กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงระยับ ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศราวกับเงาของอดีตที่จงใจกลับมาหลอกหลอน คินน์ อัครเดโช เผลอกำแก้วคริスタルในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เมื่อเงาร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ก้าวผ่านประตูห้องประชุมใหญ่เข้ามา ดวงตาสีเข้มคมกริบราวกับเหยี่ยวหิวโซคู่นั้นสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงมาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่อาจนิยามได้
ไม่ใช่กลิ่นกุหลาบดามาซาที่ศิรินทร์คนรักปัจจุบันของเขาโปรดปราน... แต่มันคือกลิ่นของดอกการ์ดิเนียผสมวานิลลาอ่อนจาง กลิ่นที่เคยอบอวลอยู่บนหมอนข้างกายเขาในยามค่ำคืนเมื่อหลายปีก่อน กลิ่นที่เขาเคยนึกรำคาญว่ามันหวานเลี่ยนเกินไปในยามที่เขาก้มลงจูบลาภรรยาเพื่อออกไปบริหารเสน่ห์ในสังคมชั้นสูง
พิมพ์มาดา ภักดีไพบูลย์ ในยามนี้ไม่ได้มีคราบน้ำตาและแววตาเว้าวอนขอความรักเหมือนวันที่เธอถูกเขาเซ็นชื่อหย่าขาดจากกันอย่างไม่ไยดีอีกต่อไปแล้ว เธอยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประชุมกระจกเงาวับ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉียบคม ริมฝีปากสีไวน์แดงอิ่มเอิบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ายوانและเยียบเย็นในเวลาเดียวกัน มันคืองอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งให้ร้าวรานได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการค่ะ... ท่านประธานอัครเดโช"
เสียงหวานทุ้มกังวานเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเป็นทางการ ทว่าแววตาคู่คมที่ทอดมองผ่านมานั้นเต็มไปด้วยความหมางเมินและเย้ยหยันในที พิมพ์มาดาทอดน่องนั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างมั่นใจ ท่าทางขยับกายแต่ละครั้งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายของผู้หญิงที่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนใจ ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อนในสายตาของคนที่เคยครอบครองเธอมาแล้วให้อยากโถมเข้าใส่จนแทบคลั่ง
คินน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความทรงจำสีเทาในอดีตเริ่มตีรวนขึ้นมาในสมอง ภาพของพิมพ์มาดาที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้บนเตียงนอนกว้างใหญ่ในคืนที่ฝนตกหนัก ภาพที่เธอเอ่ยขอร้องให้เขาอยู่บ้านแทนที่จะออกไปหาความสำราญข้างนอก และภาพใบหน้าซีดเซียวในวันที่เธอถือเอกสารหย่ามาให้เขาเซ็นโดยไม่ปริปากเรียกร้องสิ่งใดนอกจากอิสรภาพ
เขาย้อนถามตัวเองเป็นล้านครั้งในยามค่ำคืนที่โดดเดี่ยว... ว่าเหตุใดผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานและยอมจำนนต่อเขา ทรงคุณค่าและน่าเกรงขามจนกลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่เขากำลังจะพ่ายแพ้ราบคาบเช่นนี้ได้
"คุณพิมพ์มาดาดูจะเติบโตขึ้นมากทีเดียวตั้งแต่เราไม่ได้พบกัน" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าดวงตากลับจับจ้องอยู่ที่ลำคอระหงและไหปลาร้าสวยที่โผล่พ้นปกเสื้อสูทอย่างหิวกระหาย
"คนเราถ้ายังจมอยู่กับที่ ก็คงถูกคนเห็นแก่ตัวเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบสิ้นหรอกค่ะ จริงไหมคะ?" พิมพ์มาดาย้อนถามนิ่มๆ แต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ เธอยื่นมือเรียวบางที่มีเล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูมาพลิกแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขานิ่ง "หวังว่าโปรเจกต์นี้นักธุรกิจมือหนึ่งอย่างคุณคินน์ จะไม่ใช้วิธีการสกปรกเหมือนในอดีตอีกนะคะ เพราะดิฉัน... ไม่มีทางยอมให้คุณเอาเปรียบเป็นครั้งที่สองแน่"
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงถนัดตา แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองคุกรุ่นไปด้วยไฟแค้นและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากนักธุรกิจผู้ดี คินน์แทบอยากจะลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะไปกระชากข้อมือเล็กนั้นเข้ามาบดขยี้ด้วยความโมโหที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขา ทว่าลึก and ลงไปในอกข้างซ้าย ความโหยหากลับพุ่งพล่านยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยนั้นกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้
