โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 15

การปรากฏตัวของน้องดล

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้แผ่นหลังของรวินด้ารู้สึกหนาวเหน็บเท่ากับสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะแผดเผาให้เป็นจุล ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ด้วยลำแข้งของตนเอง เธอนิ่งสงบราวกับผืนน้ำลึกที่ซ่อนคลื่นพายุไว้ภายใน ต่างจากอดีตสามีอย่างภาคิน ที่บัดนี้ความเย่อหยิ่งทระนงตนเริ่มสั่นคลอนด้วยความกระวนกระวายที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "คุณคิดจริงๆ หรือรวินดา ว่าการหายตัวไปสามปีจะทำให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงได้ง่ายๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รวินดาชะงักมือที่กำลังจัดเอกสารบนโต๊ะเล็กน้อย เธอยกยิ้มมุมปาก ช้าๆ และเยnชาจนภาคินรู้สึกแปลบในอก รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่แล้ว แต่มันคือความว่างเปล่า... ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด "แล้วคุณคิดว่าระหว่างเรา มันยังมีอะไรเหลือให้จบอีกหรือคะ คุณภาคิน" รวินดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นไม่มีความหวาดกลัวหรือยินดียินร้ายเหมือนผู้หญิงคนที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ อีกต่อไป "ใบหย่าที่เราเซ็นกันที่อำเภอ หรือคำพูดดูถูกเหยียดหยามที่คุณเคยปาใส่หน้าฉันในวันนั้น ทุกอย่างมันจบลงตั้งแต่วินาทีที่ฉันก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ" ภาคินรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอึกจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขายอมรับว่าตัวเองโง่เขลาและเย่อหยิ่งเพียงใดในวันที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินจากไป เขามั่นใจในอำนาจและเงินตรา คิดว่าเธอไม่มีวันไปไหนรอด แต่เกือบสามปีที่ผ่านมา กลับเป็นเขาเสียเองที่จมปลักอยู่กับความผิดบาปและความว่างเปล่า จนกระทั่งโชคชะตาพาเธอกลับมาในฐานะตัวแทนเจรจาธุรกิจคู่ค้าคนสำคัญ "ผมรู้ว่าผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มาก ดา... แต่คนเราย่อมมีสิทธิ์ได้รับโอกาสที่สองไม่ใช่หรือ" ภาคินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูก ร่างสูงใหญ่พยายามลดทอนความน่ากลัวลงเพื่อเอ่ยขอร้องอย่างที่คนอย่างเขาไม่เคยทำกับใครหน้าไหน "โอกาสมีไว้สำหรับคนที่รู้จักคุณค่าของมันค่ะ... แต่กับคุณ มันหมดโควตาไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว" รวินดาถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นทำให้ภาคินรู้สึกจนมุมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ก่อนที่ประจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของพี่เลี้ยงที่รับหน้าที่ดูแลเด็กชายวัยสามขวบในระหว่างที่รวินดาต้องเข้าประชุมเครียดกับอดีตสามี "คุณดาคะ น้องดลตื่นแล้วค่ะ งอแงอยากเจอคุณแม่ใหญ่เลย บอกว่าจะมากินขนมเค้กที่บอกไว้..." พอยังไม่ทันที่พี่เลี้ยงจะพูดจบ ประตูที่เปิดกว้างก็เปิดโอกาสให้ร่างป้อมของเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องทันทีด้วยความคุ้นชิน รวินดาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบก้าวขาจะเข้าไปคว้าตัวลูกชาย "น้องดลคะ! อย่าวิ่งลูก เดี๋ยว..." แต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างเล็กๆ ของเด็กชายพุ่งตรงเข้ามาซบลงที่เรียวขาเรียวของรวินดาอย่างออดอ้อน ใบจิ้มลิ้มแหงนเงยขึ้นมองมารดาพร้อมส่งเสียงแจ๋วด้วยความดีใจ "คุณแม่ขา! น้องดลตื่นแล้วน้า คิดถึงคุณแม่จังเลย ทำไมคุยกับลุงคนนี้นานจังครับ ดลหิวเค้กแล้วนะ!" คำว่า "คุณแม่" ที่หลุดออกมาจากปากเด็กชายตัวน้อยก้องกังวานไปทั่วห้องรับรองอันเงียบสงบ ประโยคเรียบง่ายนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจของภาคิน ร่างสูงของประธานหนุ่มชะงักค้าง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูยักษ์ ความรู้สึกชาหนึบแล่นลามจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขมับ ภาคินค่อยๆ ก้มมองเด็กชายที่เกาะขาอดีตภรรยาอยู่ แวบแรกที่สายตาสัมผัสกับใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจของเขาก็กระตุกวูบอย่างแรงจนแทบหยุดเต้น สันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากเขา... ริมฝีปากหยักได้รูป... และโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็คือสำเนาถูกต้องของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทันที ภาคินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยชาของรวินดาตลอดสามปีที่ผ่านมา พรั่งพรูเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก เด็กคนนี้... ลูกของใคร? รวินดาสังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดและการจ้องมองอย่างตะลึงงันของภาคิน เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะรีบย่อตัวลงอุ้มเด็กชายขึ้นมาแนบอก มือเรียวลูบศีรษะลูกน้อยอย่างปกป้อง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยความท้าทาย "ขอตัวก่อนนะคะคุณภาคิน พอดีฉันต้องพาลูกไปทานของว่างแล้วค่ะ" รวินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุด ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนี้ทันที แต่ก่อนที่ร่างบางจะทันได้ก้าวพ้นขอบประตู ภาคินก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยเรียวแรงที่สั่นเทาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสนระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด "เดี๋ยวก่อน ดา..." ภาคินเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอ ดวงตาคู่นั้นจ้องสลับระหว่างใบหน้าของรวินดากับเด็กชายในอ้อมแขนที่กำลังซบหน้าลงกับไหล่แม่ "เด็กคนนี้... ดล... เขาเป็นใคร... ลูกของใครกันแน่ รวินดา!" รวินดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ ดึงข้อมือของตัวเองออกจากพันธการของเขาอย่างเลือดเย็น เธอปรายตามองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะที่กรีดลึกลงไปในใจคนฟัง "จะอยากรู้ไปทำไมคะ ในเมื่อคุณเองก็เคยบอกว่า... เด็กที่เกิดมาจากผู้หญิงอย่างฉัน มันไม่มีค่าอะไรในสายตาของคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ?" พูดจบ เธอก็กอดลูกน้อยแน่นแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องปล่อยให้ภาคินยืนแข็งค้างอยู่กับความจริงที่เพิ่งกระจ่างแจ้งและความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาอกซ้ายจนแทบคลั่ง! *(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเรื่องราวของดากับคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ)*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%