โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 18

คำปฏิเสธที่บาดลึก

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
คราบน้ำตาบนแก้มของรวินดาแห้งสนิทแล้ว ทว่าร่องรอยแห่งความร้าวรานในอดีตยังคงฝังแน่นอยู่ในแววตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสง แต่วันนี้... มันกลับเปล่งประกายด้วยความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวราวกับคมมีด กลิ่นอายของความหวาดกลัวที่เคยครอบงำเธอในฐานะอดีตภรรยาผู้เจียมเนื้อเจียมตัว ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียง "แม่" ผู้ปกป้องดวงใจของเธอด้วยชีวิต "คุณพูดว่าอะไรนะ รวินดา..." เสียงทุ้มต่ำของภาคินลอดไรฟันออกมาอย่างยากจะควบคุม แววตาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดกำลังสั่นไหวระริก ความเย่อหยิ่งยโสที่เคยเป็นเกราะกำบังถูกกระชากกระชากออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดทาง นับตั้งแต่ได้เห็นเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว ทว่ารวินดากลับไม่มีทีท่าถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยแผ่นหลังที่ตรงแน่ว มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด เพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาภายในใจที่กำลังกรีดร้อง "ดิฉันคิดว่าภาษาไทยของคุณภาคินไม่ได้แย่จนถึงขั้นฟังประโยคภาษาไทยง่ายๆ ไม่เข้าใจนะคะ" รวินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟังจนชาหนึบ "เด็กคนนี้... น้องดล เป็นลูกของดิฉันค่ะ และมีแค่ดิฉันคนเดียวที่เป็นแม่" "แล้วพ่อล่ะ! เด็กคนนี้มีพ่อเป็นใคร รวินดา!" ภาคินตวาดลั่น ความอดทนที่สั่งสมมาพังทลายลงในพริบตา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบนั้นสะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวและสับสนที่อัดแน่นอยู่ในอก "คุณท้องตอนที่เรายังเป็นสามีภรรยา... คุณกล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องสายเลือดของผม! คุณเอาลูกไปซ่อนไว้จากผมตั้งสามปีได้ยังไง!" รวินดาสบตากับเขา แววตาคู่คมกริบฉายแววเย้ยหยันและสมเพชเวทนาจนภาคินต้องชะงัก เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับแรงบีบที่ข้อมือแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดทางกายในตอนนี้เทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลเป็นที่เขาเคยฝากไว้ในอดีต "เพิ่งมารู้สึกตัวว่าตัวเองมีสิทธิ์งั้นเหรอคะ?" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้น "วันที่คุณไล่ดิฉันออกจากบ้านค่ำคืนที่ฝนตกหนัก วันที่คุณบอกว่าผู้หญิงอย่างไร้ค่าอย่างดิฉันไม่มีวันคู่ควรกับตำแหน่งคุณนายภาคิน วันที่คุณปล่อยให้มัทนาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของดิฉันจนไม่เหลือชิ้นดี... ตอนนั้นคุณเคยคิดบ้างไหมว่าเราอาจจะมีสายเลือดเดียวกันอยู่ในท้อง?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งเข้าเสียบทะลุกกลางใจของประธานหนุ่ม ภาพอดีตอันโหดร้ายที่เขาเคยกระทำย่ำยีภรรยาตัวเองไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพสלოว์โมชั่น ภาคินจำได้ดี... จำได้ทุกคำพูดที่เย็นชาและไร้เยื่อใยที่เขาเคยเอ่ยปากไล่เธอออกไปอย่างไร้ความปรานี "ดา... ผมขอโทษ" น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งบัดนี้กลับสั่นเครืออย่างน่าสมเพช ภาคินผ่อนแรงที่ข้อมือลง เปลี่ยนเป็นฝ่ายเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะแตะแก้มนวลของอดีตภรรยา "ตอนนั้นผม... ผมตาบอด ผมโง่เองที่ปล่อยให้ความทิฐิครอบงำ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ดา ผมกลับตัวแล้ว ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อนะ ให้ผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ดูแลลูก" "ชดใช้เหรอคะ?" รวินดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความเจ็บปวดและสมเพชระคนกัน เธอก้าวถอยหลังเพื่อสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างเด็ดขาด