การประชุมดำเนินไปอย่างดุเดือด ทุกคำพูดและข้อเสนอทางธุรกิจเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ แต่สติของคินน์กลับหลุดลอยไปทุกครั้งที่เห็นเรียวปากอิ่มเอิบขยับพูดจาเชือดเฉือนเขา เขารู้ตัวดีว่าเขากำลังพ่ายแพ้... ไม่ใช่พ่ายแพ้ในเชิงธุรกิจ แต่พ่ายแพ้ต่อความต้องการอันลึกซึ้งที่ปะทุขึ้นในกายอย่างรุนแรง
จนกระทั่งการประชุมยืดยาวจนถึงช่วงค่ำ เมื่อกรรมการคนอื่นๆ ทยอยเดินออกไปจากห้องจนหมดเหลือเพียงเขากับเธอที่ยังคงนั่งเคลียร์เอกสารหน้าสุดท้ายอยู่ตามลำพัง ความเงียบงันที่โรยตัวลงมากลับยิ่งทำให้เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังชัดเจนยิ่งขึ้น
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้าไปประชิดร่างระหงที่กำลังจะเก็บของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวแล้วออกแรงดึงรั้งเบาๆ จนเธอกระเด็นเข้ามาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ
"ปล่อยนะคะคุณคินน์! คุณเสียมารยาทเกินไปแล้ว!" พิมพ์มาดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธเคือง พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่าแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในตัวชายหนุ่มกลับมีมากกว่า
"ทำไมล่ะพิมพ์... รังเกียจสามีเก่าคนนี้มากนักหรือไง?" คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู กลิ่นน้ำหอมการ์ดิเนียที่ลอยเตะจมูกยิ่งทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเจ้าของร่างสะท้านเฮือก "หรือว่ากลัวว่าความรู้สึกเดิมๆ มันจะกลับมาฟื้นคืน จนเธออาจจะเผลอใจไปกับผู้ชายคนที่เธอปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาคนนี้กันแน่?"
"คนหลงตัวเอง!" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธปนความตื่นตระหนกยามที่แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับขอบโต๊ะทำงานโดยมีร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน "อดีตก็คืออดีตค่ะคุณคินน์ ดิฉันคนเดิมที่โง่เง่า ยอมให้คุณย่ำยีหัวใจได้ตามอำเภอใจ... มันตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าให้วันนั้นแล้ว!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟโทสะ คินน์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหงุดหงิดระคนเร่าร้อน เขายกมืออีกข้างขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวสวยไว้มั่น บังคับให้เธองยเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ถ้ามันตายไปแล้วจริงๆ... แล้วทำไมหัวใจเธอนสั่นแรงขนาดนี้ล่ะพิมพ์มาดา?"
น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนที่เขาจะก้มลงประกบจูบิริมฝีปากสีไวน์แดงนั้นอย่างเอาแต่ใจโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ปฏิกิริยาต่อต้านในตอนแรกถูกความเร่าร้อนและช่ำชองของเขาบดขยี้จนแหลกเหลว รสจูบที่ทั้งดุดันและโหยหาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงันของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพันธนาการแห่งอดีต
ทว่าในวินาทีที่พิมพ์มาดาเผลอไผลยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งและเผยริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวสี่ขวบในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องพร้อมเรียกเสียงใส
"คุณแม่ครับ! คุณน้าศิรินทร์โทรมาตามบอกว่าคุณพ่อ... เอ้ย คุณคินน์... เอ้ย คุณลุงคนนี้กลับบ้านดึกหรือเปล่าครับ?"
คินน์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล เขาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกจากพิมพ์มาดาอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่เบื้องหน้า
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าเรียวที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจก... กำลังจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาซุกซนและคุ้นเคยอย่างประหลาด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นในเส้นทางเสน่หาและปมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 2
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!