"คุณกำลังรื้อฟื้นซากศพที่ฉันฝังกลบมันไปตั้งแต่ห้าปีก่อนทำไมคะ... คุณคินน์"
เสียงหวานทุ้งที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและรอยยิ้มหยันบนเรียวปากสีไวน์แดงของพิมพ์มาดา ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคินน์ อัครเดโช ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหราทำจากไม้มะฮอกกานีเนื้อดีในเพนท์เฮาส์ส่วนตัว ความเงียบงันภายในห้องกว้างราวมหาสมุทรบีบอัดจนหน้าอกของเขาปวดหนึบ เอกสารกองหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากสำนักงานสืบสวนเอกชนวางอยู่ตรงหน้า ปึกกระดาษสีขาวที่เต็มไปด้วยประวัติการรักษา บิลค่าโรงพยาบาล และสำเนาใบมรณบัตรเก่าคร่ำครึ กำลังสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้ปลายนิ้วที่เคยทรงอำนาจและหยิ่งผยอง
ห้าปี... ห้าปีเต็ม ๆ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่บนความเข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนอื่น เป็นฝ่ายละทิ้งศักดิ์ศรีและก้าวเดินออกจากชีวิตของเขาอย่างไร้เยื่อใย เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับความมั่งคั่งที่มากกว่า นั่นคือสิ่งที่ศิรินทร์คอยกรอกหูเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่เขาอ่อนแอ เป็นคำแก้ตัวอันหอมหวานที่ช่วยเคลือบ ircumstance ความผิดบาปในใจของเขาให้เบาบางลง
ทว่า ในค่ำคืนนี้ หลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลับกำลังกรีดแทะหัวใจของเขาให้แหลกสลายเป็นจุล
คินน์ก้มลงมองภาพถ่ายใบเก่าที่แนบมากับรายงาน เป็นภาพสำเนาทะเบียนบ้านและบันทึกการเข้ารับการรักษาตัวในแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ลายมือชื่อของแพทย์ผู้ดูแลระบุชื่อไว้อย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุด... วันที่ในเอกสารนั้นตรงกับช่วงเวลาที่เขาไล่เธออกจากบ้านหลังงามหลังนั้นพอดี ช่วงเวลาที่เธอเอ่ยปากขอร้องให้เขาฟังคำอธิบายสักนิด แต่เขากลับเลือกที่จะหันหลังให้ ปัดป้อง และโยนเอกสารหย่าใส่หน้าเธอด้วยความรังเกียจ
"เธอท้อง..." คินน์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้แดงก่ำด้วยพิษสงของความจริงที่เพิ่งกระจ่าง ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์แต่ละตัวเริ่มประกอบเข้าหากันอย่างน่ากลัว รอยยิ้มเศร้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก และความเงียบงันที่เธอใช้รับมือกับเขามาตลอดการเจอหน้ากันในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ... มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งเพื่อเอาชนะ แต่มันคือเกราะป้องกันอันเปราะบางของคนที่ตายทั้งกลมจากน้ำมือของเขาต่างหาก
ภาพเหตุการณ์ในคืนฝนตกหนักเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงในความทรงจำ คืนที่พิมพ์มาดาร้องไห้จนแทบขาดใจ คืนที่เธอกุมท้องตัวเองด้วยความทรมานแต่เขากลับคิดว่าเธอกำลังเล่นละครตบตาเพื่อเรียกร้องความสนใจ คืนที่เธอเดินตากฝนออกไปจากบ้านโดยไม่มีแม้แต่ร่มคันเดียว และเขา... ผู้ซึ่งยืนมองจากหน้าต่างห้องนอนด้วยความสะใจระคนสมเพช
"โธ่เว้ย!"
คินน์สบถลั่นห้องพร้อมกับกวาดแฟ้มเอกสารทั้งหมดลงสู่พื้น พลังงานความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อพิมพ์มาดา มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความเกลียดชังตัวเองที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบกระอักเลือด เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัวราวกับคนใกล้หมดอากาศหายใจ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณมันรุนแรงเสียจนเขารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีวันว่ายกลับขึ้นมาได้
ถ้าเธอท้อง... แล้วลูกของเขาล่ะ?
ความคิดนั้นพุ่งชนสมองของเขาอย่างจังราวกับค้อนเหล็กเล่มใหญ่ พิมพ์มาดาจากไปพร้อมกับเด็กในครรภ์อย่างนั้นหรือ? หรือว่า... มีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นที่เขายังไม่รู้?
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ กดโทรหาเลขาส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและเฉียบขาดจนปลายสายแทบตั้งตัวไม่ทัน
"สืบเรื่องของพิมพ์มาดาให้ลึกกว่านี้ เอาประวัติทุกอย่างตั้งแต่ห้าปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันโดยละเอียดที่สุด ห้ามพลาดแม้แต่วันเดียว... และสืบให้รู้ว่าเด็กคนนั้น... เด็กที่เกิดในช่วงเวลานั้น อยู่ที่ไหน!"
