ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 7

รสสัมผัสแห่งความหลัง

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“นี่มันอะไรกัน พิมพ์...” คินน์หันมาหาเธอด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเธอกำลังส่งไอเย็นจัด “เด็กคนนี้... ลูกของใคร? ทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนผมขนาดนี้!” คำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ทว่าพิมพ์มาดาไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดสูทสีงาช้างตัดเย็บประณีตยืนกอดอกอย่างสง่างาม เธอก้มมองชายหนุ่มผู้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไม่ไยดีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบที่เคลือบลินปากสีไวน์แดง “คุณถามเรื่องอะไรคะ คุณคินน์” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างราบเรียบ ราวกับสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือเป็นเพียงเอกสารทางธุรกิจชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่รูปถ่ายของเด็กชายวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน “เด็กคนนี้... เขาอายุเท่าไหร่ พิมพ์! และเขาคือลูกของผมใช่ไหม ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้ ถึงได้ซ่อนลูกไว้จากผมตั้งหลายปี!” คินน์ก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัว มือหนาที่สั่นเทากำรูปถ่ายในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตระหนกและคำถามนับร้อยที่ตีรวนอยู่ในอก พิมพ์มาดาก้าวถอยหลังเพียงหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันโชยแตะจมูกเขา ยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชาของคินน์กระตุกวูบ ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับภาพสโลโมชัน—วันที่เธอเคยอ้อนวอนขอความรัก วันที่เธอน้ำตานองหน้าในวันที่เขาเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงภรรยาที่น่าเบื่อและไร้ประโยชน์ในโลกธุรกิจ “เพิ่งมารู้สึกว่าตัวเองมีลูกเอาตอนนี้เหรอคะ?” พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยไฟแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งสงบมานาน “วันที่ฉันอุ้มท้อง ป่วยเจียนตาย แพ้ท้องจนแทบไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำงาน คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่ฉันคลอดลูกอย่างไร้คนเหลียวแล คุณกำลังดื่มฉลองความสำเร็จกับศิรินทร์ไม่ใช่เหรอ?” “พิมพ์... ผม...” คินน์จุกจนพูดไม่ออก ความจริงกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างแรงจนหายใจไม่ออก ภาพความโหดร้ายที่เขาเคยกระทำต่อเธอย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาในรูปแบบนี้ สาสมยิ่งกว่าการสูญเสียเงินนับร้อยล้าน “ไม่ต้องแก้ตัวหหรอกค่ะ เพราะมันน่าสมเพช” เธอยื่นมือไปแย่งรูปถ่ายใบนั้นกลับมาอย่างง่ายดาย สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน “เด็กคนนี้ชื่อ ‘ต้นกล้า’... และเขาเป็นลูกของฉันคนเดียว เป็นเด็กผู้ชายที่เติบโตมาได้ด้วยความรักและความเข้มแข็งของแม่คนนี้ ไม่ใช่พ่อที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณ” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็เงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของคินน์เต้นโครมครามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด โหยหา และความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อมองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่บัดนี้งดงามทรงพลังและเย้ายวนเกินกว่าที่ผู้หญิงคนไหนจะเทียบเคียงได้ ความปรารถนาที่จะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจกลับลุกโชนขึ้นมาราวกับไฟป่า “ผมขอโทษ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น คินน์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบฉายแววเร่าร้อนและลึกล้ำ “พิมพ์... ให้โอกาสผมได้ไหม ให้ผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ และ... สามีของคุณอีกครั้ง” พิมพ์มาดาหรี่ตามองเขาอย่างรู้ทัน เธอยกยิ้มมุมปาก ความรู้สึกวาบหวามบางอย่างที่หลับใหลไปนานถูกปลุกเร้าขึ้นมาด้วยกลิ่นอายความเป็นชายที่แสนคุ้นเคยของเขา แต่ทว่า... เธอยังไม่ยอมให้มันง่ายดายปานนั้น “ชดใช้เหรอคะ? คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าฉันอยากได้ความรับผิดชอบจากคุณตอนนี้ ในเมื่อคุณไม่มีค่าอะไรในสายตาฉันอีกแล้ว” เธอท้าทายด้วยการก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาเสียเอง ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อสูทเนื้อดีของเขาแผ่วเบa สัมผัสที่จงใจยั่วยวนทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก “พิมพ์... อย่าทำแบบนี้” คินน์ครางต่ำในลำคอ เมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนจากตัวเธอมอมเมาสติเขาจนแทบกระเจิง มือหนาเอื้อมไปโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวดั่งต้องเพลิง “กลัวเหรอคะ?” เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น “คนที่กลัวควรจะเป็นคุณต่างหาก... คินน์ อัครเดโช” อดทนมานานเกินไปแล้ว... คินน์หมดความอดทน เขาไม่สนสิ่งอื่นใดอีกต่อไปแล้วในวินาทีนี้ มือหนารวบเอวบางเข้าประชิดแนบแน่นจนไม่มีช่องว่าง ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน เป็นการจุมพิตที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความผิดบาป และความปรารถนาที่อัดอั้นมานานนับปี พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณและความโหยหาที่ซ่อนเร้นจะทำหน้าที่ตอบสนอง เธอเผยริมฝีปากออกต้อนรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างเต็มใจ รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและดุดันดึงสติทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์เสน่หา มือเรียวของเธอเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนเส้นผมของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย คินน์รุกไล่ตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนุ่มอย่างไม่รู้จักพอ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นร้อนที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า ยิ่งจุดไฟปรารถนาในกายให้โหมกระพือ ร่างกายที่เคยประสานกันในอดีตราวกับถูกจดจำไว้ด้วยเซลล์ทุกอณู ความเร่าร้อนที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีทำให้สติของพิมพ์มาดาพร่าเลือน เธอกลายเป็นฝ่ายเบียดกายเข้าหาเขาอย่างลืมตัว ยอมปล่อยให้รสสัมผัสแห่งความหลังแผดเผาหัวใจที่เคยปิดตายจนมอดไหม้ ทว่า... ในวินาทีที่ไฟรักกำลังโหมกระหน่ำและสติของทั้งสองกำลังจะหลุดลอยไปกับห้วงความสุขสม เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศเร่าร้อนนั้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน! *ก๊อกๆๆ!* “คุณคินน์คะ! ดิฉันเองค่ะศิรินทร์... คุณอยู่ในนั้นไหมคะ ทำไมประตูล็อคคะ?” เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่พยายามจะเปิดเข้ามา ทำเอาคินน์และพิมพ์มาดาผละออกจากกันแทบไม่ทัน ลมหายใจหอบสะท้านด้วยความตื่นตระหนก พิมพ์มาดาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยมองหน้าอดีตสามีด้วยแววตาเยдяเยาะที่กลับมาเฉียบคมดังเดิม คินน์หน้าซีดเผือดลงทันที เมื่อตระหนักว่าผู้หญิงที่เขาพยายามตัดขาดและรังเกียจกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง และหากศิรินทร์เปิดเข้ามาเห็นภาพนี้... ทุกอย่างพังทลายแน่ แต่ก่อนที่คินน์จะทันได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือก้าวไปขวางประตู เสียงปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดสำรองจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของศิรินทร์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าสงสัยและเตรียมจะอาละวาด! ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์นี้กับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%