กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันของศิรินทร์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไอเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในโถงทางเดิน แต่มันกลับไม่น่าเวียนหัวเท่ากับความจริงที่กำลังกระแทกเข้าใส่หน้าของคินน์ อัครเดโช ในวินาทีนี้
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจ ค่อยๆ เคลื่อนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความทวงคืนความยุติธรรมทางธุรกิจ ขึ้นมาสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของพิมพ์มาดา ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทนยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับคมปลาบราวกับจะเชือดเฉือนเขาให้เป็นชิ้นๆ
"ตกใจอะไรคะคุณคินน์ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่า... ของขวัญชิ้นแรกที่พิมพ์ส่งให้ในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ มันยังไม่สะใจพอ?"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของพิมพ์มาดาราวกับอาบยาพิษ เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของชายหนุ่มผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอ
"พิมพ์..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความระอุคุกรุ่น เขาไม่ได้ตกใจแค่เรื่องเอกสารลับบริษัทที่รั่วไหลจนทำให้หุ้นของเขาร่วงกราวรูD แต่เขากำลังตกใจที่ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เง่าคนนี้ กลับกลายเป็นพญานกกระเรียนที่กางปีกบินสูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือคว้ากลับมาได้อีกแล้ว "คุณทำแบบนี้ทำไม... เราเคย..."
"เคยเป็นสามีภรรยากันอย่างนั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาย้อนถามทันควัน ดวงตาวาววับด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "อย่าเอาคำว่า 'เคย' มาใช้ให้เปลืองน้ำลายเลยค่ะคุณคินน์ เพราะในพจนานุกรมของพิมพ์ ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ... เป็นได้แค่ 'บทเรียนราคาแพง' ที่พิมพ์เรียนรู้แล้วก็โยนทิ้งถังขยะไปนานแล้วค่ะ"
เพียะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงปรบมือดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง ศิรินทร์ยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความริษยา เธอก้าวเข้ามายืนขวางกลางระหว่างอดีตสามีภรรยาคู่นี้
"พิมพ์มาดา! แกอย่ามาทำเป็นเก่งให้มากนักนะ! คิดว่าชนะรึไง? แกก็แค่นางมารร้ายที่ใช้เต้าไต่เต้ามาจนถึงจุดนี้!" ศิรินทร์กรีดเสียงแหลมสูง พยายามดึงความสนใจของคินน์กลับมา "คินน์คะ อย่าไปฟังมันค่ะ ผู้หญิงคนนี้มันตลบตะแลง มันจ้องจะทำลายคุณ!"
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะชายตามองศิรินทร์ เธอยังคงจ้องมองแค่คินน์ สายตาคู่นั้นกวาดมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดหัวใจ ไล่ตั้งแต่เรือนร่างสูงสง่าที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเครียดขึง จนถึงริมฝีปากที่เคยพร่ำบอกคำหวานแต่กลับเจือด้วยคำโกหก
"เชิญสุนัขรับใช้ของคุณเห่าให้พอใจเถอะค่ะคุณคินน์..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงพร่า เย้ายวนแต่เย็นชา "เพราะอีกไม่นาน... คุณทั้งคู่จะได้รู้ซึ้งว่า การสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรี มันรู้สึกยังไง"
พูดจบ พิมพ์มาดาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาป ความโกรธ พลุ่งพล่านผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่ออกจากปาก... ความโหยหา และความเจ็บปวดที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าตามไปทันทีอย่างลืมตัว โดยไม่สนใจเสียงเรียกโวยวายของศิรินทร์ที่ไล่หลังมา คินน์สาวเท้ายาวจนกระทั่งคว้าข้อแขนเรียวของพิมพ์มาดากลางโถงทางเดินส่วนตัวที่ไร้ผู้คน ก่อนจะกระชากร่างบางให้เข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของตนอย่างแรง
"ปล่อยนะ!" พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องพักรับรองอย่างจัง โดยมีร่างหนาของคินน์กักตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"เรายังคุยกันไม่จบ พิมพ์..." คินน์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวน เขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ มันเป็นริมฝีปากเดิม... ริมฝีปากที่เขาเคยจูบด้วยความหงุดหงิดรำคาญในอดีต แต่บัดนี้ มันกลับดึงดูดสายตาและสติสัมปชัญญะของเขาให้หลอมละลายได้อย่างน่าประหลาด
"ปล่อยฉัน! ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนมาช่วย..." พิมพ์มาดาพยายามดิ้นรน มือเรียวระดมทุบลงบนอกแกร่ง แต่แรงแค่นั้นกลับเหมือนการสะกิดผิวกายสำหรับเขา
คินน์ไม่ฟังเสียงททททาน มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปตรึงท้ายทอยของเธอไว้ นิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวย บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับการคุกคามที่เขาเองก็ต้านทานมันไม่ไหวอีกต่อไป
"อยากร้องก็ร้องสิ... ให้คนทั้งตึกนี้รู้เลยว่าอดีตสามีภรรยาเขากำลังเคลียร์กันเรื่องอะไร"
สิ้นเสียงทุบตี ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ!
