แสงสีฟ้าจากจอภาพควบคุมหลักกลางห้องโถงจัดแสดงตวัดวาบ สะท้อนลงบนแว่นไร้กรอบของศิรินทร์จนเกิดประกายเย็นเยียบ ข้อความท้าทายที่เขียนด้วยลายมือตวัดหวัดยังคงค้างเติ่งอยู่บนอากาศ นิลเนตรไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพโฮโลแกรมที่ถูกส่งสัญญาณมาจากที่ไกลลิบในตอนนี้ เธอกำลังก้าวเท้าออกจากเงาดำของมุมเสาหินอ่อนอิตาลีด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความเย้ยหยัน
"มาตรงเวลาดีนี่คะ... คุณภัณฑารักษ์ผู้แสนจะไร้ที่ติ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของพิพิธภัณฑ์ไร้เงายามวิกาล ศิรินทร์ไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดภายใต้เสื้อเชิร์ตสีขาวเข้ารูปกลับเกร็งเครียดจนแทบจะฉีกขาด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้า นิลเนตรในคืนนี้สวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนปราดเปรียว เส้นผมสีดำขลับรวบตึงไว้ด้านหลังเผยให้เห็นลำคอระหงและรอยยิ้มท้าทายที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้เป็นจุล
"คุณกล้ามากนะ นิลเนตร ที่เหยียบเข้ามาในเขตหวงห้ามของฉัน" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาแต่สั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด "คิดว่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นของคุณหรือไง"
"สนามเด็กเล่นเหรอคะ?" นิลเนตรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นพร่าต่ำและชวนให้หัวใจกระตุกวูบ เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนโชยเข้าปะทะจมูกของศิรินทร์ "สำหรับฉัน... ที่นี่คือห้องทดลองต่างหาก และของเล่นชิ้นโปรดก็กำลังยืนทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกอยู่ตรงนี้ไงคะ"
นิ้วเรียวยาวของนักปลอมแปลงระดับโลกเอื้อมออกไปราวกับจะแตะลงบนปกเสื้อของศิรินทร์ แต่ทว่ากลับถูกมือบางของภัณฑารักษ์สาวปัดออกอย่างไม่ใยดีด้วยความเร็วสูง เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
"อย่ามาเล่นไม่เข้าเรื่อง ถอยไป!" ศิรินทร์ตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นแค่ไหนก็ตาม "ถ้าไม่อยากให้ฉันกดสัญญาณเตือนภัยเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมารวบตัวคุณตอนนี้ ก็คายความจริงมาซะว่าคุณต้องการอะไรจากห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน"
นิลเนตรชะืองักมือที่ถูกปัดออกไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเปลี่ยนเป็นความขบขันระคนเอ็นดู ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายซุกซนที่ซ่อนพิษสงไว้รอบตัว เธอก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนศิรินทร์ต้องเผลอถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมโฮโลแกรมโดยไม่รู้ตัว
"ใจร้อนเสียจริงนะคะ... กลัวว่าความลับที่ซ่อนไว้จะหลุดออกมาให้ฉันเห็นหรือไง" นิลเนตรโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคนตัวสูงกว่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนศิรินทร์ต้องขนลุกชัน "ความจริงเหรอคะ? ฉันไม่ได้มาเพื่อปล้นภาพวาดหรืออัญมณีไร้ค่าพวกนั้นหรอกนะ... แต่ฉันมาเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก"
ปลายนิ้วเรียวของนิลเนตรไม่ได้เอื้อมไปที่แผงควบคุม แต่เธอกลับหยิบแฟ้มเอกสารหนังสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสตรงหน้าศิรินทร์ด้วยท่าทางสบายๆ
