เสียงปรบมือระลอกเบาๆ จากผู้ทรงเกียรติในงานกาล่าดินเนอร์การกุศลดังขึ้นเคล้าเสียงดนตรีคลาสสิก แต่สำหรับคินน์ อัครเดโชแล้ว ทุกเสียงรอบตัวกลับเงียบงัน ราวกับโลกทั้งใบถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงภาพตรงหน้า
พิมพ์มาดา ภักดีไพบูลย์ ในชุดราตรีผ้าไหมสีนิลเข้ารูปปักคริสตัลระยิบระยับ กำลังยืนอยู่บนเวทีในฐานะประธานมูลนิธิและดีไซเนอร์รับเชิญกิตติมศักดิ์ รอยยิ้มของเธองملดงาม ทว่าเย็นชาและไร้ซึ่งเงาของภรรยาผู้เคยยอมจำนนต่อเขาในอดีต เธอช่างเจิดจรัส ยโส และอยู่สูงเกินกว่าที่ปลายนิ้วของเขาจะเอื้อมถึง... เป็นความเจ็บปวดอันหอมหวานที่คินน์เสพติดมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ทว่า สายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความสง่างามของอดีตภรรยา
เบื้องหลังฉากกั้นกำมะหยี่สีแดงสดด้านข้างเวที ศิรินทร์ คนรักใหม่ผู้มักจะแสดงตัวว่าเป็นเหยื่อผู้แสนอ่อนหวาน กำลังยืนลับๆ ล่อๆ มือเรียวยาวสั่นเทาขณะยัดซองเอกสารสีน้ำตาลลับเข้าไปในกระเป๋าเอกสารของประธานกรรมการบริหารคู่แข่งทางธุรกิจ—คู่แข่งที่กำลังพยายามฮุบโปรเจกต์พันล้านของพิมพ์มาดา
คินน์หรี่ตาลง หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความระaอ ภาพความทรงจำทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อ ศิรินทร์ไม่ได้อ่อนหวานและน่าสงสารอย่างที่เธอตีหน้าเศร้าเล่าความมาตลอดหลายเดือน ไม่ใช่แค่เรื่องที่เธอพยายามเสี้ยมให้เขาเกลียดพิมพ์มาดา แต่หลักฐานการทุจริต รอยยิ้มเยาะเย้ยที่หลุดออกมาแวบหนึ่งเมื่อครู่ และเอกสารลับที่ถูกส่งมอบ... มันคือแผนการสกปรกที่ต้องการทำลายทั้งบริษัทของพิมพ์มาดาและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหญิงสาวให้จมดิน
"ศิรินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ร่างเพรียวสะดุ้งสุดตัว ศิรินทร์หันขวับมา ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของคินน์
"คุณคินน์... คือว่า ศิรินทร์..." เสียงของเธอสั่นเครือ พยายามจะยกมือขึ้นสัมผัสแขนเขาตามความเคยชิน
"หยุด!" คินน์ปัดมือคู่นั้นออกอย่างไร้เยื่อใย แรงปะทะแม้จะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ศิรินทร์หน้าซีดเผือด "คุณกำลังทำอะไร... และทำไมเอกสารของบริษัทพิมพ์มาดาถึงไปอยู่ในมือคุณ"
"คุณคินน์กำลังเข้าใจศิรินทร์ผิดนะคะ!" หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้าอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเต็มที่ "ผู้ชายคนนั้น... เขาแค่ขอให้ศิรินทร์ช่วยส่งเอกสารโครงการเพราะเขาเป็นพาร์ทเนอร์เก่า—"
"โกหก!" คินน์คำรามต่ำในลำคอ ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาอยู่ในอกจนแทบคลั่ง ภาพที่พิมพ์มาดาต้องเหน็ดเหนื่อยตรากตรำกับโปรเจกต์นี้ ยืนหยัดสู้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่เคยปริปากขอความช่วยเหลือจากเขา ยิ่งทำให้เขารู้สึกเกลียดชังความโง่เขลาของตัวเองในอดีต และรังเกียจผู้หญิงจอมปลอมตรงหน้าจนแทบอยากจะอาเจียน
นี่น่ะหรือคนที่เขาเคยคิดจะใช้ชีวิตด้วย คนที่คอยเป่าหูให้เขาทำร้ายพิมพ์มาดา ซ้ำยังคิดจะแทงข้างหลังทำลายหยาดเหงื่อแรงงานของผู้หญิงที่เขาโหยหาจะไถ่บาปมาตลอด
"คินน์คะ ฟังศิรินทร์ก่อน..." ศิรินทร์พยายามก้าวเข้ามาใกล้ ควAพยายามจะใช้มารยาหญิงเข้าลูบเพื่อเอาตัวรอดเหมือนทุกครั้ง แต่คินน์กลับก้าวถอยหลังราวกับเธอเป็นสิ่งปฏิกูล
