ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 12

ย่างก้าวในงานเต้นรำหน้ากาก

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงและดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่ถูกจัดประดับอย่างวิจิตรตระการตาในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลวอนเดนเบิร์ก แทบจะไร้ความหมาย เมื่อเทียบกับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างปลายนิ้วของคนสองคนที่กำลังยืนอยู่หลังเสาหินอ่อนสไตล์นีโอคลาสสิก ศิรินทร์ในชุดราตรีเข้ารูปสีนิลสนิท ขับเน้นทรวดทรงและผิวเนียนละเอียดให้ดูราวกับรูปปั้นพอร์ซเลนชั้นดีที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความพิถีพิถัน เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวกดทับเครื่องส่งสัญญาณจิ๋วที่ซ่อนอยู่หลังต่างหูมุกอย่างแรง เพื่อข่มกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจนเกือบจะหลุดมาดภัณฑารักษ์ผู้เยือกเย็น "ถ้าคุณยังขยับเข้ามาใกล้กว่านี้อีกแค่เซนติเมตรเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจล่วงเกิน และจะใช้สิทธิ์ของแขกวีไอพีเรียก รปภ. มาหิ้วปีกคุณออกไปจากงาน เดี๋ยวนี้ค่ะ คุณนิลเนตร" เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของศิรินทร์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่นิลเนตรกลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำฉลุลายขยับจัดหน้ากากขนนกสีเงินที่คาดอยู่บนใบหน้าของศิรินทร์ให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ "อุ๊ย อย่าใจร้ายนักเลยค่ะ ท่านภัณฑารักษ์คนเก่ง หน้ากากอันนี้ถ้าใส่ไม่ดี เดี๋ยวความลับแตกขึ้นมา ใครล่ะจะช่วยคุณเดินเข้าไปหยิบไดอารี่ลับของท่านทูตในห้องทำงานชั้นสอง?" นิลเนตรจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านต้นคอทำให้ศิรินทร์สะดุ้งเฮือกโดยอัตโนมัติ "อีกอย่าง... ชุดที่คุณใส่อยู่ตอนนี้ ถ้าไม่มีฉันคอยบังมุมกล้องวงจรปิดให้ คุณคิดเหรอว่าจะเดินผ่านหน้าการ์ดมาถึงตรงนี้ได้โดยไม่โดนจับโยนออกไป" ศิรินทร์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเส้นนูน เธอมองค้อนคนตรงหน้าด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายได้ด้วยคมมีด หากแต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมดตั้งแต่วินาทีแรกที่อีกฝ่ายยื่นมือเข้ามาช่วยรูดซิปชุดราตรีนี้ให้ที่ห้องพักรับรอง จริงอย่างที่นิลเนตรว่า... แผนการปลอมตัวแทรกซึมเข้ามาในงานประมูลหน้ากากปิดตายของสมาคมลับครั้งนี้ เป็นความคิดบ้าบิ่นที่เธอจำใจต้องพึ่งพาศิลปินจอมปลอมคนนี้ หลังจากหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะล้างมลทินให้ตระกูลของเธอถูกเปลี่ยนมือไปอยู่กับนักสะสมผู้ทรงอิทธิพล "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย ฉันแค่... ยืมมือคุณชั่วคราว" ศิรินทร์เชิดหน้าขึ้นพยายามดึงศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา ดวงตาสนิทคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสสีรัตติกาลของคนตรงหน้า "และโปรดจำไว้ด้วยว่า ทันทีที่เราได้สมุดบันทึกเล่มนั้น ทางใครทางมัน ห้ามก้าวก่ายกันอีกเด็ดขาด" นิลเนตรหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูระรื่นชวนหมั่นไส้เสียจนศิรินทร์อยากจะยกส้นสูงเหยียบลงบนรองเท้าหนังขัดมันของอีกฝ่ายสักทีสองที นักปลอมแปลงมือหนึ่งของโลกเอียงคอมองท่าทีพยศของคนตรงด้วยความรู้สึกมันเขี้ยวระคนเอ็นดู ปากก็บอกว่าเกลียดนักหนਾ แต่แก้มใสๆ ที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความเขินอายนั้นกลับทรยศคำพูดทุกคำอย่างหมดเปลือก "ทางใครทางมันเหรอคะ? พูดง่ายจังเลยนะคะคนสวย..." นิลเนตรจงใจทิ้งเสียงพร่าพร่าขณะก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง จนแผ่นหลังบางของศิรินทร์แนบติดไปกับเสาหินเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีและไม่มีช่องว่างให้อีกฝ่ายถอยหลังได้อีก "แต่เท่าที่จำได้... ตอนอยู่บนรถเมื่อกี้ ใครนะที่เป็นคนดึงเนคไทฉันแล้วบอกว่า *'อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวนะ'* หืม?" "ฉันไม่ได้พูด!" ศิรินทร์เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู ภาพเหตุการณ์บนรถตู้ทึบระหว่างทางมางานแวบเข้ามาในหัว สมองเธอกล่าวโทษความตื่นเต้นที่ทำให้เผลอแสดงความอ่อนแอออกไปต่อหน้าปีศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้ "อ้าวเหรอคะ สงสัยหูฉันจะฝาดไปเองสินะ งั้นเดี๋ยวคืนนี้เสร็จงาน เราคงต้องกลับไปทบทวนความทรงจำกันใหม่ยาวๆ สักคืนแล้วล่ะค่ะ" นิลเนตรกระซิบด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แววตาเจ้าเล่ห์แพรพราวระAราวกับแมวป่าที่กำลังตะครุบเหยื่อในกรง ก่อนที่ศิรินทร์จะได้อ้าปากด่าทอด้วยประโยคเชือดเฉือนตามแบบฉบับของเธอ เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงออเคสตราสดในห้องโถงใหญ่ก็เปลี่ยนจังหวะเป็นเพลงวอลทซ์ที่เย้ายวนและชวนฝัน ไฟในห้องโถงหรี่ลงเหลือเพียงแสงสีนวลจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ แขกเหรื่อเริ่มจับคู่เต้นรำกลางฟลอร์ นิลเนตรไม่รอช้า มือเรียวยื่นออกไปคว้าข้อมือบางของศิรินทร์ไว้ทันที แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างระหงเซเข้าไปปะทะกับแผงอกของอีกฝ่ายอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้วูบวาบอยู่ในช่องท้อง "ทำอะไรของคุณ! ปล่อยนะ!" ศิรินทร์พยายามขัดขืน ดึงมือออกแต่นิลเนตรกลับกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่นขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน "ถ้าไม่อยากให้การ์ดตรงบันไดหันมาสนใจเรา เลิกดิ้นแล้วทำตัวเนียนซะค่ะ ศิรินทร์" นิลเนตรกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ตอนนี้... เรากำลังเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องแล้วนะ" ศิรินทร์กวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าแขกหลายคนเริ่มหันมามองคู่ของพวกเธอด้วยความสนใจ หน้ากากขนนกช่วยอำพรางใบหน้าได้ก็จริง แต่สรีระและท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเธอตอนนี้คงดูแปลกแยกไม่น้อย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมปล่อยให้นิลเนตรนำพาเธอก้าวเท้าไปตามจังหวะเพลงวอลทซ์อย่างจำยอม หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว... แม้จะปากเก่งและพยายามรักษามาดความเย็นชาไว้แค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสจากมืออุ่นที่ประคองอยู่ตรงบั้นเอวของเธอนั้นมั่นคงและนุ่มนวลอย่างประหลาด นิลเนตรนำทางเธอหมุนวนไปตามทิศทางของเพลงอย่างคล่องแคล่ว ทุกครั้งที่ร่างของพวกเธอหมุนเหวี่ยงเข้าหากัน ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดริน หัวใจของศิรินทร์เต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เสียงสะท้อนในอกดังยิ่งกว่าเสียงดนตรีเสียอีก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาที่ภารกิจหลัก แต่สายตาพราวระยับที่มองตรงมาของนิลเนตรกลับขโมยสมาธิไปจนหมดสิ้น "เต้นเก่งนี่คะ... นึกว่าเก่งแต่เรื่องหาเรื่องคนอื่นเสียอีก" ศิรินทร์เอ่ยประชดประชันเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "เรื่องหาเรื่องคุณน่ะ... ฉันเก่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกอยู่แล้วค่ะ" นิลเนตรยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่สวยพราวเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวพาเธอลอดผ่านกลุ่มนักเต้นรำไปใกล้กับประตูบานคู่สีทองที่เชื่อมต่อไปยังปีกตึกด้านใน ซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา "อีกสามวินาที การ์ดหน้าประตูจะหันไปทางซ้ายตามรอบตรวจการณ์..." นิลเนตรกระسิบแนบชิดใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที "เตรียมตัวให้พร้อมนะคนสวย ของจริงกำลังจะเริ่มแล้ว" ศิรินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ ความเย็นชาและความเฉียบคมกลับคืนสู่แววตาคู่สวยอีกครั้ง เธอกำมือแน่นใต้ชายกระโปรง พยักหน้ารับเบาๆ เป็นสัญญาณว่าพร้อมลุย ทว่า... ในจังหวะที่นิลเนตรกำลังจะดึงเธอหมุนตัวหลบมุมสายตาการ์ดเพื่อพุ่งเข้าไปยังประตูเป้าหมาย แสงไฟในห้องโถงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน! ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา เสียงดนตรีหยุดชะงักลงทันที ตามมาด้วยเสียงฮือฮาตื่นตระหนกของเหล่าแขกเหรื่อในงาน ศิรินทร์รู้สึกได้ทันทีว่ามืออุ่นที่เคยประคองเอวเธออยู่หายไป ปลายนิ้วของเธอคว้าได้เพียงความว่างเปล่า "นิลเนตร?" เธอเอמהเรียกชื่ออีกฝ่ายในความมืดด้วยความใจหายวาบ "อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหูขวา มากกว่านั้นคือสัมผัสเย็นเฉียบของปลายกระบอกโลหะบางอย่างที่จ่อเข้ากับขมับของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ไม่ใช่ของนิลเนตรกระซิบแผ่วเบา "ยินดีต้อนรับสู่เกมจริงค่ะ คุณภัณฑารักษ์... น่าเสียดายนะ ที่คู่หูของคุณ ถูกต้อนไปอยู่อีกมุมหนึ่งของคฤหาสน์เสียแล้ว" บลัดดี้แมรี่ขอตัวไปหยิบยาดมแป๊บนะคะ รี้ดเดอร์ขา ตื่นเต้นจนใจจะวายแล้วเนี่ย รีบตามไปลุ้นต่อในตอนหน้ากันเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%