โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 21

ประธานหนุ่มสลัดคราบ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวนั้นไม่เคยเข้ากันได้เลยกับสูทผ้าขนสัตว์อิตาลีราคาหลักแสนของภาคิน มันคือความจริงอันน่าขันที่ชายหนุ่มผู้เคยสั่งการคนนับพันด้วยปลายนิ้ว กำลังตระหนักรู้ในเช้าวันนี้ กล่องกระดาษใส่ขนมไทยราคาถูกวางอยู่บนตักกว้าง มือเรียวยาวที่เคยจรดปากกาเซ็นสัญญามูลค่าร้อยล้าน กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะแกะพลาสติกห่อขนมชั้นที่เริ่มจะเหนียวติดมือเนื่องจากความร้อนของแดดจัดริมทางเท้า สายตาของผู้คนในชุมชนตลาดสดต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างความหวาดผวาและเวทนา ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง จองหอง และมองคนอื่นเป็นเพียงฝุ่นใต้รองเท้า ตอนนี้กลับมานั่งคุกเข่ารอคอยปาฏิหาริย์หน้าแผงขนมเล็กๆ ของผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี "คุณคินคะ... รบกวนขยับรถออกหน่อยได้ไหมคะ รถเข็นผักของป้าจะเข้าไม่ได้ค่ะ" เสียงห้าวห้วนของแม่ค้าขายผักข้างๆ แผงลอยทำให้ภาคินต้องสะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบพยักหน้ารับอย่างนอบน้อมผิดวิสัย ผิดจากภาคินคนเดิมที่คงจะสั่งให้บอดี้การ์ดมาไล่ที่หรือกว้านซื้อตึกแถวนี้ทิ้งไปเสียเพื่อความรำคาญ รวินดายืนอยู่หลังตู้กระจกใส มือเรียวบางกำลังตักขนมไทยใส่กระทงใบตองด้วยความคล่องแคล่ว เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงธาตุอากาศ หรือเป็นแค่หุ่นไล่กาที่เทศบาลเอามาปักไว้ประดับซอย ความเงียบงันระหว่างเขากับเธอมันช่างกรีดแทะหัวใจยิ่งกว่ารอยแผลเป็นบนหน้าอก "ดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงจอแจของตลาด "วันนี้... แดดแรงมากนะ คุณ... เข้าไปนั่งในร่มก่อนดีไหม ให้ผมช่วยกางร่มให้ก็ได้" รวินดาหยุดมือจากการตักทองหยิบ เธอนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี แววตาคู่นั้นไม่มีความโกรธเกรี้ยว ความแค้นเคือง หรือแม้กระทั่งความเกลียดชังหลงเหลืออยู่เลย... มันว่างเปล่า และความว่างเปล่านั้นเองที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายอย่างภาคิน "ถ้าคุณประธานว่างมาก ไม่มีงานมีโครงการอะไรให้เซ็น หรือไม่มีเลขาฯ สาวสวยคอยปรนนิบัติ..." รวินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ก็เชิญไปนั่งที่อื่นเถอะค่ะ ตรงนี้มันเกะกะทางทำมาหากินของฉัน" "ดา ผมไม่ได้มาป่วน ผมแค่อยาก..." "อยากไถ่บาปเหรอคะ?" รวินดายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน "บาปที่คุณทำกับฉันกับลูก มันชิ้นใหญ่เกินกว่าที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณจะล้างออกด้วยการมานั่งตากแดดรอซื้อขนมวันละสิบบาทหรอกนะคะ กลับไปซะเถอะค่ะ อย่ามาทำตัวน่าสมเพชให้ชาวบ้านเขาซุบซิบนินทาเลย" คำว่า 'น่าสมเพช' เจาะลึกเข้าไปในทรวงอกของภาคินจนเขาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด เขายอมรับมัน... เขายอมรับทุกคำดูถูกและหยามเหยียด เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอนั้นมันเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก ในวันที่รวินดาท้องแก่ใกล้คลอดและร้องขอความช่วยเหลือจากเขา เขากลับเลือกที่จะเชื่อคำเสแสร้งของผู้หญิงอีกคน และเซ็นใบหย่าส่งให้เธอพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งราวกับเธอเป็นแค่นางบำเรอราคาถูก ใครจะคาดคิดว่าในเวลาต่อมา ความจริงจะปรากฏว่ามัทนาเป็นเพียงงูพิษที่จ้องจะฮุบสมบัติของตระกูล และเขาก็คือคนโง่เง่าที่ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไปอย่างไร้ค่า "ปะป๊าฮะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่วิ่งดุ๊กๆ ออกมาจากหลังร้าน น้องดลในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนสีเหลืองสดใสวิ่งตรงเข้ามาหาภาคินโดยสัญชาตญาณ เด็กน้อยไม่รู้เรื่องราวความบาดหมางของผู้ใหญ่ รู้เพียงแค่ว่าคุณลุงใจดีที่ซื้อของเล่นและขนมอร่อยๆ มาให้ทุกวันคือคนที่ตนเองคุ้นเคย "น้องดล!" รวินดาอุทานด้วยความตกใจ รีบวางทัพพีในมือแล้วพุ่งตัวออกไปคว้าแขนลูกชาย แต่มันช้าไปเสียแล้ว ภาคินทิ้งกล่องขนมในมือลงพื้นอย่างไร้ใยดี เขารีบอ้าแขนรับร่างนุ่มนิ่มของเด็กชายที่โผเข้ามากอดคอเขาไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานานนับปี รอยยิ้มแรกในรอบหลายปีปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคล "สวัสดีครับคนเก่ง วันนี้คิดถึงลุงไหมครับ?" ภาคินถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงที่อ่อนโยนจนคนรอบข้างแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเป็นเสียงของประธานหนุ่มผู้โหดเหี้ยม "คิดถึงฮะ! ปะป๊าคินซื้อรถบังคับให้ดลอีกรึเปล่า?" เด็กชายเอียงคอถามตาแป๋ว รวินดารemหัวใจกระตุกวูบ เธอดึงลูกชายออกจากอ้อมกอดของภาคินอย่างแรงด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวว่าสายสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างพ่อลูกคู่นี้จะก้าวล้ำเส้นที่เธอขีดไว้ "น้องดล! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปกอดคนแปลกหน้า!" รวินดาเสียงสั่น ดึงลูกมาซ่อนไว้ข้างหลัง สายตาตื่นตระหนกจ้องมองอดีตสามีที่ตอนนี้ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมบริเวณนั้น ภาคินไม่ได้สนใจท่าทีตื่นกลัวของอดีตภรรยาเลย สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ใบหน้าเล็กจิ๋วของเด็กชายที่ซ่อนอยู่หลังชายผ้าถุงของแม่ โครงหน้าผากนั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กๆ ที่ใต้หูข้างขวา... มันถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา ภาคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสปอตไลท์ความจริงสาดส่องเข้ามาในสมองจนชาหนุ่ม มือหนาสั่นเทาระงับไม่อยู่ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก สามปี... ระยะเวลาที่เธอหายไปจากชีวิตเขา... "ดา..." ภาคินเปล่งเสียงออกมาอย่างยากเย็น ลำคอตีบตันจนแทบไม่มีเสียง "เด็กคนนี้... ดล... เขา..." รวินดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกอดลูกชายไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจนี้ไปจากอกอีกครั้ง "ใช่ค่ะ! เขาคือลูกของคุณ!" รวินดากล่าวเสียงสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น แววตาดุดันด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถูกปลดปล่อยออกมาในวินาทีนี้ "ลูกที่คุณเคยบอกว่าเป็นมารคอหวย ลูกที่คุณเคยไล่ให้ไปตายที่อื่นพร้อมกับฉันไงคะ!" ภาคินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นปูนร้อนระอุอย่างไร้ศักดิ์ศรี โลกทั้งใบหมุนคว้างจนดับวูบ เขารู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางอกจนแหลกสลาย น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในเมืองไทยไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน ทว่า... ในจังหวะที่ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินวิญญาณของภาคินจนแทบคลั่งนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ภาคินหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอปรากฏชื่อของเลขานุการส่วนตัวด้วยข้อความแจ้งเตือนด่วนที่ทำให้เขาต้องหน้าถอดสี *[ด่วนที่สุด: คุณมัทนาแหกคุกออกจากโรงพยาบาลจิตเวช และกำลังมุ่งหน้าไปที่ร้านขนมของคุณรวินดาในขณะนี้!]* *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%