"เกมมันจบแล้ว ศิรินทร์" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความดูแคลน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นสันดานที่แท้จริงของคุณ... ออกไปจากชีวิตผมซะ และเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาจารกรรมข้อมูลทางธุรกิจได้เลย"
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลนับสิบชีวิตก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบบริเวณนั้น ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของพิมพ์มาดาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก เธอกอดอกมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก
"ไม่ต้องเหนื่อยหรอกค่ะคุณคินน์..." พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว ปรายตามองซองเอกสารในมือศิรินทร์ "เพราะทุกอย่าง... อยู่ในกล้องวงจรปิดและแฟ้มหลักฐานที่ฉันส่งให้ตำรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ"
คินน์หันขวับกลับมามองอดีตภรรยา หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็น ทว่าแฝงไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ พิมพ์มาดาไม่ได้แค่ยืนดูการเปิดโปง... เธอกำลังเล่นเกมที่เหนือกว่าเขาหลายขุม และเธอกำลังเฝ้ารอวันที่เขาจะตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาได้สูญเสียเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตไปอย่างไร้ค่าเพียงใด
"พิมพ์..." คินน์ครางชื่อเธอออกมาแผ่วเบา ร่างกายรู้สึกชาหนึบไปหมด ก้าวขาไม่ออก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความละอายใจและบาปกรรมที่ตนเองก่อ
พิมพ์มาดาปรายตามองเขาเพียงเสี้ยววินาที ราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองไร้ค่าบนพื้นรองเท้า เธอหันไปสั่งการตำรวจที่เพิ่งเดินเข้ามาควบคุมตัวศิรินทร์ ก่อนจะหันมาสบตาคินน์ตรงๆ ด้วยรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจเขาจนพรุน
"ยินดีด้วยนะคะคุณคินน์... ที่ในที่สุดคุณก็ได้เห็นธาตุแท้ของคนที่คุณเลือก" พิมพ์มาดากล่าวเสียงเรียบ "แต่เสียใจด้วยนะคะ ที่ตอนนี้... คุณไม่มีค่าพอที่จะยืนอยู่ในสายตาของฉันอีกต่อไปแล้ว"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์ยืนแข็งค้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของเบื้องหลังเวที ความเจ็บปวดแผดเผาร้าวรานไปทั่วร่าง รสชาติของความพ่ายแพ้และสำนึกผิดกัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย เขาคุกเข่าลงบนพื้นพรมอย่างหมดแรง สำนึกได้ในวินาทีนี้เองว่าเขาสูญเสียเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเสียแล้ว
ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังจะจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังนั้น เสียงกJดกริ่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสูทก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอล็อกสกรีน...
*ภาพถ่ายใบเสร็จโรงพยาบาลเด็ก และผลตรวจดีเอ็นเอระบุชื่อ 'ด.ช. คณิน ภักดีไพบูลย์'*
คินน์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลกับตัวเลขปีเกิดของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งเล่นอยู่ข้างกายพิมพ์มาดาในงานวันก่อน... เด็กน้อยที่มีรอยยิ้มและดวงตาถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
— ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 25
ภายใต้เงาของความลวง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!