โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 24

คะแนนความดีจากลูกชาย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่และเสียงหัวใสของเด็กชายวัยสามขวบในคาเฟ่กึ่งสนามเด็กเล่นย่านทองหล่อ คือภาพที่รวินดากำลังยืนมองผ่านกระจกใสด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทว่า ความสงบสุขนั้นมักมีอายุสั้นเสมอ เมื่อเงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่คุ้นตาเกินกว่าจะลืม ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาจนเฉือนเนื้อรวินดาในอดีต บัดนี้กลับตื่นตระหนกและแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด ภาคินพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กๆ ของน้องดลที่กำลังวิ่งตามลูกบอลสีสดจนเกือบจะสะดุดมุมโต๊ะไม้สน ท่อนแขนแข็งแกร่งรวบเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างรวดเรว ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจทำให้ศีรษะกระแทกขอบโต๊ะได้อย่างเฉียดฉิว ดวงตาสีเข้มของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร เบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นขณะกอดประคับประคองร่างเล็กป้อมนั้นไว้แน่น น้องดลสะดุ้งเล็กน้อย เด็กชายกะพริบตาปริบๆ มองหน้าชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายตนเองราวกับถอดแบบกันมา ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะเอียงคอมองด้วยความสงสัย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "คุณน้า... ช่วยผมเหรอครับ" เสียงเล็กใสเอ่ยถามอย่างซื่อประสา ภาคินกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก สัมผัสอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนทำให้หัวใจที่ด้านชามาแรมปีของเขากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเด็กชาย ทำให้ขอบตาของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ นี่น่ะหรือ... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา นี่น่ะหรือเด็กชายที่เขาเคยปรามาสและปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยในอดีต "คะ... ครับ น้าช่วยหนูเอง" ภาคินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เขาลูบศีรษะทุยของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน "เจ็บตรงไหนไหมครับคนเก่ง" "ไม่เจ็บฮะ!" น้องดลส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันน้ำนมเรียงสวย "คุณน้าใจดีจังเลย ขอบคุณนะฮะ" คำว่า 'ใจดี' จากปากเด็กชายตัวน้อยเปรียบเสมือนมีดคมที่กรีดลงกลางใจภาคิน มันไม่ใช่คำชม แต่มันคือเครื่องประจานความเลวร้ายในอดีตของเขาต่างหาก เขาลืมตาขึ้นมองลูกชายแท้ๆ เต็ม 2 ตา หัวใจบีบอัดจนเจ็บแปลบเมื่อตระหนักว่า หากเขามาช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที คนที่ทำให้เด็กน้อยต้องเจ็บตัวก็คงหนีไม่พ้นความสะมาธิสั้นของตัวเขาเองที่เอาแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ รวินดารem ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นรำด้วยความระแวง เธอรีบดึงร่างของลูกชายออกจากอ้อมแขนกว้างของภาคินทันที ท่าทีปกป้องและสายตาที่เย็นชาจนติดจะชิงชังทำให้ภาคินต้องยอมปล่อยมืออย่างจำใจ "ขอบคุณค่ะที่ช่วยลูกฉัน... แต่รบกวนถอยห่างจากแกด้วยค่ะ" รวินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม เธอจับไหล่ทั้งสองข้างของน้องดลให้มาหลบอยู่ด้านหลัง สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านราวกับแม่เสือหวงลูก "ดา..." ภาคินครางชื่ออดีตภรรยาเบาหวิว ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้งเมื่อเห็นกำแพงสูงชันที่เธอก่อขึ้นเพื่อกันเขาออกจากชีวิต "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้าใกล้เพื่อทำร้าย... ผมแค่มองอยู่ห่างๆ แล้วเห็นว่าแกกำลังจะล้ม" "ห่างๆ อย่างนั้นหรือคะ?" รวินดายิ้มหยันที่มุมปาก แววตาสะท้อนความเจ็บปวดและรอยแผลเป็นในอดีตที่ยังไม่เคยจางหาย "คุณไม่เคยใส่ใจลูกด้วยซ้ำตลอดสามปีที่ผ่านมา ภาคิน! แล้ววันนี้คุณมาทำเป็นห่วงเป็นใย ทำตัวเป็นฮีโร่... คุณคิดว่าการกระทำแค่ครั้งเดียวมันจะลบล้างความเย็นชาที่คุณเคยทำกับเราแม่ลูกได้หรือไงคะ?" "ผมรู้ว่าผมเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสารเลวแค่ไหน" ภาคินก้าวเข้าไปอีกก้าว ทว่ารวินดากลับถอยหลังหนีด้วยความรังเกียจชัดเจน ความเจ็บปวดในอกของเขาแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก "แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไข... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ..." "หน้าที่พ่อ?" รวินดาหัวנסเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่เธอพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไป "วันที่ฉันท้องจนแก่ใกล้คลอด คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่น้องดลไม่สบายจนฉันต้องอุ่วิ่งฝ่าสายฝนไปโรงพยาบาลคนเดียว คุณอยู่กับใครคะ? ตอนนั้น... คุณจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นใคร!" น้องดลเงยหน้ามองมารดาผู้เป็นดวงใจ เด็กชายสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด มือเล็กๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของรวินดาเบาๆ "คุณแม่ฮะ... อย่าโกรธคุณน้าเลยนะฮะ คุณน้าช่วยดลไว้นะ..." คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายทำให้รวินดาชะงัก เธอก้มลงมองหน้าเด็กชายผู้บริสุทธิ์ หัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย น้องดลช่างจิตใจดีเหลือเกิน... ดีจนน่าสงสาร ดีจนเธอกลัวว่าเด็กน้อยจะเผลอไปผูกพันกับผู้ชายใจร้ายคนนี้เข้าสักวัน ภาคินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ คะแนนความดีที่เขาเพิ่งได้รับจากปากของลูกชายเมื่อครู่ ช่างไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับความเกลียดชังที่อดีตภรรยาแสดงออก "ดลครับ..." ภาคินย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กชาย แม้รวินดาจะพยายามดึงลูกถอยห่าง แต่เด็กชายก็ยังเอี้ยวตัวกลับมามองเขาด้วยความสนใจ "ถ้าวันหลัง... น้าสัญญาว่าจะพาไปซื้อหุ่นยนต์ที่คุณชอบ ดีไหมครับ?" น้องดลตาโตเป็นประกายด้วยความสนอกสนใจประสาเด็ก "หุ่นยนต์ตัวใหญ่ๆ ที่มีไฟกระพริบเหรอฮะ?" "ใช่ครับ ตัวใหญ่เท่าที่คุณอยากได้เลย" ภาคินตอบเสียงนุ่ม แววตาคมเข้มทอประกายความอ่อนโยนที่รวินดาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี "เย้! คุณน้าใจดีที่สุดเลย!" น้องดลยิ้มกว้างจนแก้มป่อง ลืมความกลัวไปเสียสนิท "น้องดล! กลับบ้านค่ะ!" รวินดาทนมองภาพนี้ต่อไปไม่ไหว เธอตัดบทด้วยความเกรี้ยวกราด รีบอุ้มน้องดลขึ้นแนบอกแล้วหมุนตัวเดินหนีทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีอีก "ดา! เดี๋ยวสิ ดา!" ภาคินร้องเรียกพร้อมกับก้าวเท้าตาม ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขากลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยความตั้งใจจะกดตัดสาย ทว่าเมื่อเหลือบเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบด้วยความตกใจ เบอร์โทรศัพท์ของ 'มัทนา'... หญิงสาวผู้กุมความลับอันดำมืดและเป็นต้นเหตุทั้งหมดที่ทำลายครอบครัวของเขาในอดีต และที่สำคัญ... หล่อนส่งข้อความภาพเข้ามาพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของภาคินดิ่งลงติดลบ *ภาพถ่ายใบรับรองแพทย์และผลตรวจ DNA ฉบับจริง* พร้อมกับข้อความจากมัทนาที่ส่งตามมาติดๆ: **"คุณคิดว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของคุณจริงๆ หรือคะ, พี่คิน? ลองเปิดดูเอกสารนี่สิคะ... แล้วคุณจะรู้ว่าคุณกำลังวิ่งตามเงาของใครอยู่"** ภาคินยืนนิ่งค้างกลางคาเฟ่ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกكن รวินดาที่เพิ่งเดินลับตาไปกับน้องดลกลายเป็นภาพเบลอในสายตา ทันใดนั้น ความสงสัย ความกลัว และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้ากระแทกสติของเขาจนแทบยืนไม่อยู่! --- ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "กระจกเงาสะท้อนใจ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%