ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเขานั้น ราวกับมีใบมีดบางเฉียบกรีดผ่านอากาศจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบของภาคินยังคงตรึงแน่นอยู่กับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่ยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของรวินดา ดวงตากลมโต คิ้วเข้มได้รูป และโดยเฉพาะจมูกโด่งรั้นที่แม้แต่ยามเจ้าตัวน้อยทำหน้ามุ้งมิ้งด้วยความหวาดระแวง ก็ยังถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
มันไม่ใช่แค่ความคล้าย...แต่มันคือกระจกเงาที่สะท้อนภาพวัยเด็กของตัวเขาเองขึ้นมาในยามที่สายตาคู่นี้จ้องมอง
"เด็กคนนี้..." ภาคินเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น ลำคอของเขาแหบผากราวกับถูกผงธุลีอุดกั้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากลองเพล ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังทำให้สติปัญญาอันเฉียบคมของประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจนับพันล้านถึงกับพร่าเลือนไปชั่วขณะ
รวินดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอดึงร่างเล็กของน้องดลให้ถอยหลังไปอีกก้าว มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปลูบศีรษะลูกชายเพื่อปลอบประโลม แต่นัยน์ตาคู่ที่เคยทอประกายความอ่อนแอและยอมจำนนต่อเขาเสมอในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าว เย็นชา และไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น
"มองพอหรือยังคะ, คุณภาคิน" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน
ภาคินสะดุ้งราวกับถูกไฟฟ้าช็อต เขาละสายตาจากเด็กชายแล้วตวัดกลับมามองอดีตภรรยา ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนระคนตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามปกปิดเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งตามนิสัยเดิม แต่วันนี้...หน้ากากนั้นมันใช้ไม่ได้ผลกับรวินดาอีกต่อไปแล้ว
"ดา... เธอ..." ภาคินก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขารีบคว้าตัวเธอไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะหลุดลอยเกินกว่าจะคว้ากลับมา "เด็กคนนี้เป็นใคร ทำไมเขาถึง..."
"เขาเป็นลูกของดิฉันค่ะ" รวินดาดักคอขึ้นทันท่วงที น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนน่าใจหาย ไม่มีแววตาไหวระริก ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนวันที่เธอหันหลังเดินจากคฤหาสน์หลังนั้นมาแม้แต่น้อย "และเขาก็เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตอันสูงส่งของคุณทั้งสิ้น"
"โกหก!" ประธานหนุ่มโพล่งออกมาเสียงดังลั่น ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วอกเมื่อเห็นท่าทีที่ห่างเหินและผลักไสเช่นนั้น "ตาของเขา จมูกของเขา หน้าของเขา... มันชัดเจนยิ่งกว่าใบตรวจ DNA เสียอีก ดา! เธอท้องตอนที่ยังอยู่กับฉันใช่ไหม ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน ทำไมถึงกล้าซ่อนลูกของฉันไว้ตั้งสามปี!"
คำถามที่พั่งพรูออกมาด้วยความเค้นอารมณ์ไม่ได้ทำให้รวินดาสะเทือนแม้แต่น้อย มุมปากเรียวสวยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน... รอยยิ้มที่กรีดแทลกลงไปในหัวใจของภาคินจนเขาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปลบ
"ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วยล่ะคะ?" รวินดาย้อนถาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ในวันที่ดิฉันกราบกรานขอความสนใจ ขอเศษเสี้ยวความใส่ใจจากสามีทางพฤตินัยอย่างคุณ... คุณเคยชายตามองดิฉันบ้างไหมคะ คุณภาคิน? ในวันที่ดิฉันตั้งครรภ์อ่อนๆ แล้วต้องเผชิญกับคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้หญิงที่คุณพาเข้ามาเหยียบย่ำถึงในบ้าน คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังกอดปลอบมัทนา หรือกำลังเซ็นเช็คซื้อกระเป๋าใบใหม่ให้เธอกันแน่!"
"ดา..." ภาคินครางชื่อเธอออกมาด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ที่หน้าอก
"จำไม่ได้เหรอคะ หรือว่าความทรงจำของคุณมันสั้นเสียจนลืมไปหมดแล้วว่าคุณเคยพูดอะไรกับฉันไว้บ้าง" รวินดาก้าวเข้าไปประชิดเขาเสียเอง แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขา แต่รัศมีแห่งความเด็ดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรกลับทำให้ภาคินต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว "คุณบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ เป็นแค่ผู้หญิงน่าสมเพชที่เกาะคุณกินไปวันๆ และต่อให้ฉันตายไปต่อหน้า คุณก็จะไม่แม้แต่จะชายตามอง... วันนี้ดิฉันทำตามความต้องการของคุณแล้วนี่คะ ดิฉันเดินออกไปจากชีวิตของคุณโดยไม่เรียกร้องอะไรเลยสักบาทเดียว แล้วทำไมวันนี้... วันที่คุณบังเอิญมาเห็นเด็กคนนี้ คุณถึงทำท่าเหมือนคนบ้าที่จะมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อขึ้นมาล่ะคะ?"
