คราบน้ำตาที่แห้งกรังบนแก้มของรวินดากลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอ หญิงสาวยืนอยู่เบื้องหน้าอดีตสามีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยยอมจำนนให้ได้กระทั่งลมหายใจ แต่ในยามนี้ ดวงตาคู่คมที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความเย็นชาคู่นั้น กลับกำลังสั่นระริกราวกับแผ่นดินไหว ภาคินมองภาพหญิงสาวที่เขารู้จักดีในฐานะ 'ของตาย' แต่บัดนี้เธอกลับยืนหยัดอย่างสง่างามโดยไม่มีเงาของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลย
"คุณร้องไห้ทำไมคะ... ภาคิน"
น้ำเสียงของรวินดานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งการประชดประชัน แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง
ภาคินรู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายและทรงอำนาจในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้สุดชีวิต ความทรงจำย้อนกลับมาทำร้ายเขาอย่างโหดร้าย ภาพวันที่รวินดากราบกรานขอร้องให้เขาเชื่อใจ ภาพวันที่เธอยอมอุ้มท้องลูกชายที่ไร้เดียงสาเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัด และภาพรอยแผลเป็นในจิตใจที่เขาเป็นคนฝังมันลงไปเองด้วยความเย่อหยิ่งและอคติบอดมืด
"ดา..." ภาคินเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น หยาดน้ำตาของผู้ชายที่เชื่อมั่นว่าตนเองเข้มแข็งที่สุดในโลกกลับร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อายฟ้าดิน มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความเสียใจธรรมดา แต่มันคือหยดน้ำตาแห่งความสำนึกบาปที่สายเกินแก้
"อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเลยค่ะ" รวินดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับภาคิน "มันสายเกินไปแล้วค่ะที่คุณจะมาแสดงความรู้สึกเหล่านี้ ทรอยในอดีตของคุณ... ผู้ชายที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและลูกอย่างไร้ความปรานี ได้ตายไปตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของภาคินจนแหลกสลาย เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเธอโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีความเป็นประธานบริษัทหรือความยิ่งใหญ่ใดๆ ทั้งสิ้น มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่รวินดากลับขยับตัวหลบอย่างไม่ลังเล
"ผมมันเลว... ดา ผมมันโง่เง่าที่สุด!" ภาคินปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เสียงสะอื้นของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ "ผมทำลายครอบครัวของเราด้วยมือของผมเอง ผมไล่ผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตไป ผมเชื่อคำโกหกของมัทนาและมองข้ามหัวใจของคุณ... ผมสมควรตาย ดา ผมสมควรได้รับการลงทัณฑ์นี้ แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ชดใช้เถอะนะ"
รวินดาก้มมองอดีตสามีที่กำลังหมอบกราบแทบเท้า เธอไม่ได้รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดไว้ในยามที่ความแค้นยังครอบงำ เธอกลับรู้สึกเพียงแค่ความเวทนา—เวทนาในความโง่เขลาของมนุษย์ที่มักจะเห็นคุณค่าของสิ่งของก็ต่อเมื่อมันสูญเสียไปแล้ว
"คุณกำลังชดใช้ด้วยอะไรคะ? เงินทอง ชื่อเสียง หรือความสงสารที่คุณหยิบยื่นให้ลูก?" รวินดาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "คุณรู้ไหมคะว่าวันที่ดลป่วยแล้วร้องหาพ่อ... ฉันต้องอุ้มเขาไว้แล้วบอกเขาว่าอย่างไร? ฉันบอกลูกว่าพ่อไปทำงานไกลค่ะ เพราะฉันละอายเกินกว่าจะบอกความจริงว่าพ่อของเขาไม่เคยแม้แต่จะชายตากลียวใยเราเลยสักนิด"
คำว่า 'ดล' ทำให้หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เป๊ะ ลอยเข้ามาในห้วงความคิด เด็กน้อยผู้ที่เขาเคยผลักไสและเกือบจะปฏิเสธสายเลือด เพียงเพราะความระแวงและทิฐิอันโง่เขลา
"ลูก... ลูกเรา..." ภาคินพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา "ผมอยากเจอ... ขอให้ผมได้กอดลูกสักครั้ง ดา ผมขอร้อง..."
"ลูกของฉัน ไม่มีทางเป็นเครื่องมือในการไถ่บาปของคุณค่ะ" รวินดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ก่อนจะเหยียดยิ้มบางเบาที่ชวนให้ใจหาย "ถ้าคุณสำนึกผิดจริงๆ สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือการหายออกไปจากชีวิตของเรา... ปล่อยให้เราได้อยู่อย่างสงบเถอะนะคะ นั่นคือการชดใช้ที่ดีที่สุดที่คุณจะมอบให้เราได้"
พูดจบ รวินดาก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองผู้ชายที่กำลังนั่งร้องไห้สะอื้นราวกับคนใกล้ตายอยู่บนพื้น
ภาคินทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง สมองของเขาขาวโพลน เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่ว่า... เขาเป็นคนทำลายอนาคตของครอบครัวสุข The สุขสันต์ ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
แต่ในขณะที่ภาคินกำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยเลขานุการส่วนตัว ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขานุการหนุ่มละล่ำละลักพูดพร้อมกับยื่นแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งเข้ามาตรงหน้า "มีคนส่งเอกสารชุดนี้มาที่สำนักงานใหญ่... มันคือผลตรวจ DNA ฉบับสมบูรณ์ และ... และภาพถ่ายหลักฐานชิ้นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคุณมัทนาและคดีทุจริตในอดีตครับ!"
ภาคินเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เขารับแท็บเล็ตมาถือไว้ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา และเมื่อกวาดสายตาอ่านบรรทัดแรก หัวใจของเขาก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ...
— กระจกเงาสะท้อนใจ
โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 23
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!