กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งสาลีที่อบอวลอยู่ทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด คือเครื่องพิสูจน์ว่ารวินดาสามารถสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาได้ด้วยสองมือของเธอเอง
รวินดายกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ลอนผมสีน้ำตาลเข้มที่เคยถูกจัดแต่งอย่างประณีตยามเป็นคุณนายตระกูลใหญ่ บัดนี้ถูกรวบไว้เป็นมวยลวกๆ ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย เธอในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมดูแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว แต่วันนี้... แววตาคู่คมที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานเก่า กลับเต็มไปด้วยความสงบมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงมี
"แม่จ๋า... หอมจังเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วของลูกชายวัยสามขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของน้องดลที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะชายผ้ากันเปื้อน ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นถอดแบบมาจากใครบางคนที่รวินดาพยายามลบเลือนออกไปจากความทรงจำ... ทว่าช่างน่าขัน ที่แม้เธอจะหนีสุดขอบฟ้า พันธนาการทางสายเลือดก็ยังคงฉายชัดอยู่ในดวงตาของเด็กน้อย
รวินดาย่อตัวลงโอบกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นไว้แน่น ไออุ่นจากลูกคือพลังวิเศษที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่เคยแหลقสลัยให้กลับมาเต้นต่อได้อีกครั้ง
"ชอบไหมคะคนเก่ง วันนี้แม่ทำเค้กวานิลลาสูตรพิเศษให้น้องดลชิมเป็นคนแรกเลยนะ" รวินดายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่มาจากใจจริงไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมที่เธอเคยต้องปั้นแต่งเพื่อเอาใจสามีผู้เย็นชาอย่างภาคินในอดีต
ที่นี่... อำเภอเล็กๆ เงียบสงบโอบล้อมด้วยขุนเขาทางภาคเหนือ ไม่มีสายตาดูแคลนจากสังคมไฮโซ ไม่มีเงาของมัทนาผู้หญิงที่คอยแต่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรี และไม่มีเสียงทุบโต๊ะประกาศกร้าวว่าเธอเป็นเพียงแค่นางบำเรอไร้ค่าในบ้านหลังใหญ่หลังนั้น
ชีวิตใหม่ของเธอกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ผ่านป้ายหน้าร้านเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือตัวเองว่า *“Bake & Breathe”* — เบเกอรี่ที่ไม่ได้ขายแค่ขนม แต่ขายลมหายใจแห่งอิสรภาพด้วย
ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นสิ่งเปราะบาง
เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของลูกค้าคนสุดท้ายในยามเย็น ทำให้รวินดารีบหันไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม โดยไม่ได้เอะใจเลยว่า เงาที่ทาบทับเข้ามาในร้านไม่ได้มาเพื่อซื้อขนมปัง
"รับอะไรดีคะ... วันนี้เค้กเนยสดเพิ่งออกจากเตาร้อนๆ เลยค่ะ..." เสียงหวานชะงักงัน ลมหายใจของรวินดาสะดุดกักคอทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงคุ้นตาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังตู้กระจก
ภาคิน!
เขายืนอยู่ที่นั่น... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านอบขนมปังบ้านๆ ใบหน้าคมคายนั้นยังคงหล่อเหลาบาดใจและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ทว่าดวงตาสีเข้มคู่เดิมกลับแดงก่ำและสั่นระริกยามที่กวาดสายตามองมาที่เธอ ราวกับเสือร้ายที่ตามล่าเหยื่อจนมุม แต่ในขณะเดียวกันก็ดูราวกับคนใกล้ตายที่เพิ่งได้พบน้ำทิพย์กลางทะเลทราย
"ดา..."
เสียงทุบต่ำที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้นสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภาคินก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าว หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อได้เห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้... หญิงสาวที่เขาเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย หญิงสาวที่เขาคิดโง่เขลาเชื่อคำเป่าหูของมัทนาว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงทะเยอทะยาน จนกระทั่งวันที่เธอหายตัวไปพร้อมกับกระดาษหย่าและรอยเลือดบนโซฟา เขาก็เพิ่งรู้ว่าโลกทั้งใบของเขาได้พังทลายลงไปพร้อมกับเธอแล้ว
รวินดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือเรียวกำชายเสื้อแน่น ความหวาดกลัวในอดีตแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณความเป็นแม่จะผลักดันให้เธอยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาที่เคยหวั่นไหวแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าว
"ที่นี่ไม่มีคุณหญิงรวินดาภריהของคุณหรอกค่ะ มีแต่แม่ค้าขายขนมธรรมดาๆ เชิญออกไปจากร้านฉันด้วยค่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม
ภาคินชะงักงันราวกับถูกตบด้วยวาจาฉาดใหญ่ เขายอมรับทุกคำด่าทอ ยอมรับทุกการตบตีหากเธอกล้าทำ แต่ความเย่อหยิ่งและสายตาที่มองเขาเหมือนคนแปลกหน้าไร้ค่า... มันทรมานเขายิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น
"ดา... กลับบ้านเราเถอะนะ พี่ขอร้อง..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัว มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็ก แต่รวินดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส
"บ้านเหรอคะ? บ้านหลังนั้นที่คุณกับชู้รักร่วมกันเหยียบย่ำหัวใจฉันจนไม่เหลือชิ้นดีน่ะเหรอคะ? คุณกล้าใช้คำว่าบ้านกับผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่าน่าขยะแขยงได้อย่างไรกัน!" รวินดากัดฟันกรวด หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่เธอไม่อนุญาตให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
ระหว่างที่สงครามทางสายตากำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งเตาะแตะออกมาจากหลังร้าน พร้อมกับเสียงใสที่ทำลายความเงียบทั้งหมดลง
"แม่จ๋า... ใครมาเหรอครับ ขนมปังหอมจัง... เอ๊ะ?"
น้องดลหยุดยืนอยู่ข้างขาแม่ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ภาคินชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงแข็งทื่อราวกับหิน
ดวงตาสมส่วน จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะ... ไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางตาข้างขวาของเด็กชายตัวน้อย... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจขาดห้วง เมื่อก้มลงสบตากับเด็กน้อยที่เอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของภาคินพังครืนลงมาในพริบตา
"คุณลุง... หน้าเหมือนผมจังเลยครับ เป็นพ่อผมเหรอครับ?"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 5
เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างจังหวัด
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!