สั่งการเสร็จเขาก็ตัดสายทิ้งทันที หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ความกลัวที่จะต้องรับรู้ว่าความเย่อหยิ่งและความไร้หัวใจของตนเองในอดีต ได้ทำลายล้างลมหายใจของผู้บริสุทธิ์ไปมากแค่ไหน
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หรูริมน้ำของพิมพ์มาดา บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมด้วยแสงไฟสีส้มสลัว เธอยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อนุ่มทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ผิวเนียนละเอียดนวลผ่องสะท้อนกับแสงไฟยามค่ำคืน ร่องรอยแห่งความเจ็บปวดในอดีตหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่งดงาม ทรงอำนาจ และเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนเกินกว่าที่ใครจะต้านทาน
ทว่า ในค่ำคืนนี้ หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบอย่างที่เปลือกนอกแสดงออก
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน ทำให้พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังสอดประสานเส้นผม ร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องของเธออย่างไร้ซึ่งมารยาท และก่อนที่เธอจะได้ทันหันไปต่อว่า กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับใหลก็โอบล้อมแผ่นหลังของเธอไว้เสียแล้ว
"คินน์!" พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กสวมกอดเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างแรง ร่างบางถูกดึงเข้าหาแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์อย่างแนบชิด
"ปล่อยฉันนะคะคุณคินน์! คุณเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!" เธอพยายามบิดตัวหนี พยายามรักษาท่าทีที่แข็งกร้าวและเย่อหยิ่งที่เธอใช้ปกป้องตัวเองมาตลอด แต่ทว่า แรงดึงดูดระหว่างพวกเขากลับรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
"ฉันไม่อยากปล่อย... และไม่มีวันปล่อยอีกแล้ว" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนกายของเธอลุกชัน คินน์ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาโหยหามานานแรมปี
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!" พิมพ์มาดาตวาดเสียงสั่น พยายามผลักไสอกแกร่งของเขาออกไป แต่มือใหญ่วางทาบลงบนสะโพกผายและรั้งเข้าหาตัวแน่นยิ่งขึ้น แรงกดดันที่แนบชิดทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นในตัวเขา
"ใช่... ฉันมันบ้า" คินน์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาคู่สวยในกระจกเงา แววตาของเขาในวินาทีนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และไฟปรารถนาที่แผดเผาจนน่ากลัว "ฉันบ้าเพราะเพิ่งรู้ความจริง... บ้าเพราะเพิ่งรู้ว่าฉันได้ทำลายคนที่ฉันรักที่สุดลงด้วยมือของตัวเอง"
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์มาดาชะงักงัน ร่างกายที่เคยดิ้นรนขัดขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกราวกับถูกสูบเรี่ยวแรง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เขารู้แล้วอย่างนั้นหรือ? เขารู้เรื่องในอดีตทั้งหมดแล้วงั้นหรือ?
"คุณ... พูดเรื่องอะไร..." เธอยังคงพยายามกัดฟันถาม กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
"เธอไม่ต้องปิดบังฉันอีกแล้ว พิมพ์" คินน์หมุนร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ฝ่ามือใหญ่วางประคองกรามมนไว้มั่น บังคับให้เธอมองสบตาเขาตรงๆ แววตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอหน่วย ซึ่งเป็นภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ชื่อคินน์ อัครเดโช "เอกสารทั้งหมด... ฉันเห็นมันหมดแล้ว ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกฉัน? ทำไมเธอถึงปล่อยให้ฉันโง่เขลาทำร้ายเธอและ... ลูกของเราได้ลงคอ?"
คำว่า "ลูกของเรา" หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา ราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงกลางใจของพิมพ์มาดา น้ำตาที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอดห้าปีพลันไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บปวด ความแค้นเคือง และความอัดอั้นที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดออกมาในวินาทีนั้น
"ลูกของเราเหรอคะ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกจนคนฟังแทบกระอัก "ในวันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณเชื่อฉัน ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วบอกคุณว่าฉันไม่ได้ไปไหน... คุณทำอะไรคุณคินน์? คุณผลักไสฉัน ไล่ฉันออกไปราวกับหมูราวกับหมา แถมยังบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ!"
"พิมพ์..." คินน์ครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวด หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบขยี้จนแหลกเหลวเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น มันคือความจริงที่เขาไม่มีวันปฏิเสธได้ มันคือบาปหนาที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งของตนเอง
"ตอนนี้คุณมาร้องแรกแหกระรุกอะไรล่ะคะ? สายไปแล้วค่ะคุณคินน์ ทุกอย่างมันสายไปแล้ว!" พิมพ์มาดาใช้สองมือทุบลงบนอกแกร่งสุดแรงเพื่อระบายความโกรธแค้น "เด็กคนนั้น... ลูกของฉัน... เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้วค่ะ!"
คำพูดประโยคสุดท้ายของพิมพ์มาดาพ่นออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ขาดห่วน ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของคินน์ ร่างสูงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกพูดไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความรู้สึกผิดและสิ้นหวังจนแทบสิ้นสติอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้
"คุณแม่คะ... นิทานก่อนนอนที่หนูขอเมื่อกี้ คุณแม่ยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบเศษ ในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารัก กำลังยืนขยี้ตาปรือด้วยความง่วงงุนอยู่ที่หน้าประตู ดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าที่ถอดแบบมาจากคินน์อย่างไร้ที่ติ ทำให้คินน์ที่หันไปมองถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหยุดหมุนลงในวินาทีนั้นเอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านทุกหยาดหยดของอารมณ์ไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
— ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 26
ความจริงที่เริ่มกระจ่าง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!