ราวกับรังเกียจสัมผัสจากอดีตสามี "คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าเด็กคนนี้ต้องการพ่ออย่างคุณ คนที่เคยเกือบฆ่าอนาคตของดิฉันและลูกด้วยซ้ำ?" "แต่ผมเป็นพ่อของเขา! สายเลือดในตัวเด็กคนนั้นครึ่งหนึ่งคือผม!" ภาคินเสียงดังขึ้นด้วยความจนตรอก ความโกรธผสมผสานกับความสิ้นหวังตีรวนอยู่ในอกจนเขาแทบหายใจไม่ออก ทิฐิทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงความคลั่งรักและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียลูกชายไปตลอดกาล "คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากผม รวินดา!" "สิทธิ์เหรอคะ?" รวินดาเชิดหน้าขึ้น หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยถูกสะกดกลั้นไว้อย่างเข้มแข็ง ไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้อีกเด็ดขาด "วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณเซ็นสละสิทธิ์ทุกอย่างในตัวดิฉัน... คุณได้สละความเป็นพ่อตั้งแต่วินาทีนั้นไปแล้วค่ะคุณภาคิน!" บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบงันลงทันที เสียงลมหายใจหอบถี่ของภาคินดังสะท้อนก้องท่ามกลางความตึงเครียดที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขายืนนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล คำพูดของเธอเฉือนเนื้อเถือหนังเขาจนแทบไม่เหลือความเป็นคน ความจริงที่ว่าเขาคือผู้ผลักไสครอบครัวนี้ออกไปเองด้วยมือถือเป็นบทลงที่สาสมและเจ็บปวดที่สุดในชีวิต "แม่ครับ..." เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง รวินดาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เธอลืมไปสนิทว่าน้องดลแอบเปิดประตูห้องนอนออกมามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา เด็กชายวัยสามขวบมองหน้ามารดา สลับกับมองชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่กำลังทำท่าทางน่ากลัวใส่แม่ของเขา "น้องดล..." รวินดารีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปหาลูกชายตัวน้อย ทรุดตัวลงสวมกอดร่างเล็กแนบอกด้วยความหวาดหวั่น กลัวเหลือเกินว่าความเกลียดชังของผู้ใหญ่จะสร้างแผลเป็นในใจให้ลูกน้อย "ไม่เป็นไรนะคะลูก แม่รวินดาอยู่ตรงนี้แล้วครับ" ภาคินยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ภาพความอบอุ่นที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง ภาพที่เขากลายเป็น "ปีศาจ" ในสายตาของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ชายหนุ่มทรุดตัวคุกเข่าลงช้าๆ บนพื้นพรมอย่างไร้ศักดิ์ศรี ยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตนเอง ทว่า... ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินลมหายใจของประธานหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันตึงเครียดขึ้นสามครั้งติดกัน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* รวินดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่จะมาหาเธอที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้? ก่อนที่หญิงสาวจะได้เอ่ยปากถาม ภาคินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็หันไปมองประตูด้วยความระแวงระOJเช่นกัน ประตูห้องที่ไม่ได้ลงกลอนสนิทค่อยๆถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราที่คุ้นเคยดี เธอคนนั้นก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัวสุขสันต์สินะคะคุณภาคิน..." มัทนากวาดสายตามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาสสมใจอยาก ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของรวินดา พร้อมกับเอ่ยประโยคระเบิดเวลาที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ "ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเด็กที่เธอแอบไปคลอดหลบๆ ซ่อนๆ จะมีหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับ 'คุณปู่' ของเขาไม่มีผิดเพี้ยน..." ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%