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จูบครั้งนี้ไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน หรือจูบแห่งการทักทาย แต่มันคือการจู่โจมที่เปี่ยมไปด้วยความรuนแรง ความโหยหา และความบ้าคลั่งที่อัดอั้นมานานนับปี รสจูบที่ร้อนระอุราดรดลงมาดั่งเปลวไฟแผดเผา ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงัน
ร่างบางพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อต่อต้าน แต่คินน์กลับใช้นิ้วบีบกรามมนของเธอให้เผยอออกอย่างจำยอม ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รสชาติของความดื้อรั้น ความแค้น และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพิมพ์มาดา กำลังทำให้สติของคินน์หลุดลอย เขาขบเม้มริมฝีปากเธอนุ่มนวลขึ้นสลับกับความเร่าร้อนดุดัน เพื่อลงทัณฑ์ความเย่อหยิ่งที่ทำให้เขาแทบคลั่ง
ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรก ค่อยๆ ถูกความวาบหวามกัดเซาะจนพังทลายลงอย่างช้าๆ ร่างกายของพิมพ์มาดาสั่นสะท้าน มือที่เคยทุบตีเขาเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของชายหนุ่มแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังโค้งเว้า ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ทั้งคู่พยายามซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
มันไม่ใช่แค่จูบแห่งความแค้น... แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา โหยหาอดีต โหยหาร่างกายที่เคยแนบชิด และโหยหาหัวใจดวงเดิมที่เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
คินน์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอาลัยอาวรณ์ หน้าผากของเขากดแนบชิดกับหน้าผากมน ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่รัว ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววสับสนและตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
"คุณมันบ้า..." พิมพ์มาดาหอบหายใจจนอกกระเพื่อม น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอพยายามผลักอกเขาออกเบาๆ เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา "คุณกล้าดียังไงมาจูบฉัน... เราหย่ากันแล้วนะคินน์!"
"ใช่... เราหย่ากันแล้ว" คินน์กระซิบเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดกับกลีบปากบวมเจ่อของเธอ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหายและคำประกาศิตที่ไม่มีวันยอมปล่อยมือ "แต่จำไว้... พิมพ์มาดา ร่างกายและหัวใจของคุณไม่มีทางเป็นของใครอื่น นอกจากฉันคนนี้!"
พิมพ์มาดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจยามเมื่อสัมผัสไออุ่นจากเขา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำถากถางใดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่กำลังเดินเลี้ยวพ้นมุมเสาเข้ามาใกล้โถงทางเดินนี้
ศิรินทร์นั่นเอง! หล่อนเดินกลับมาตามหาคินน์พร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึง และทันทีที่สายตาของศิรินทร์กวาดมาเห็นภาพอดีตสามีภรรยากำลังยืนแนบชิดหายใจรดต้นคอกันอยู่ ดวงตาของหล่อนก็เบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด กรีดร้องในลำคอแทบไม่เป็นภาษา
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ศิรินทร์จะได้พุ่งเข้ามาอาละวาด เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ที่วิ่งนำหน้าพี่เลี้ยงเข้ามาดึงชายเสื้อสูทของคินน์เอาไว้เสียก่อน
"คุณพ่อขา... คุณแม่บอกว่าให้ตามคุณพ่อกลับบ้านได้แล้วครับ ทำไมคุณพ่อมาอยู่นี่นานจัง?"
คินน์ชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์ฉلافอย่างไม่เชื่อสายตา
ในขณะที่พิมพ์มาดากลับยืนนิ่งสนิท เธอยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาคู่สวยมองปฏิกิริยาของคินน์ที่กำลังเผชิญหน้ากับ "ความลับ" ที่เธอจงใจซ่อนไว้ตลอดสี่ปีเต็ม!
-------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับทุกหยดอารมณ์อันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ — ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 24
จูบที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!