กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานกว้าง ดูจะเบาบางไปถนัดใจเมื่อเทียบกับความหนาแน่นของความจริงที่เพิ่งถูกกระชากหน้ากากออก ภาคินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ร่างสูงสง่าที่เคยเชิดผยองราวกับเป็นเจ้าของโลกทั้งใบ บัดนี้กลับคล้ายถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งความสำนึกผิด ทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัวลงชั่วขณะ ภาพแผ่นหลังบอบบางของรวินดาที่กอดร่างเล็กของเด็กชายไว้แนบอก ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงปิดประตูที่ดังขึ้นไล่หลังราวกับเสียงค้อนเหล็กตอกย้ำความพินาศย่อยยับที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
*“พิมพ์เดียวกันเป๊ะ...”*
ถ้อยคำนั้นวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหน้าอกข้างซ้ายปวดร้าวราวกับมีใครเอามีดมาคว้าน ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองรวินดาด้วยความหมาngเมินและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสามขวบคนนั้น... ดวงตากลมโตที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มมุมปากที่แม้จะพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความหวาดระแวง แต่มันช่าง... ช่างถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ทำไมเขาถึงโง่เขลาถึงเพียงนี้? ทำไมเขาถึงมองข้ามความจริงที่อยู่ตรงหน้า เพียงเพราะทิฐิอันไร้สาระและภาพลวงตาที่มัทนาบรรจงปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อทำลายครอบครัว?
“คุณคินคะ...” เสียงหวานหยาดเยิ้มของมัทนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือสะดุดลง เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มที่ยืนเหม่อลอย ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนไร้สีเลือด แววตาที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “คุณคินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าตาดูไม่ดีเลย...”
“ออกไป...” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันไม่ได้ดังมากนัก แต่มันทรงพลังพอกที่จะทำให้มัทนาชะงักกึก รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้าง
“คุณคินหมายความว่ายังไงคะ? ดาน่าจะพูดอะไรให้คุณไม่สบายใจใช่ไหมคะ บอกมัทนานะคะว่าผู้หญิงคนนั้น...”
“ฉันบอกให้ออกไปไง!” ภาคินหันขวับกลับมาตวาดลั่น ดวงตาสง่านิ่งแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย รังสีความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านจนมัทนาผถอยกรูดด้วยความตกใจ กลัวเกรงอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาในยามนี้ “อย่ามาทำเป็นพูดจาใส่ร้ายใครอีก มัทนา! เธอคิดว่าฉันโง่มากนักใช่ไหม ถึงได้ยอมเป็นหุ่นเชิดให้เธอชักใยอยู่ฝ่ายเดียว!”
มัทนาหน้าถอดสี หัวใจกระตุกวูบ “คุณ... คุณคินพูดอะไรคะ มัทนาไม่เข้าใจ ดาเขาเป่าหูอะไรคุณ...”
“เงียบซะ!” ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ร่างสูงใหญ่กดสายตามองเธอด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด “สิ่งที่เธอกับแม่ของเธอเคยทำไว้ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ? ภาพถ่ายพวกนั้น เอกสารปลอมๆ พวกนั้น... ฉันแค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามเกมของเธอ เพราะฉันมันโง่และตาบอดเองที่คิดว่ารวินดาไม่มีค่าพอจะให้ใส่ใจ แต่ตอนนี้... ฉันตาสว่างแล้ว”
คำพูดแต่ละคำพ่นออกมาด้วยความแค้นเคือง ทั้งโกรธตัวเองและโกรธผู้หญิงตรงหน้า มัทนาตัวสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด “คุณคินกำลังจะบอกว่า... คุณสนใจนังนั่นกับเด็กนั่นอย่างนั้นเหรอคะ? เด็กนั่นอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณก็ได้นะคะ มันอาจจะเป็นชู้รักของดาที่...”
*เพี๊ยะ!*
ใบหน้าสวยหันไปตามแรงตบหนักหน่วง ภาคินไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือหนาประทับลงบนแก้มเนียนจนขึ้นรอยแดงเป็นปื้น มัทนากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและเจ็บปวดทรมาน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง
“อย่าเอาปากสกปรกๆ ของเธอมาพูดถึงลูกฉัน!” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยลอดไรฟัน สายตาที่เขามองเธอดุจดั่งมองสัตว์เดรัจฉาน “ไสหัวไปซะ! แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธอในบริษัทนี้อีก ไม่เช่นนั้น... ฉันจะทำให้ตระกูลของเธอไม่มีที่ยืนในสังคมนี้แม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า!”
มัทนารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นหนีออกไปจากห้องทำงานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ทิ้งให้ภาคินยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ตามลำพัง ความเงียบสงบภายในห้องกลับยิ่งโหมกระหน่ำความรู้สึกผิดในอกให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เขาต้องเจอเธอ... เขาต้องพิสูจน์ความจริงทั้งหมด!
รวินดาก้าวเดินออกมาจากตัวอาคารสำนักงานใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ อ้อมแขนเรียวเล็กกอดร่างนุ่มนิ่มของน้องดลไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจดวงนี้ไปจากอก แม้ภายนอกเธอจะพยายามแสดงออกว่าเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวสักเพียงใด แต่ภายในกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงแววตาของภาคินในวินาทีที่เขาก้มลงมองหน้าลูกชาย
ผู้ชายคนนั้นฉลาดเป็นกรด... มีหรือที่จะดูไม่ออกว่าน้องดลคือเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง?
“แม่จ๋า...” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้น พร้อมกับมือป้อมๆ ที่ยกขึ้นมาแตะแก้มสากของมารดาเบาๆ “ทำไมคุณอาคนนั้นถึงร้องไห้ล่ะครับ หน้าตาเขาน่ากลัวจัง ดาไม่ชอบเลย”
รวินดาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดหายใจ “ลูก... ลูกเห็นเหรอจ้ะว่าเขา...”
“ครับ ตาเขาแดงๆ ด้วย เหมือนดาลเวลาทำของเล่นพังเลยครับแม่จ๋า” น้องดลเอียงคอมองด้วยความไร้เดียงสา รอยยิ้มบริสุทธิ์นั้นยิ่งกรีดแทงหัวใจของคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดลึกซึ้ง ลูกน้อยไม่รู้เรื่องอะไรเลย เด็กคนนี้ไม่ควรต้องมาแบกรับความผิดบาปที่ผู้ใหญ่สร้างขึ้น
“ไม่มีอะไรหครับคนดีของแม่...” รวินดากลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ฝืนยิ้มปลอบโยนลูกน้อยทั้งที่น้ำตารื้นขอบตา “เรากลับบ้านกันนะลูก ป่านนี้คุณตาคุณยายรอนานแล้ว”
“เย้! กลับบ้านไปหาคุณตา!” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ ลืมเลือนเหตุการณ์น่ากลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
รวินดาอุ้มลูกชายเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์หน้าตึก เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับภาคิน เธอจะไม่ยอมหวนกลับไปเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่รอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไป บทเรียนราคาแพงที่เธอต้องจ่ายด้วยน้ำตาและหยาดเลือดตลอดสามปีที่ผ่านมา มันมากเกินพอแล้ว
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าขึ้นรถประจำทางที่เพิ่งจอดเทียบท่า เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอึกทึกครึกโครมของท้องถนน ก็ทำให้ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
“ดา... เดี๋ยวก่อน!”
รวินดารememberลมหายใจสะดุด เธอนิ่งงันอยู่บนบันไดขั้นแรกของรถโดยสาร ขณะที่สัมผัสอุ่นจัดของมือใหญ่เอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ ไม่ได้ออกแรงรั้ง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับแผดเผาผิวเนื้อจนเธอต้องสะดุ้งสุดตัว
หญิงสาวค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ดวงตากลมโตที่พยายามซ่อนความหวั่นไหวสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าของภาคิน ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะหลั่งน้ำตาให้เธอเห็นตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกัน บัดนี้กลับมีร่องรอยของความพังทลายอย่างสมบูรณ์แบบปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
“ปล่อยค่ะ...” รวินดาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ “คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องฉันและลูกอีกต่อไปแล้ว ภาคิน”
ภาคินมองหน้าอดีตภรรยา สลับกับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายในอ้อมแขนที่กำลังมองเขาด้วยความหวาดระแวง ริมฝีปากหยักลึกสั่นเทาขณะที่เอמהถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่แตกสลาย
“ดล... แกคือลูกใช่ไหม ดา... บอกพี่ทีว่าเด็กคนนี้คือลูกของเรา... ลูกของเราใช่ไหม?”
บรรยากาศรอบกายคล้ายหยุดนิ่ง ผู้คนรอบข้างเดินสวนกันไปมา ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสามคน และคำถามเดียวที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายของหัวใจ...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 16
พิมพ์เดียวกันเป๊ะ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!