ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 13

จังหวะรำที่ชวนให้หวั่นไหว

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
ความมืดมิดของห้องโถงจัดแสดงปีกตะวันตกถูกขับเน้นให้ดูวังเวงขึ้นด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกสีโบราณ ประโยคท้าทายจากวิทยุสื่อสารเครื่องจิ๋วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ยินดีต้อนรับสู่เกมจริงค่ะ คุณภัณฑารักษ์... น่าเสียดายนะ ที่คู่หูของคุณ ถูกต้อนไปอยู่อีกมุมหนึ่งของคฤหาสน์เสียแล้ว”* ศิรินทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าว ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เธอจะหันหลังกลับเพื่อฝ่าความมืดตามหาคู่หู เสียงฝีเท้าเบาก립ราวกับแมวป่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่แตะลงบนหัวไหล่เปลือยเปล่าอย่างถือวิสาสะ “จะรีบไปไหนล่ะคะ คุณภัณฑารักษ์... แขกผู้มีเกียรติเขาไม่ทิ้งคู่เต้นรำกลางฟลอร์แบบนี้หรอกนะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เจือแววเย้าหยอกดังชิดริมหู ศิรินทร์สะดุ้งเฮือก เธอตวัดร่างกลับไปหมายจะซัดฝ่ามือใส่คนที่บังอาจเข้ามาประชิดตัว แต่รวดเร็วยิ่งกว่า—นิลเนตรกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทัน พร้อมกับดึงรั้งเอวบางเข้าหาตัวด้วยแรงที่ไม่อาจขัดขืน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ “ปล่อยฉันนะคะ นิลเนตร!” ศิรินทร์กัดฟันกรอด ดวงตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธขึง “เล่นบ้าอะไรของคุณ รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น—” “รู้สิคะ ก็เพราะรู้... ถึงได้พามาหลบตรงนี้ไง” นิลเนตรแย้มยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยพราวระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นโปรด มืออีกข้างของหล่อนเอื้อมไปฉวยมือของศิรินทร์ขึ้นมาวางทาบบนลาดไหล่ของตนเองอย่างถือสิทธิ์ “ส่วนเรื่องอื่น... ไว้ค่อยเคลียร์ทีหลัง ตอนนี้... ส마ย์มีหน้าที่แค่ทำตามจังหวะของฉันก็พอค่ะ” เสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกแผ่วเบาดังขึ้นจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณที่มุมห้อง ราวกับถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า นิลเนตรไม่เปิดโอกาสให้ภัณฑารักษ์สาวได้ปฏิเสธ หล่อนขยับตัวก้าวเท้าตามจังหวะวอลทซ์อย่างเชี่ยวชาญ ดึงดันบังคับให้ศิรินทร์ต้องขยับตามเพื่อไม่ให้สะดุดล้มลงไป จังหวะการหมุนตัวครั้งแรกพาให้ร่างของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว ศิรินทร์หายใจติดขัด สมองที่เคยประมวลผลสิ่งต่างๆ ได้อย่างเฉียบคมกลับว่างเปล่า เธอมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ นิลเนตรสวยเฉี่ยว ร้ายกาจ และอันตรายเกินกว่าจะเข้าใกล้ แต่ในขณะเดียวกัน... แววตาคู่นั้นกลับมีความเวิ้งว้างบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ “คุณตั้งใจปั่นหัวฉัน...” ศิรินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ขณะที่สะโพกถูกบังคับให้หมุนวนตามแรงประคองของอีกฝ่าย “คุณต้องการอะไรกันแน่ นิลเนตร ของพวกนั้น... หรือแค่สนุกที่ได้ปั่นหัวฉันจนหัวหมุน?” “ทั้งสองอย่างค่ะ... และอาจจะมากกว่านั้น” นิลเนตรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนุ่มทุ้มสั่นสะท้อนผ่านหน้าอกที่แนบชิดกัน หล่อนจงใจลดระยะห่างใบหน้าลงจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาสีอำพันกวาดมองสำรวจริมฝีปากเม้มแน่นของศิรินทร์อย่างจงจดจ้อง “แต่ที่สนุกที่สุด... คงเป็นตอนที่ได้เห็นคนเย็นชาอย่างคุณ สูญเสียการควบคุมตัวเองเพราะฉันนี่แหละค่ะ” “คุณมัน... โรคจิต” “ชมเกินไปแล้วค่ะ” นิลเนตรยิ้มรับหน้าตาเฉย ก่อนจะหมุนตัวพาภารักษ์สาวเหวี่ยงออกไปกว้างขึ้น