กลิ่นไอน้ำมันสนและกระดาษเก่าคร่ำคร่าในห้องทำงานส่วนตัวของศิรินทร์อบอวลไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่ว่าแม้แต่ลมหายใจก็ยังรู้สึกเหมือนถูกบีบให้แคบลง แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์วินเทจสาดส่องลงบนแผนที่หนังแท้สีเข้มที่กางอยู่บนโต๊ะทำงาน ตัวแผนที่นั้นเก่าจนแทบจะกลายเป็นผุยผง แต่รอยหมึกสีชาที่ถูกวาดขึ้นด้วยมือกลับยังคงความคมชัด ชวนให้รู้สึกถึงความลับอันดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ผืนแผ่นดินของตระกูลผู้ดีเก่า
"คุณเสียสติไปแล้วหรือคะ, คุณนิลเนตร"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น ศิรินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนกอดอก แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟวับวาว เธอมองหน้าคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตานิ่งสนิทราวกับกำลังประเมินมูลค่าของโบราณวัตถุชิ้นหนึ่งที่เกรดต่ำกว่ามาตรฐาน
คนถูกพาดพิงไวกว่าที่คิด นิลเนตรไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับดวงตาคู่สวยที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำจิ้มลงไปบนจุดกากบาทสีแดงฉานที่กลางแผนที่
"เสียสติหรือคะ? ฉันเรียกว่า 'ลงทุนเพื่ออนาคตต่างหาก' ค่ะ, ท่านภัณฑารักษ์" นิลเนตรลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเธอกับศิรินทร์ลดลงอย่างอันตราย "คฤหาสน์ตระกูลวรินทร์ธรไม่ได้เปิดประตูต้อนรับใครง่ายๆ หรอกนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะระบบรักษาความปลอดภัยบ้าๆ นั่น ฉันคงไม่ต้องมาทนยืนเถียงกับหุ่นยนต์ใส่สูทอย่างคุณหรอกค่ะ"
ศิรินทร์ขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำเจือจางจากตัวของนิลเนตรกำลังรบกวนสมาธิอันเปราะบางของเธอ
"คุณก็รู้ว่าที่นั่นไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เราจะแอบย่องเข้าไปตอนตีสองได้" ศิรินทร์กดเสียงต่ำลง พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มทรยศ "ที่นั่นมีทั้งระบบเซ็นเซอร์ความร้อน กล้องวงจรปิดวงจรปิดปิดตาย และที่สำคัญที่สุด... ข่าวลือเรื่องห้องนิรภัยที่ไม่มีทางออก"
"อ๋อ กลัวหรือคะ?" นิลเนตรโน้มตัวลงมา ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ แววตาท้าทายคู่นั้นจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของศิรินทร์ราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมดที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังมาดนิ่ง "นึกว่าภัณฑารักษ์ผู้ไร้ที่ติอย่างคุณ จะไม่รู้จักคำว่า 'หวาดกลัว'เสียอีก เห็นทำหน้าเย็นชาใส่ฉันมาตลอด ที่แท้ก็แค่เกราะป้องกันตัวของเด็กผู้หญิงขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน ศิรินทร์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นIสันนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ เธอยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของนิลเนตรไว้แน่นด้วยความลืมตัว แรงบีบไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย แต่นิลเนตรกลับไม่มีทีท่าจะสะดุ้งสะเทือน แถมยังส่งยิ้มหวานหยดให้อย่างกวนประสาท
"ระวังปากของคุณให้ดีนะคะ, นิลเนตร" ศิรินทร์กระซิบผ่านไรฟัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธ "อย่ามาล้ำเส้นในพื้นที่ของฉัน"
"ถ้าไม่ล้ำเส้น... แล้วเราจะข้ามกำแพงความลับนั้นไปด้วยกันได้ยังไงล่ะคะ?" นิลเนตรเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ทัน "ศิรินทร์... คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาพวาด 'รอยยิ้มแห่งความตาย' ที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน? ภาพวาดที่ทำให้ตระกูลของคุณต้องดิ่งลงเหว ภาพวาดที่พ่อของคุณถูกตราหน้าว่าเป็นขโมย"
ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ศิรินทร์ชะงักงัน แรงบีบที่ข้อมือนิลเนตรค่อยๆ คลายลงอย่างช้าๆ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว นิลเนตรจงใจ... เธอรู้จุดอ่อนของศิรินทร์ดีเสียยิ่งกว่าใคร และเธอก็เลือกที่จะใช้มันอย่างแม่นยำ
"คุณ... รู้เรื่องนี้ได้ยังไง" เสียงของศิรินทร์แผ่วเบาลงจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ
"ฉันรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณนั่นแหละค่ะ" นิลเนตรเปลี่ยนเป็นฝ่ายใช้มือเรียวประกบลงบนหลังมือของศิรินทร์ที่ยังคงคาอยู่บนข้อมือของเธอสัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านทะลุถุงมือหนังเข้ามา ทำให้ศิรินทร์รู้สึกราวกับถูกไฟลวก "เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วมาร่วมมือกับฉันเถอะค่ะ... เราสองคนมีผลประโยชน์ที่ต้องได้ร่วมกัน"
ศิรินทร์หลุบตาลงมองแผนที่บนโต๊ะอีกครั้ง ความลังเล ความโกรธแค้น และความหวังอันริบหรี่ตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก การก้าวเข้าสู่คฤหาสน์วรินทร์ธรเท่ากับการเอาอนาคตและชีวิตที่เหลืออยู่ไปแขวนไว้บนเส้นด้าย แต่มันก็เป็นทางเดียวที่จะล้างมลทินให้ตระกูลของเธอ
"ถ้าเราพลาด..." ศิรินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับนิลเนตรตรงๆ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ "เราจะไม่ได้แค่ติดคุกค่ะ, คุณนิลเนตร"
"ฉันไม่เคยพลาดในสิ่งที่ฉันต้องการค่ะ" นิลเนตรยิ้มกริ่ม ดวงตาส่องประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น ราวกับเด็กสาวที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจที่สุด "และสิ่งแรกที่ฉันต้องการตอนนี้... คือคุณ"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังประสานกัน ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ศิรินทร์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือตอบตกลง
ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบงันลงในเสี้ยววินาที ตามด้วยเสียงบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณศิรินทร์ครับ! แย่แล้วครับ! ระบบความปลอดภัยหลักของพิพิธภัณฑ์ถูกเจาะ... และตอนนี้ ตำรวจกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ!"
แสดงความคิดเห็นและพูดคุยกับบลัดดี้แมรี่ได้ที่ท้ายตอนนี้เลยนะคะ
ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 7
แผนที่คฤหาสน์ต้องห้าม
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เย็นชากับคดีโจรกรรมหัวใจในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!