โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 4

ความว่างเปล่าที่เพิ่งรู้

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูที่เคยลอยอวลต้อนรับเขากลับบ้านทุกค่ำคืน... บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเฉียบ ภาคินผลักประตูไม้บานใหญ่เข้ามาในความเงียบงัน รองเท้าหนังราคาแพงถูกถอดวางไว้อย่างลวกๆ เหมือนเช่นทุกวันที่ความเหนื่อยล้าจากการประชุมบอร์ดบริหารรุมเร้า มือหนาปลดเนกไทสีเข้มออกโยนลงบนโซฟาหนังแท้ตัวโปรดอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้—ความมืดที่ไร้เงาร่างบอบบางของรวินดาคอยยืนถือกระเป๋าทำงานรอรับ หรือรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มักจะส่งมาให้เสมอแม้เขาจะทำเมินใส่เธอก็ตาม "ดา..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อภรรยาออกไปอย่างไร้จุดหมาย ความหงุดหงิดระคนแปลกใจเริ่มก่อตัวขึ้นในอกหนา ปกเวลานี้ รวินดาควรจะงวดยาแก้ปวดข้อให้เขา หรือไม่ก็กำลังงวุ่นอยู่กับการกล่อมเจ้าตัวเล็กเข้านอนสิ แต่นี่มันอะไรกัน บ้านทั้งหลังเงียบเชียบราukกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ขาวยาวก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็ว ผลักประตูห้องนอนใหญ่เปิดผางโดยไม่เคาะ "รวินดา เธอเล่นเกมอะไรของ—" คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอเมื่อนัยน์ตาคมกวาดมองไปทั่วห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเธอ เตียงนอนขนาดคิงไซส์ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนเรียบตึงไร้รอยยับ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการใช้งาน ตู้เสื้อผ้าบิวต์อินที่เคยแน่นขนัดไปด้วยเสื้อผ้าเรียบๆ ของภรรยา บัดนี้กลับโล่งเตียนจนน่าใจหาย แม้แต่สลิปเปอร์คู่โปรดที่เธอชอบใส่เดินบนพรมก็หายไปด้วย ภาคินขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างวูบไหวผ่านก้นบึ้งของหัวใจ ทว่าทิฐิที่ค้ำคออยู่หลายปีกลับทำหน้าที่ปัดเป่ามันออกไปอย่างรวดเร็ว เขายกมุมปากขึ้นยิ้มหยันให้กับความเงียบงันตรงหน้า *“หึ... คงจะงอนสินะ”* ชายหนุ่มคิดในใจอย่างมั่นอกมั่นใจ เขาจำได้แม่นว่าเมื่อวานนี้เขากล่าววาจาเชือดเฉือนใส่เธอไปรุนแรงแค่ไหนเรื่องที่เธอยุ่งไม่เข้าเรื่องตอนที่มัทนาเข้ามาที่บริษัท รวินดาคงจะน้อยใจตามประสาผู้หญิงอ่อนแอที่ไม่มีที่ไป สุดท้ายก็คงหอบลูกไปค้างบ้านเพื่อนสนิทสักคน แล้วอีกสักสองสามวันก็คงคลานกลับมาอ้อนวอนขอคืนดีเหมือนทุกครั้ง ภาคินเดินไปเปิดตู้เย็นชั้นล่างเพื่อหาเครื่องดื่มเย็นๆ มาดับความหงุดหงิดที่ไร้เหตุผลในอก ทว่าทันทีที่เปิดออก ความว่างเปล่าภายในตู้เย็นก็ตอกย้ำความผิดปกติ นมสดกล่องโปรดของน้องดล ผลไม้ที่รวินดาชอบหั่นแช่ไว้ และวัตถุดิบทำอาหารสดใหม่—ทุกอย่างเกลี้ยงเกลา ราวกับว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมาเป็นแรมปี สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กถูกแปะไว้ที่หน้าประตูตู้เย็นด้วยแม่เหล็กรูปตัวการ์ตูนที่ลูกชายชอบ หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรงโดยไม่มีสาเหตุ มือหนายื่นไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนรนที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเป็นครั้งแรก ลายมือหวัดๆ แต่บรรจงของรวินดาปรากฏแก่สายตา *“อาหารในตู้ฉันเคลียร์ออกหมดแล้วนะคะ กุญแจสำรองวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณ ...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และจากนี้ไป เราไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก”* กระดาษโน้ตแผ่นบางร่วงหล่นจากปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ภาคินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความหวิวไหวที่จู่ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ "ประชด... เด็กน้อยชะมัด" เขาสบถพึมพำกับความว่างเปล่า หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมากดโทรหาภรรยาด้วยความรำคาญใจที่ถูกท้าทาย *(ตู๊ด... ตู๊ด... หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)* เสียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัติดังซ้ำๆ ยิ่งโหมไฟโทสะในอกของภาคินให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รวินดากล้าดียังไงถึงกล้าบล็อกเบอร์เขา! หญิงสาวผู้เคยยอมจำนนต่อเขาในทุกๆ เรื่อง เป็นเงาตามตัวที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะออกเสียง วันนี้กล้าดียังไงถึงกล้าตัดสายและท้าทายอำนาจของเขาแบบนี้ "ได้... อยากเล่นเกมนี้ใช่ไหมรวินดา" ภาคินกัดฟันกรวดจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น ดวงตาคมกริบฉายแววกร้าวร้าวและดุดันขึ้นมาอย่างน่ากลัว "คิดว่าหนีไปแล้วฉันจะตามหาเธอไม่พบงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!" เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นสั่งการเลขานุการส่วนตัวทันทีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ทรงพลังอำนาจ "เช็คเที่ยวบินทั้งหมด หรือไม่ก็บ้านพักตากอากาศของเพื่อนสนิทรวินดา หาตัวเธอให้เจอภายในหนึ่งชั่วโมงนี้! แล้วบอกเธอด้วยว่า... ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้วิธีเด็ดขาดจัดการ เตรียมตัวกลับมาซะ!" สายถูกตัดฉับลงอย่างไร้เยื่อใย ภาคินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ทว่าความรู้สึกหงุดหงิดกลับไม่ยอมจางหาย กลับกัน... ความเงียบงันรอบตัวในยามนี้มันช่างหนทึบและบีบคั้นหัวใจจนหายใจไม่ออก ราวกับว่าอากาศบริสุทธิ์ในบ้านหลังใหญ่ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นเมื่อไม่มีผู้หญิงที่ชื่อ 'รวินดา' อยู่หายใจร่วมกัน เขานั่งรออย่างไร้ความสงบ ผ่านไปเนิ่นนานจนเข็มนาฬิกาผ่านไปหลายชั่วโมง เสียงรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านทำให้ภาคินผุดลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว นึกว่ารวินดาคงจะสำนึกผิดและยอมกลับมาแล้ว ทว่า... ประตูบ้านไม่ได้ถูกเปิดโดยภรรยาของเขา เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยแม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน พร้อมกับร่างของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดสูทเข้ารูปทันสมัย เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจและถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือ "คุณภาคินคะ... ดิฉันได้รับมอบหมายจากคุณรวินดา ให้มาส่งเอกสารสำคัญชุดนี้ค่ะ" ภาคินชะงัก ขมวดคิ้วมองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยความไม่พอใจ "เธอเป็นใคร? แล้วทำไมรวินดาถึงไม่เอามาให้ฉันเอง?" หญิงสาวแย้มยิ้มบางเบatอย่างเยือกเย็น ราวกับอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นมาตรงหน้าประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของภาคินพังทลายลงในพริบตา "คุณรวินดาฝากบอกมาค่ะว่า... เอกสารการหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับหมายศาลเรียกสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่วัยเพียงลำพัง ได้ถูกส่งถึงมือคุณแล้ว... และเธอก็ฝากกราบลาสามีผู้ประเสริฐอย่างคุณด้วยค่ะ" ซองเอกสารร่วงหล่นจากมือของภาคิน กลิ่นอายความพินาศแผ่ซ่านไปทั่วห้อง พร้อมกับความจริงที่กระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง—ว่าครั้งนี้... เขาไม่ได้สูญเสียแค่ภรรยาที่เคยจืดจาง แต่เขากำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาลจริงๆ — **กระจกเงาสะท้อนใจ**
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%