กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่และขนมปังอบเนยสด ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องกระจกใสของร้านเบเกอรี่เล็กๆ แต่มีดีไซน์อบอุ่นย่านชานเมือง รวินดา (ดา) ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีคล่องแคล่ว มือเรียวสวยกำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าหวานที่เคยมีแต่คราบน้ำตาและแววตาหวาดผวาในอดีต บัดนี้กลับฉายชัดถึงความมั่น
มั่นคง เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยรัศมีของหญิงสาวผู้สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยสองมือของตัวเอง
หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตคู่ที่เคยแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี รวินดาได้เรียนรู้แล้วว่า โลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายกับเธอตลอดไป ตราบใดที่เธอยังมี "น้องดล" ดวงใจดวงน้อยวัยสามขวบ ผู้เป็นแรงผลักดันให้เธอกลุกขึ้นมาสزดสลัดคราบภรรยาผู้แสนอ่อนแอทิ้งไป
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานกระจกส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงระยับที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านอบอุ่นแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
รวินดาชะงักมือที่กำลังถือสปาตูล่าแต่งหน้าเค้ก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อเงาสะท้อนจากกระจกเผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคย—ใบหน้าที่เคยเป็นทั้งความสุขและนรกโลกันตร์ในเวลาเดียวกัน
ภาคิน (คิน) ก้าวเข้ามาในร้านด้วยก้าวเท้าที่มั่นคง ทว่าแววตาคู่คมกลับไหวระริกยามกวาดสายตามองหาเจ้าของร้าน เขายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สูดกลิ่นอายความคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปี
"รับอะไรดีคะ... ทางร้านเรามีกาแฟคั่วพิเศษและเค้กโฮมเมดอบสดใหม่..." เสียงหวานเอ่ยต้อนรับด้วยความคุ้นชินตามหน้าที่ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเงยขึ้นสบตากับลูกค้าผู้มาใหม่ คำพูดที่เหลือจึงกลืนหายไปในลำคอทันที
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว รวินดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงยืนนิ่งหลังเคาน์เตอร์ แผ่นหลังตั้งตรง ท่าทีไม่ได้ถอยร่นหรือแสดงความหวาดกลัวอย่างที่เขาอาจจะคาดคิด รังสีความเย็นชาและเย่อหยิ่งที่เธอเคยมีให้เขาในวันเซ็นใบหย่า ถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันหัวใจอีกครั้ง
"ไม่คิดว่าคุณจะกล้าโผล่มาที่นี่นะคะ, คุณภาคิน" รวินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา จนคนฟังรู้สึกเจ็บแปลบที่ขั้วหัวใจ
ภาคินแค่น
หัวเราะในลำคออย่างขมขื่น รอยยิ้มหยันตัวเองปรากฏบนริมฝีปากหยักหนาที่เคยแต่สั่งการและหยิ่งผยอง เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความสำนึกผิด ความโหยหา และความเจ็บปวดที่ตีวนอยู่ในอก
"ทำไมพี่จะมาไม่ได้... ในเมื่อภรรยาเก่าและลูกชายของพี่อยู่ที่นี่" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อย สายตาร้อนผ่าวทอดมองรวินดาอย่างไม่วางตา "พี่ไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกับดานะครับ... เอ๊ย... ดานะคะ" เขาเผลอหลุดปากคำพูดเดิมๆ ออกมา ก่อนจะรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นหางตาคมกริบของอดีตภรรยาตวัดมองอย่างไม่พอใจ
"อย่ามาใช้คำพูดคุ้นเคยกับฉันค่ะ เราหย่ากันขาดแล้ว และสถานะระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันเดินหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ" รวินดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณจะมาซื้อขนม เชิญเลือกได้เลยค่ะ แต่ถ้าจะมาเพื่อสร้างความรำคาญ ฉันคงต้องเชิญคุณออกจากร้าน"
ภาคินไม่โกรธเลยสักนิด... แปลกเสียจริง ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับยอมยืนรับคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้หญิงคนนี้ด้วยความเต็มใจ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาเคยทำร้ายจิตใจเธอไว้อย่างเลือดเย็นในอดีต
"พี่ย้ายมาพักที่โรงแรมใกล้ๆ นี้แล้วครับ... ดา" ภาคินพูดหน้าตาเฉย พร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมลงข้างตัว "พี่ไม่ได้จะมาแค่ซื้อขนม... แต่พี่จะมาพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ชายที่เคยโง่เง่าคนนั้น ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว"
รวินดาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนหงุดหงิด "คุณว่าอะไรนะ? คุณมาพักแถวนี้เนี่ยนะ? บ้าไปแล้วหรือไง!"
"พี่ไม่ได้บ้าครับ ดา" ภาคินก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้รวินดาได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกและสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา "พี่จะอยู่ที่นี่... จนกว่าดาจะยอมให้โอกาสพี่ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ถึงมันจะนานแค่ไหนก็ตาม"
ดวงตาคมกริบของภาคินฉายแววความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวทนาและอ้อนวอนจากอดีตสามีผู้สำนึกบาป ทว่าสำหรับรวินดานั้น ความรู้สึกของเธอกลับด้านชา เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
"เชิญคุณพยายามตามใจชอบค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ต่อให้คุณเอาเวลาทั้งชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ผลลัพธ์มันก็ไม่มีทางเปลี่ยน" รวินดาเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย "ความศรัทธาที่ฉันมีให้คุณ มันถูกเผาทำลายไปหมดตั้งแต่ตอนที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้วค่ะ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่รอบตัว จนกระทั่ง...
"แม่ค้าขา! มีเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มเหลืออีกไหมฮะ? น้องดลอยากกินช็อกโกแลตเยิ้มๆ!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นจากหลังร้าน พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งดุ๊กๆ ออกมาในชุดเอี๊ยมสีฟ้าสดใส แก้มกลมยุ้ยขึ้นสีแดงระเรื่อ และดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อบริสุทธิ์
รวินดาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนสีในพริบตา เธอรีบวิ่งอ้อมเคาน์เตอร์ออกไปเพื่อจะคว้าตัวลูกชายเข้าสู่อ้อมกอด
ทว่า... ภาคินกลับยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้สบตากับเด็กชายตัวน้อยตรงหน้าอย่างจัง
หัวใจของประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อภาพใบหน้าจิ้มลิ้ม จมูกรั้น และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา!
รวินดาหน้าถอดสี รีบดึงตัวน้องดลมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับจ้องมองภาคินด้วยแววตาตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
ภาคินหันขวับมามองหน้ารวินดา ลมหายใจสะดุดติดขัดริมฝีปากสั่นระริกจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก เมื่อความจริงข้อใหญ่ที่ถูกปิดบังไว้กำลังพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัสทุกส่วน
"ดา... เด็กคนนี้..." ภาคินชี้มือสั่นเทาไปที่เด็กชายตัวน้อย น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "ลูก... ลูกของเราใช่ไหม?"
---
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!)
— กระจกเงาสะท้อนใจ —
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 20
แผนการยื้อเวลา
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!