กลิ่นอายของชาดำผสมเบอร์กามอตเจือจางอยู่ในบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงานส่วนตัวของพิมพ์มาดา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลขับให้ร่างระหงในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปดูโดดเด่นและทรงอำนาจยิ่งขึ้น ทว่าความนิ่งงันของเธอกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—คินน์ อัครเดโช
เขากำลังมองเธอด้วยสายตาที่สั่นระริก ปราศจากความเย่อหยิ่งจองหองเช่นวันวาน มีเพียงความตื่นตระหนกและคำถามนับร้อยที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ เมื่อเอกสารสัญญาทางธุรกิจชุดสุดท้ายร่วงหล่นลงบนพื้น พร้อมกับกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตพิมพ์มาดาที่ถูกปลดออกอย่างไร้ความปรานีจากฝ่ามือของเขาเองในวินาทีแห่งอารมณ์ที่พรั่งพรู
"มองอะไรคะ คุณคินน์..." น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดน้ำแข็ง "หาเศษซากความโง่เขลาของผู้หญิงคนเดิมที่คุณเคยเหยียบย่ำอยู่หรือไงคะ?"
"พิมพ์..." คินน์ครางชื่อนั้นออกมาด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นจนเจ็บแปลบที่หน้าอก เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้ หวังจะเอื้อมมือไปแตะลาดไหล่บอบบางที่เคยอยู่ในอ้อมกอด แต่พิมพ์มาดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ สายตาของเธอดุจดั่งคมดาบที่พร้อมจะเสียบแทงเขากลับทุกเมื่อ
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแววเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว คุณคินน์... สิทธิ์ที่จะทำลาย หรือแม้แต่สิทธิ์ที่จะมองเรือนร่างนี้ มันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้ว!"
คินน์ชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพวันที่เขาเคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย ภาพวันที่เธอร้องขอความเห็นใจในฐานะภรรยา แต่สิ่งที่เขามอบให้กลับเป็นเพียงใบหย่าและความหยิ่งผยอง
แต่ในวินาทีนี้... เมื่อสถานการณ์พลิกผัน กลายเป็นเขาที่ต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเธอ ทั้งในทางธุรกิจและหัวใจ คินน์ก็ตระหนักได้ว่า บาปกรรมที่เขาสร้างขึ้นมันช่างสาสมและเจ็บปวดเจียนตายเพียงใด
"ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนแทบไม่ได้ยิน เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "ผมรู้ว่าคำขอโทษมันไร้ค่า... แต่ได้โปรด พิมพ์ ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ชดใช้ให้คุณ..."
"การชดใช้ของคุณมันช้าไปสามปีค่ะ!" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน "คุณอยากเห็นนักไม่ใช่หรือว่ารอยแผลเป็นที่คอยย้ำเตือนความอัปยศที่คุณมอบให้มันหน้าตาเป็นอย่างไร... งั้นก็ดูให้เต็มตาเลยสิคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาก็กระชากเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวของเธอออกอย่างไม่ลังเล เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนละเอียดและแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสลัว
คินน์เบิกตากว้าง ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อภาพเบื้องปรากฏแก่สายตา
พาดผ่านแผ่นหลังเนียนนุ่มนั้น คือรอยแผลเป็นนูนสีชมพูเรื่อขนาดใหญ่ เกิดจากรอยแผลไฟไหม้และรอยกรีดลึกที่ยาวโค้งราวกับรอยเล็บของปีศาจ มันเป็นรอยแผลอัปลักษณ์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงมาตลอดหลายปี เป็นหลักฐานชิ้นเอกแห่งความโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นในคืนอุบัติเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านพักตากอากาศ—คืนที่เขาเลือกวิ่งหนีไปกับศิรินทร์โดยทิ้งภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ให้ติดอยู่กองเพลิงเพียงลำพัง!
"พิมพ์..." คินน์ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไหลรินลงมาอย่างไร้การควบคุม ฝ่ามือสั่นเทาราวกับคนเป็นไข้หวัดใหญ่ค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสรอยแผลเป็นนั้นอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไป "พระเจ้า... พิมพ์... ผมทำอะไรลงไป..."
"อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยปากสกปรกของคุณ!" พิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอดีตสามีแตะลงบนบาดแผล ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตและไฟสวาทที่ถูกปลุกเร้าด้วยความแค้นตีรวนกันจนปั่นป่วน เธอก้มลงมองชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าแทบเท้า น้ำตาแห่งความเจ็บช้ำร่วงหล่นลงกระทบไหล่กว้างของเขา "คุณทำลายทุกอย่าง... คุณพรากทุกสิ่งไปจากฉัน ทั้งลูก ทั้งหัวใจ และศักดิ์ศรี... แล้วตอนนี้คุณจะมาเรียกร้องอะไรจากซากปรักหักพังนี้อีก!"
"ผมรักคุณ..." คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจหลุดรอดริมฝีปากของคินน์ มันไม่ใช่คำแก้ตัว แต่เป็นความจริงอันเจ็บปวดที่เขาเพิ่งค้นพบในวันที่สายเกินไป "ผมรักคุณพิมพ์... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้สัมผัสรอยแผลนี้ เพื่อลบเลือนมันด้วยความรัก... ให้ผมได้ชดใช้คุณด้วยร่างกายและวิญญาณของผมเถอะนะ"
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ความโกรธแค้น ความเกลียดชัง และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้เปลวเพลิงแห่งอีโรติกโรมานซ์ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสกำแพงในใจ แต่แววตาของคินน์ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและการยอมจำนนอย่างราบคาบ ซึ่งมันสั่นคลอนหัวใจที่ปิดตายของเธอได้อย่างน่ากลัว
คินน์ไม่รอให้เธอปฏิเสธ เขาเคลื่อนกายเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็วแต่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับเธอกลุ่มควันที่จะสลายไป ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงบนรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของเธออย่างแผ่วเบา การสัมผัสที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดนั้นทำให้พิมพ์มาดาสั่นสะท้านเฮือก เผลอหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากลำคออย่างไม่ตั้งใจ
"อื้อ..."
รสสัมผัสที่ไล้เลียไปตามแนวแผลเป็นราวกับเป็นการปลอบประโลมจิตวิญญาณที่แตกสลาย มันสร้างกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่กัดกินความตั้งใจทั้งหมดของเธอ คินน์ประคองเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวลูบไล้ผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนเกิดเสียงครางฮัมในลำคอด้วยความปรารถนาที่โหยหามาเนิ่นนาน
พิมพ์มาดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสองคู่สบกันอย่างดุเดือดและเร่าร้อน ความเย่อหยิ่งของทั้งคู่พังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายหญิงที่โหยหากันและกัน ฝ่ามือเรียวบางของเธอจิกทึ้งลงบนเส้นผมหนานุ่มของคินน์ ขณะที่ริมฝีปากของเขาประกบจูบลงมาอย่างดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้อง รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดหลอมรวมสติสัมปชัญญะของทั้งสองให้จมดิ่งลงสู่วังวนแห่งอารมณ์สวาทที่ไม่มีวันหวนกลับ
มือหนาของคินน์ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างประณีตและวาบหวาม ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและการยินยอมพร้อมใจถูกขับเคลื่อนผ่านสัมผัสอันลึกซึ้งและดุดัน ทุกจังหวะของการสอดประสานและลมหายใจที่หอบกระชั้นสะท้อนความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกชำระล้างด้วยความสุขสมอันร้อนแรง คินน์มอบความรักและการอ้อนวอนทั้งหมดที่มีให้แก่เธอ บนเรือนร่างที่เขาเคยทำลาย เพื่อหวังจะไถ่ถอนความผิดบาปที่ติดตัวไปจนวันตาย
ทว่า ท่ามกลางความเร่าร้อนและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันในความมืด เสียงกริ่งประตูหน้าห้องทำงานกลับดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ...
ศิรินทร์ยืนอยู่ที่กรอบประตู พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าเมื่อเธอเห็นภาพบาดตาเบื้องหน้า ก่อนที่เธอจะชูเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการไถ่บาปสินะคะคุณคินน์... แต่ก่อนจะรักกันต่อ ช่วยดูผลตรวจ DNA ของเด็กคนนี้เสียก่อน ว่าลูกที่คุณกำลังหลงใหลนักหนา แท้จริงแล้วเป็นสายเลือดของใครกันแน่!"
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและห้วงเสน่หาอันร้อนแรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- ชฎาพรายไวน์แดง -
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 22
รอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!