แล้วดึงกลับเข้ามาชิดอกด้วยแรงเหวี่ยงที่คำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบ “แต่ระวังหน่อยนะคะ... ถ้าคุณยังเหม่อมองริมฝีปากฉันแบบนี้ คนอื่นเขาจะหาว่าคุณกำลังเรียกร้องอย่างอื่น... มากกว่าการเต้นรำนะคะ” คำพูดเย้าแหย่นั้นทำให้เลือดในกายของศิรินทร์สูบฉีดจนร้อนผ่าว เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะปล่อยให้ใครมาข่มขู่หรือต้อนจนมุมได้ง่ายๆ ศิรินทร์หรี่ตามองคนตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง เธอยกมือข้างที่วางอยู่บนไหล่ของนิลเนตรขึ้น เลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสกรอบหน้าเนียนแผ่วเบา ก่อนจะจิกปลายเล็บลงบนต้นคอระหงเบาๆ จนคนถูกกระทำสะดุ้งเฮือก “มั่นใจนักเหรอคะ ว่าคนที่จะสูญเสียการควบคุม... คือฉัน” ศิรินทร์กระซิบชิดริมหูของนักปลอมแปลงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่แฝงความยั่วยวนอย่างจงใจ ถูกส่งตรงเข้าปั่นประสาทอีกฝ่ายกลับบ้าง “ถ้าเกมนี้มันสนุกอย่างที่คุณว่า... งั้นฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าถ้าฉันถอดหน้ากากจอมโจรของคุณออกมาได้จริงๆ รอยยิ้มอวดดีนั่น... จะยังอยู่บนหน้าของคุณไหม” นิลเนตรชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มพรายบนริมฝีปากบางเฉียบแข็งค้างไปเสี้ยววินาที ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ—นี่เป็นครั้งแรก ที่เหยื่อของหล่อนกล้าฮึดสู้และย้อนกลับมาขบกัดได้อย่างเจ็บแสบถึงเพียงนี้ เคมีที่ปะทะกันกลางฟลอร์มืดสนิทพุ่งสูงจนแทบจะเผาไหม้อากาศ นิลเนตรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของศิรินทร์ ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากแผนการปล้นและการปั่นประสาทเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ มันร้อนรุ่ม ดิบเถื่อน และดึงดูดใจจนน่ากลัว หล่อนกระชับวงแขนที่โอบเอวบางให้แน่นขึ้น กะว่าจะโน้มใบหน้าลงไปปิดริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำนั่นเสียให้หายหมั่นไส้ ศิรินทร์เองก็ไม่ถอย เธอยังคงจ้องตอบด้วยแววตาท้าทาย ริมฝีปากทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กันทุกที... ใกล้จนลมหายใจผสานเป็นสายเดียวกัน ใกล้จนเสียงหัวใจของทั้งสองเต้นดังแข่งกับเสียงเพลงคลาสสิก ทว่า— *โครม!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านทิศเหนือแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบร่วงหล่นกราวรูดลงสู่พื้นหินอ่อน ตามมาด้วยเงาร่างสีดำสามร่างที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสงปลายกระบอกปืนที่ติดลำกล้องเก็บเสียงส่องประกายวาววับในความมืด นิลเนตรดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที หล่อนสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะผลักศิรินทร์หลบไปด้านหลังของเสาหินขนาดใหญ่ด้วยความรวดเร็ว “เกมสนุกหมดสนุกแล้วล่ะค่ะ...” นิลเนตรหันมามองศิรินทร์แวบหนึ่ง รอยยิ้มยั่วเย้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว หล่อนชักอาวุธมีดพกสั้นออกจากสายคาดเอว “เพราะดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยซ้ำ” ศิรินทร์มองตามสายตาของนิลเนตรไป และหัวใจของเธอก็ต้องหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหนึ่งในเงาร่างที่พุ่งเข้ามานั้น... ถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งไว้ในมือ บนหน้าจอเรืองแสงปรากฏภาพของคู่หูของเธอกำลังถูกมัดมือไพล่หลังและหมดสติอยู่บนเก้าอี้ —โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ— ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันตึงเครียดนี้ด้วยกันนะคะ *บลัดดี้แมรี่*
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%