลืนกิน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทรุ่นพิเศษก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทรา หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของเลขาส่วนตัวที่เขาเพิ่งสั่งให้ไปสืบเรื่องลับบางอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต
“ว่าไง...” ภาคินกรอกเสียงแหบพร่าลงไป
(คุณภาคินครับ... ผลตรวจ DNA ฉบับสมบูรณ์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระดับประเทศออกแล้วครับ และผลปรากฏว่า...) เสียงของเลขาขาดหายไปชั่วขณะราวกับกำลังลังเลที่จะรายงานความจริงบางอย่างที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม (เด็กชายรวินทร์... เป็นบุตรแท้ๆ ของคุณภาคิน หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่... มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากครับคุณภาคิน คือผลตรวจเลือดของน้องดลเมื่อสามปีก่อน ที่ถูกแก้ไขโดยฝีมือของ...)
ภาคินเบิกตากว้างขึ้นทันที ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อชื่อของผู้หญิงที่เขาไว้ใจที่สุดถูกเอ่ยออกมาจากปากของเลขา
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 17
ผลตรวจ DNA ที่ไม่ต้องรอ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!