โซตรักพันธะลวงใจ•ตอนที่ 8

การพบกันโดยบังเอิญ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในร้านหนังสือมือสองริมทะเลสาบไม่ได้ช่วยให้จิตใจของภาคินสงบลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะจรดปากกาเซ็นเช็คมูลค่าหลักร้อยล้านในห้องทำงานกระจกใส ณ ใจกลางมหานคร กลับกำลังสั่นเทาเล็กน้อยขณะพลิกหน้าหนังสือปกหนังสีเข้มที่เขาไม่ได้ใส่ใจจะอ่านมันด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนักเพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่าในอก เหม่อมองออกไปนอกกระจกใสร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม สามปีแล้ว... สามปีเต็มๆ ที่เงาของรวินดาและเด็กชายตัวน้อยคนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน "ไอ้คิน! ทางนี้ กูเจออะไรเด็ดๆ ที่มึงต้องรีบดูโว้ย" เสียงทุ้มต่ำของกรวีร์ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ปลีกตัวไปพักผ่อนหย่อนใจยังเมืองท่องเที่ยวริมทะเลทางภาคใต้ดังขึ้นผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือ ภาคินขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย เขากำลังจะกดตัดสายเพราะไม่มีอารมณ์มาเล่นสนุกกับอีกฝ่าย ทว่าประโยคต่อมาของเพื่อนรักกลับทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเย็นเฉียบลงฉับพลัน "กูไม่ได้ล้อเล่นนะเว้ย... ผู้หญิงที่เดินจูงมือเด็กผู้ชายอายุราวๆ สามขวบคนนี้ หน้าตาเหมือนรวินดาเป๊ะ ชนิดที่ถ้าไม่ใช่ฝาแฝด ก็ต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ กูแอบถ่ายรูปไว้ทัน เดี๋ยวส่งให้ดูเดี๋ยวนี้!" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความพร้อมรูปภาพที่ถูกส่งเข้ามาทางแอปพลิเคชันสนทนาเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจชายหนุ่ม ภาคินแทบทำโทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่น หัวใจดวงแกร่งที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระหน่ำรัวจนเจ็บแปลบไปหมด เขารีบกดเปิดภาพนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ในหน้าจอคือภาพถ่ายระยะไกลที่ดูเหมือนจะถูกถ่ายอย่างเร่งรีบ หญิงสาวร่างโปร่งในชุดเดรสยาวพลิ้วไหวสีฟ้าอ่อนกำลังก้มตัวลงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้เด็กชายตัวน้อยที่สวมหมวกแก๊ปบังแดด แม้ใบหน้าของเธอจะสวมแว่นกันแดดทรงโตอำพรางสายตาเกือบครึ่งหน้า แต่โครงหน้าเรียวระหง ริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยจูบซับความช้ำชอก และท่าทางอ่อนโยนเป็นเอกลักษณ์นั้น... ไม่มีทางที่ภาคินจะจำผิดคน! รวินดา! นั่นคือรวินดาอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไลส่งอย่างไร้เยื่อใย! และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ เด็กผู้ชายที่มีส่วนสูงและโครงหน้าด้านข้างถอดแบบมาจากใครบางคน... ใครบางคนที่นั่งมองภาพนั้นด้วยความตื่นตะลึงจนลมหายใจสะดุด "เด็กคนนั้น..." ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนจุกอก ทั้งความตกใจ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณ และประกายความหวังอันริบหรี่ที่ถูกจุดขึ้นมาในความมืดมิด ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันที่รวินดาร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ วันที่เธอถือใบหย่ามาให้โดยไม่มีแม้แต่เสียงเรียกร้องทรัพย์สินใดๆ นอกจากอิสรภาพ และวันที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากชีวิตของเขา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและตราบาปที่เขาต้องชดใช้ด้วยการจมอยู่กับความทรมานในทุกๆ วัน "มึงอยู่ที่ไหน..." ภาคินกัดฟันกรอด สัญชาตญาณความเป็นนักล่าและสามีผู้สูญเสียทุกสิ่งตื่นMขึ้นมาอย่างเต็มพิกัด เขาไม่สนใจการประชุมสำคัญในช่วงบ่าย