กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรู ยิ่งขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ปลายนิ้วเรียวยาวของพิมพ์มาดากรีดลงบนเอกสารข้อตกลงฉบับสุดท้ายด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตาอดีตสามีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยความโกรธเกรี้ยว
"คุณกล้ามากนะพิมพ์มาดา..." เสียงทุ้มต่ำของคินน์ลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ มือหนาบีบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน "คิดว่าการเอาเรื่องหมายศาลมาขู่ฉัน แล้วดึงเอาผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างศิรินทร์เข้ามาเป็นเครื่องมือ จะทำให้คุณชนะฉันได้งั้นเหรอ?"
พิมพ์มาดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและรอยยิ้มที่กรีดแทศศิรินทร์ซึ่งยืนหน้าซีดอยู่มุมห้องจนแทบทรุด เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ขับเน้นสรีระอ้อนแอ้นแต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าว กลิ่นกายหอมกรุ่นลอยละล่องแตะจมูกเขา ยิ่งทำให้สติของคินน์กระเจิดกระเจิง
"เครื่องมือเหรอคะคุณคินน์?" พิมพ์มาดาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "อย่าลืมสิคะว่าคนที่เริ่มเกมสกปรกนี้ก่อนคือใคร... ดิฉันแค่เล่นตามกฎที่คุณเคยสอนไว้ สมัยที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน จำได้ไหมคะว่าคุณสอนว่าโลกธุรกิจไม่มีความปรานี มีแต่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า... น่าเสียดายนะคะ ที่วันนี้คุณดันกลายเป็น 'ผู้ถูกล่า' เสียเอง"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของคินน์ อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและคิดว่าตนเองคุมเกมไว้ทั้งหมด เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความลืมตัว ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวและรั้งเธอเข้ามาประชิดอกแกร่ง แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเข้าหากันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวผสมผสานกับแรงดึงดูดทางกายที่คุ้นเคยพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ปล่อยนะคะ!" พิมพ์มาดาตวัดสายตาคมกริบใส่โดยไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ยิ่งเธอขัดขืน คินน์ยิ่งรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัด ความทรงจำเก่าๆ เมื่อครั้งเธอยังเป็นภรรยาผู้ยอมจำนนไหลทะลักเข้ามา แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้าช่างหอมหวาน เย้ายวน และท้าทายจนเขาแทบคลั่ง
"ปากดีนักนะพิมพ์มาดา..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มใส นัยน์ตาคมเข้มฉายแววดุดันแต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม "เก่งนักใช่ไหม... งั้นเรามาดูกันว่า ถ้าไม่มีบริษัทนี้ค้ำคอ คุณจะยังกล้าเชิดหน้าใส่ฉันได้อยู่อีกไหม!"
เขาก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกเข้าหาเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว จูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ดุดัน และเอาแต่ใจพยายามบดขยี้ความถือดีของเธอให้แหลกคาอก พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งในอารมณ์ได้
ความเร่าร้อนจากสัมผัสที่ไม่ได้ลิ้มลองมานานนับปีแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงช้าๆ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างไร้เหตุผล คินน์ขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างระหงสั่นสะท้านไปกับสัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคยและแสนอันตราย
พิมพ์มาดาหอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อเขาผริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้สูดอากาศ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำด้วยแรงอารมณ์จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้นปนรัญจวน "คน... คนสารเลว..." เธอกระซิบเสียงสั่น
"ใช่... ฉันมันสารเลว" คินน์ยอมรับหน้าตาเฉย ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้เกลี่ยพวงแก้มเนียนนุ่มอย่างหลงใหล "แต่คุณก็เกลียดฉันไม่ลงหรอกพิมพ์มาดา... ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็คิดถึงสัมผัสนี้เหมือนกัน"
เขากำลังจะโน้มตัวลงมาจูบเธออีกครั้ง ทว่าเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างของศิรินทร์ที่ยืนหน้าเสียอยู่เบื้องหลังเงาประตู ทำให้คินน์ต้องจำใจผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างหงุดหงิด เขากวาดสายตามองอดีตภรรยาด้วยความหมายบางอย่างก่อนจะผละเดินออกไปจากห้องทำงานของเธอโดยไม่พูดอะไรต่อ
เมื่อประตูห้องปิดลง พิมพ์มาดายกมือขึ้นลูบเรียวปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และเกือบจะพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อเก็บเอกสารเข้าที่
ทว่า... สายตากลับเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารลับสีดำสนิทที่ถูกสอดไว้ใต้กองเอกสารการเงิน แฟ้มที่เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะต้อง และเป็นความลับสูงสุดที่เธอซ่อนไว้จากสายตาของทุกคน
พิมพ์มาดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบว่าสายริบบิ้นสีแดงที่ใช้ผูกล็อกแฟ้มไว้ถูกแกะออก รอยยิ้มเย็นเยียบที่เคยประดับอยู่บนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเปิดประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ก้าวกลับเข้ามาในห้องโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ในมือหนาของเขาถือแฟ้มเอกสารสีดำเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยสายตานิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบกวาดมองข้อความและรูปถ่ายด้านในก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเธอ
"พิมพ์มาดา..." น้ำเสียงของคินน์แหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นแรกคือสำเนาสูติบัตรและรูปถ่ายของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... เด็กผู้ชายที่มีโครงหน้าและดวงตราวกับถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" คินน์เค้นเสียงถาม ร่างกายชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ "เด็กคนนี้... เป็นใครทำไมถึงหน้าตาเหมือนฉัน... และทำไมคุณถึงต้องซ่อนเขาไว้จากฉัน!"
ดวงตาของพิมพ์มาดาไหววูบชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงความเย็นชาจะถูกยกขึ้นมาตั้งรับอีกครั้ง เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เชิดหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เรื่องนั้น... คุณไม่มีสิทธิ์รู้หรอกค่ะคุณคินน์" พิมพ์มาดากล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่ถูกสะกดไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "เพราะเด็กคนนี้... ไม่มีพ่ออย่างคุณ!"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
— ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 11
ความลับในแฟ้มเอกสาร
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!