ศิรินทร์ก้มมองแฟ้มนั้นด้วยความระแวง หัวใจเต้นรำพันด้วยจังหวะที่ผิดปกติ เธอยื่นมือไปเปิดแฟ้มออกอย่างช้าๆ ทันทีที่สายตาปะทะกับเอกสารแผ่นแรก ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ภาพถ่ายหลักฐาน ลายมือชื่อ และบันทึกการเบิกจ่ายวัตถุโบราณเมื่อห้าปีก่อน... เอกสารชุดนั้นระบุชื่อของ "ศิรินทร์" ไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีการสูญหายของรูปปั้นเทพีแห่งความมืด ซึ่งเป็นคดีอื้อฉาวที่ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเธอจนป่นปี้และทำให้เธอต้องปลีกตัวมาซ่อนเร้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์ไร้เงาแห่งนี้
มือบางที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวใจ ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคำถามที่อัดแน่นเต็มอก
"คุณ... เอาเอกสารนี่มาจากไหน?" เสียงของศิรินทร์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด มาดนิ่งสนิทที่สร้างเกราะป้องกันมานานแรมปีพังทลายลงในพริบตา
นิลเนตรหุบยิ้ม แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและจริงจังจนน่ากลัว เธอยื่นมือไปแตะคางของศิรินทร์บังคับให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่มีทางเลี่ยง แรงสัมผัสที่อุ่นจัดตัดกับความเย็นเฉียบของบรรยากาศรอบตัวทำให้ศิรินทร์แทบจะลืมวิธีหายใจ
"อยากรู้ความจริงไหมคะ... ว่าทำไมคนตระกูลใหญ่ถึงทอดทิ้งคุณ และใครกันแน่ที่เป็นคนขโมยมันไปจริงๆ" นิลเนตรกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจ "ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด... พรุ่งนี้เที่ยงคืน พบกันที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 มาคนเดียว... ไม่อย่างนั้นเอกสารฉบับนี้จะไปอยู่บนโต๊ะของตำรวจสากลแทนที่จะเป็นที่นี่"
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและต่อว่าคนตรงหน้า แต่ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกะดึกก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ใกล้เข้ามาทุกที
"เฮ้ย! ใครอยู่ตรงนั้น เสียงอะไรในห้องควบคุมหลัก!"
นิลเนตรผละตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยทิ้งประกายระยับที่อ่านไม่ออกไว้เป็นครั้งสุดท้าย เธอกระตุกยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะดีดตัวกระโดดขึ้นไปบนขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก
"อย่าหนีนะ!" ศิรินทร์พุ่งตัวจะคว้าชายเสื้อสูทของอีกฝ่าย แต่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า นิลเนตรส่งจูบลาให้อย่างเย้ายวนใจก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงไปในความมืดมิดของราตรีกาลอย่างไร้เสียง
ประตูห้องควบคุมถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องด้วยความตื่นตระหนก ทว่าภายในห้องกลับว่างเปล่า เหลือเพียงแค่ศิรินทร์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แว่นไร้กรอบเอียงกะsเร่ และแฟ้มเอกสารสีดำที่ยังคงเปิดคาอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับลมหายใจที่หอบสะท้านและหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ดวงตาคู่คมของภัณฑารักษ์สาวมองตามความว่างเปล่าของหน้าต่างที่เปิดกว้างออกสู่สายฝนโปรยปรายด้านนอก ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
*นิลเนตร... เธอเล่นแรงเกินไปแล้วนะ!*
ทว่าในวินาทีที่ศิรินทร์ก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารลับนั้นขึ้นมาแนบไว้กับอกเพื่อซ่อนมันให้พ้นจากสายตาของเจ้าหน้าที่ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกเสียบไว้หน้าปกแฟ้ม ด้านหลังกระดาษแผ่นนั้นมีลายมือหวัดๆ เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีแดงสดว่า...
*"ระวังหัวใจของคุณไว้ให้ดีนะคะ ภัณฑารักษ์คนสวย... เพราะฉันกำลังจะไปขโมยมันเป็นชิ้นสุดท้าย"*
บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 2
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!