ไม่สนใจสัญญามูลค่ามหาศาลที่รอการอนุมัติอีกต่อไปแล้ว ในหัวของเขามีเพียงเป้าหมายเดียว... ต้องไปให้ถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด! ชายหนุ่มคว้าเสื้อสูทและกุญแจรถคู่ใจพุ่งออกจากร้านหนังสืออย่างรวดเร็วราวกับคนเสียสติ ทิ้งให้ความเงียบงันและฝุ่นละอองในร้านนั้นอยู่เบื้องหลัง ในขณะเดียวกัน ที่เมืองท่องเที่ยวริมทะเลอันแสนเงียบสงบ ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร รวินดากำลังนั่งอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ริมชายหาด ลมทะเลพัดพาเอาGทิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลและเสียงคลื่นซัดสาดเข้ากระทบฝั่งช่วยให้ความกังวลใจในอกของเธอบรรเทาลงไปได้บ้าง "คุณแม่ครับ ดอนอยากกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตอันนั้นจังครับ" เสียงใสแจ๋วของน้องดล ลูกชายตัวน้อยวัยสามขวบดังขึ้น พร้อมกับนิ้วป้อมๆ ที่ชี้ไปยังรถเข็นขายไอศกรีมโบราณที่จอดอยู่ไม่ไกล รวินดาย่อตัวลงยิ้มบางๆ ให้ลูกชาย ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกันแดดฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนจนแทบจะละลาย "ได้สครับคนเก่ง แต่ต้องสัญญาว่าต้องทานข้าวเที่ยงให้หมดก่อนนะรู้ไหมคะ" รวินดากล่าวเสียงนุ่ม พลางเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลานหน้าผากของลูกชายอย่างทะนุถนอม รวินดาในวันนี้ไม่ใช่รวินดาผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เคยยอมให้ใครย่ำยีหัวใจอีกต่อไปแล้ว สามปีที่ผ่านมาหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้น หยาดน้ำตาในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะคุ้ม ภัยเพื่อปกป้องดวงใจดวงน้อยดวงนี้ เธอย้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ หลีกหนีจากโลกอันโหดร้ายและผู้ชายใจร้ายคนนั้น ทว่าลางสังหรณ์บางอย่างในใจกลับบอกเธอว่า... ความสงบสุขนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ระหว่างที่เธอกำลังจูงมือลูกชายเดินกลับไปยังรีสอร์ตที่พัก สายตาของรวินดาก็เหลือบไปเห็นรถยนต์หรูสีดำสนิทคันคุ้นตาจอดเทียบท่าอยู่หน้าล็อบบี้ ทะเบียนรถคันนั้น... ทะเบียนรถที่เธอจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าชื่อของตัวเอง หัวใจของรวินดากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกكنขวางคอ ร่างกายของเธอแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน รถคันนั้น... เขาตามมาที่นี่ได้อย่างไรกัน?! ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ดูคุ้นตาแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าก้าวลงมา ขายาวก้าวฉับๆ ตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโหยหาและความโกรธขิงที่ระอุอยู่ภายใน รวินดากำมือลูกชายแน่นโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้เธอวิ่งหนี ทว่าขาเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งจนขยับไม่ได้เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอในระยะประชิด "รวินดา..." เสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา พร้อมกับดวงตาคมกริบที่เลื่อนมองผ่านร่างเธอไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ข้างหลัง ภาคินก้มลงสบตากับเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตาคมโตและร่องรอยใบหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจก ลมหายใจของประธานหนุ่มขาดห้วงไปในทันที เมื่อตระหนักได้ว่าเด็กน้อยคนนี้คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง... ลูกชายที่เขาเคยโง่เขลาปฏิเสธและผลักไสมาตลอดสามปี! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โซตรักพันธะลวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%