แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงในมือของพิมพ์มาดาแทบจะแหลกคามือเรียว เมื่อถ้อยคำสารภาพอันน่าสมเพชหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคินน์ อัครเดโช ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต
"ผมผิดไปแล้ว... พิมพ์"
น้ำเสียงที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่า เจือไปด้วยความเว้าวอนที่น่ารังเกียจในความรู้สึกของหญิงสาว คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในห้องรับรองส่วนตัวของงานกาล่าการกุศล กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้กลับสร้างความสะท้อนใจ ร่างสูงใหญ่ที่เคยทระทานพยายามจะโน้มลงมาหา ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉาบไว้ด้วยความเย็นชา กลับสะท้อนภาพเขาเป็นเพียงสิ่งปฏิกูลทางอารมณ์ที่เธออยากปัดเป่าให้พ้นทาง
"คุณคิดว่าคำพูดพล่อยๆ แค่ไม่กี่คำ จะลบหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในใจที่ฉันต้องแบกรับไว้คนเดียวตลอดหลายปีได้งั้นเหรอคะ, คุณคินน์?"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงถอยหลังหนีก้าวหนึ่ง ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจเธอหวั่นไหว หากแต่กระตุ้นเร้าไฟแค้นที่สุมอกให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
คินน์ไม่ยอมแพ้ เขาใช้ฝ่ามือหนายันผนังห้องไว้ทั้งสองข้าง กักขังร่างบอบบางให้อยู่ในอาณัติ ดวงตาคมกริบที่เคยทอดทิ้งเธอกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิด เมื่อได้เห็นพิมพ์มาดายืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะซีอีโอหญิงแถวหน้า คู่แข่งทางธุรกิจที่เขากลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบ ทั้งในเกมการค้าและในเกมหัวใจ
"ผมรู้ว่าผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าที่ปล่อยมือจากผู้หญิงที่มีค่าที่สุดอย่างคุณไปวิ่งตามภาพมายาสีทองคำของศิรินทร์ แต่เชื่อเถอะพิมพ์ ตั้งแต่วันที่คุณเดินกลับเข้ามาในชีวิตผมในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ หัวใจของผมไม่เคยเป็นของใครอีกเลย มันมีแต่คุณ... มีแต่คุณมาตลอด"
คำสารภาพนั้นพรั่งพรูออกมาพร้อมลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอระหง คินน์ก้มหน้าลงซบลงที่ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสถึงความนุ่มนวลที่เขาโหยหามาเนิ่นนานริมฝีปากร้อนจัดแตะลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มอย่างเว้าวอน ไล้เลียและขบเม้มเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากร่างบางที่กำลังตัวเกร็ง
แต่มันกลับไม่ใช่ความเคลิบเคลิ้ม... มันคือความโกรธแค้นที่ระเบิดขึ้นในอก!
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
พิมพ์มาดาตวาดลั่นพร้อมกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักอกกว้างออกไปอย่างแรง แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ไม่มีทางยอมไหลร่วงลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด
"คุณกล้าดียังไงมาพูดคำนี้? วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วเขี่ยฉันออกไปจากชีวิต เพื่อไปเสวยสุขกับผู้หญิงคนนั้น คุณเคยคิดถึงหัวใจของฉันบ้างไหมคะ? วันที่ฉันแท้งลูกในท้องเพราะความเครียดและความเย็นชาของคุณ คุณอยู่ที่ไหน! คุณเคยเหลียวแลฉันบ้างไหม!"
น้ำคำที่กรีดแทงลงมาตรงกลางใจทำให้คินน์ชะงักงัน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงทันที ความรู้สึกผิดบาปกัดกินขั้วหัวใจจนหายใจไม่ออก เขายื่นมือสั่นเทาหมายจะคว้ามือเรียวมาุม ทว่ากลับถูกเธอปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
"ลูก... พิมพ์ คุณหมายความว่า..."
"ใช่ค่ะ! ฉันเคยท้องกับคุณ... ลูกของเราตายไปพร้อมกับความใจร้ายของคุณในคืนที่ฝนตกหนักวันนั้นไงคะ!" พิมพ์มาดากรีดเสียงออกมาพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะ ความเจ็บปวดในอดีตพรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก "แล้วตอนนี้คุณมาบอกว่ารัก? มาสารภาพความรู้สึกที่น่าสะอิดสะเอียนนี่เนี่ยนะ? คุณไม่ได้รักฉันหรอกคินน์! คุณแค่ทนไม่ได้ที่ผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำ กลับกลายมาเป็นคนที่อยู่เหนือคุณต่างหาก!"
คินน์รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ทำให้เข่าแทบทรุด ความโลภและความทะเยอทะยานในอดีตได้พรากเอาสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนคืน ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความสำนึกผิด เขารวบตัวเธอเข้ามาสวมกอดไว้แน่นโดยไม่สนว่าเธอจะทุบตีหรือขัดขืนสักเพียงใด
"ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" พิมพ์มาดากรีดร้อง พยายามดิ้นรนสุดชีวิต กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับความเร่าร้อนจากร่างแกร่งที่โอบกอดทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาและแรงอาฆาตที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก
ริมฝีปากร้อนของคินน์ฉวยโอกาสประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีทำให้จูบครั้งนี้ทั้งรุนแรง หิวกระหาย และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ลมหายใจที่ขาดห้วง เสียงครางประท้วงในลำคอของพิมพ์มาดาถูกกลืนหายไปภายใต้สัมผัสวาบหวามที่เขาเป็นฝ่ายชี้นำ
เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยโง่เขลาทิ้งขว้าง มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง จนสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่ตื่นตัวขึ้นตามสัญชาตญาณ ความเร่าร้อนของบทเพลงพิศวาสที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเจ็บปวดและแรงแค้น ทำให้ร่างบางที่พยายามต่อต้านเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย สติสัมปชัญญะพร่าเลือนไปชั่วขณะภายใต้รสจูบอันลึกซึ้งที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
ทว่า... ในวินาทีที่มือหนากำลังจะปลดเปลื้องซิปชุดราตรีด้านหลังเพื่อครอบครองและตอกย้ำความเป็นเจ้าของ พิมพ์มาดาก็ได้สติ เธอกัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะผลักเขาออกสุดแรง พร้อมกับตบหน้าฉานใหญ่ลงบนแก้มสากอย่างเต็มรัก
"จำใส่สมองของคุณไว้... ว่าต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนจนตาย พิมพ์มาดาคนนี้ก็ไม่มีวันกลับไปโง่ให้คุณเหยียบย่ำอีกเป็นครั้งที่สอง!"
เธอกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไปจากห้อง ทิ้งให้คินน์ยืนนิ่งงัน เลือดสีสดไหลซึมที่มุมปาก ขณะที่สายตายังคงมองตามร่างที่ลับตาไปด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องพักรับรองดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน คินน์หันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิด ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหลังกระจกใสกลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักลงทันที
เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ หน้าตาน่ารักถอดแบบพิมพ์มาและเขามาอย่างไม่ผิดเพี้ยน กำลังยืนแปะมือมองเข้ามาด้านในด้วยดวงตากลมโตใสซื่อ และข้างกายเด็กน้อยนั้น... ศิรินทร์กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยแววตาร้ายกาจ พร้อมกับซองเอกสารลับบางอย่างในมือที่สั่นคลอนโลกทั้งใบของเขาให้พังทลายลงในพริบตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ ชฎาพรายไวน์แดงค่ะ
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 15
คำสารภาพที่ถูกปฏิเสธ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!