"ฉันเป็นพ่อของเขา! ฉันมีสิทธิ์!" ภาคินตวาดกร้าวด้วยความจนตรอก ความอีโก้ที่สั่งสมมานานหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญกับวาจาเชือดเฉือนที่ตรงเข้ามารุมทึ้งหัวใจของเขา
"สิทธิ์เหรอคะ?" รวินดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันช่างบาดลึกและเย้ยหยันอำนาจของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน "วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ดิฉันอย่างไร้เยื่อใย คุณสละสิทธิ์ความเป็นสามีไปแล้ว และเด็กคนนี้...อยู่ในใบสูติบัตรที่มีแต่มารดาเป็นผู้มีอำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียวตามกฎหมาย คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกเขาว่าลูกด้วยซ้ำค่ะ!"
คำว่า 'ไม่มีสิทธิ์' พุ่งชนโสตประสาทของภาคินจนหูอื้อตาลาย ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยหมางเมิน เย็นชา และไล่เธอกลับไปอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีระเบิดออกเป็นความเจ็บปวดเจียนตาย เขายื่นมือออกไปหวังจะคว้าจับเรียวแขนของเธอไว้เพื่อขอร้องอ้อนวอน
"ดา... ฉันขอโทษ ฉันรู้ว่าฉันมันเลว ฉันรู้ว่าฉันทำร้ายเธอไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ฉันได้ชดใช้... ให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ" น้ำเสียงของภาคินสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมคุกเข่าลงในความรู้สึกเพื่อขอความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละ
แต่น้องดลที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่หลังร่างมารดา กลับส่งเสียงร้องไห้งอแงออกมาด้วยความตกใจกลัว เด็กชายดึงชายกระโปรงของแม่แน่น พร้อมกับซบหน้าลงกับสะโพกของรวินดาเพื่อหลบซ่อนจากสายตาของชายแปลกหน้าผู้กำลังทำท่าทางน่ากลัว
"คุณแม่ขา... ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจังเลย ดลอยากกลับบ้าน..." เสียงเล็กๆ ที่เอ่ยออกมาอย่างสั่นเทานั้น เปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจของภาคินจนแหลกสละ
รวินดาก้มลงอุ้มร่างเล็กของลูกชายขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม เธอใช้มือลูบหลังลูกน้อยเพื่อปลอบประโลมด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใยยิ่งกว่าเดิม
"อย่ามาเข้าใกล้ลูกของดิฉันอีกเลยค่ะ ภาคิน" รวินดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "เพราะต่อให้คุณพยายามเอาเงินทองทั้งหมดที่คุณมีมาแลก หรือจะคุกเข่าอ้อนวอนจนเลือดตกยางออก... สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ ก็คือการเดินออกไปจากชีวิตของพวกเรา... เหมือนอย่างที่คุณเคยทำเมื่อสามปีก่อนยังไงล่ะคะ"
พูดจบ รวินดาก็หันหลังให้เขาโดยไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป ร่างระหงก้าวเดินฉับๆ พาบุตรชายเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้ภาคินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและเสียงลมที่พัดผ่านราวกับเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของเขา
ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างคนหมดแรง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่วร่างเมื่อตระหนักชัดเจนว่า... กรรมตามสนองที่เขาได้รับในวันนี้ มันช่างสาสมและเจ็บปวดเจียนตายเสียจนเขาไม่อาจหาทางแก้ไขมันได้เลย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากัดฟันกรอดด้วยความสิ้นหวังนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงมาตรงหน้าของเขา
"ถ้าคุณยังอยากได้ลูกชายคืน... ลองเปิดอ่านเอกสารในซองนี้ดูสิคะ คุณภาคิน... บางทีคุณอาจจะรู้ว่าศัตรูที่แท้จริงของคุณในตอนนี้... ไม่ใช่แค่รวินดาคนเดิมคนนั้นอีกต่อไปแล้ว"
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าบทนี้จะสะกิดใจและสร้างความประทับใจให้ทุกท่านเช่นเคยค่ะ ❤️
* * * * * * * * * *
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 14
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!