ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 9

หน้ากากที่สวมไว้

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงกระดาษพลิกไหวเบาหวิวในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่าลงกลางใจของคินน์ อัครเดโช ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและมั่นอกมั่นใจในทุกย่างก้าวของชีวิต บัดนี้กลับเบิกกว้างสั่นระริก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายซึมตามขมับหนา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ภาพถ่ายใบเล็กที่แนบมากับเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้น โดดเด่นสะดุดตาจนหัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ... ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้น สันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากใบหน้าของเขาอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มมุมปากที่แม้จะเจือความซุกซน แต่มันคือเงาซ้อนของ ‘คินน์’ ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน *เด็กคนนั้น... คือลูกของเขาอย่างนั้นหรือ?* คำถามนี้กรีดลึกลงในอกซ้ายจนเจ็บแปลบ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง ขณะที่สมองพยายามประมวลผลย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาแห่งความหมางเมินในอดีต ช่วงเวลาที่เขาเคยผลักไสภรรยาผู้แสนอ่อนหวานให้จมดิ่งอยู่กับความเดียวดาย ผลักเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย โดยไม่เคยเหลียวแลเลยว่า... เธอกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาไว้ด้วยซ้ำ แกร๊ก! เสียงบานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกเบาๆ ดึงสติของคินน์ให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความตกตะลึง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ก้าวเข้ามาด้วยความสง่างาม ทุกย่างก้าวของพิมพ์มาดามั่นคง เย่อหยิ่ง และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่กดขี่ให้ผู้ชายตัวใหญ่ต้องรู้สึกตัวลีบลงถนัดตา เธอไม่ได้ส่งยิ้มหวานหยดให้เขาเหมือนอดีต แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับนิ่งสงบ เยקטชา และลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิท "เอกสารหน้าสุดท้าย... คุณคงเปิดอ่านจนครบถ้วนกระบวนความแล้วสินะคะ, คุณคินน์" น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา มันคือรอยยิ้มของการเป็นผู้เหนือกว่าอย่างแท้จริง พิมพ์มาดากวาดสายตามองอดีตสามีที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกสะใจลึกๆ ในอก ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับเมื่อสี่ปีก่อน บัดนี้มันถูกส่งต่อกลับมายังผู้ชายตรงหน้าทีละน้อยอย่างสาสม คินน์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา ริมฝีปากหยักลึกสั่นระริกจนแทบเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ "พิม... นี่มันหมายความว่ายังไง เด็กคนนี้..." เขาพยายามจะเอ่ยถามถึงรูปถ่ายใบนั้น ทว่าเสียงของตัวเองกลับแหบพร่าและสั่นเทาอย่างน่าสมเพช "หมายความตามที่คุณเห็นด้วยตานั่นแหละค่ะ" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ก้มลงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนรูปถ่ายเด็กชายคนนั้นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเขา "ลูกชายของฉัน... และแน่นอนค่ะ ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลอัครเดโชผู้สูงส่งของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว" "ไม่เกี่ยวข้องได้ยังไง! ในเมื่อเขา..." คินน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาทุบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านผสมผสานกับความตื่นตระหนกจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "ในเมื่อเลือดในตัวเด็กคนนั้นครึ่งหนึ่งเป็นของฉัน! พิม เธอใจร้ายเกินไปแล้วนะ กล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องลูกกับฉันมาตั้งสี่ปี!" "ใจร้ายเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คำนี้มันช่างเหมาะกับคุณเสียจริงนะคะ, คุณคินน์ วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ตัวถ่วงความเจริญของคุณ วันนั้น... คุณเคยถามฉันสักคำไหมคะว่าฉันรู้สึกยังไง หรือตอนที่คุณเอาแต่หลงระเริงอยู่กับศิรินทร์ คุณเคยชายตามองฉันบ้างไหมว่าฉันกำลังตั้งท้องลูกของคุณอยู่หรือเปล่า!" ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาดุจหิมะถล่มทลาย คินน์รู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่จนชาหนับ เขาอ้าปากพะงาบๆ จะแก้ตัว แต่ความจริงอันโหดร้ายในอดีตกลับย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก้าวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาเธอ หมายจะคว้าแขนเรียวเล็กนั้นมารั้งไว้เพื่อขอร้องอ้อนวอน ทว่า... พิมพ์มาดากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เธอประกาศกร้าว น้ำเสียงทรงพลังจนคินน์ต้องชะงักค้างกลางอากาศ "จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะคะ, คินน์ อัครเดโช... ว่าผู้หญิงคนเดิมที่เคยคุกเข่าร้องขอความรักจากคุณเมื่อสี่ปีก่อนน่ะ มันตายไปตั้งแต่วันที่คุณผลักไสเธอลงจากกองเพลิงแห่งความโลภของคุณแล้วค่ะ ตอนนี้พิมพ์มาดาคนนี้... ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณจะทำอะไรตามอำเภอใจได้อีกต่อไป!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทันที คินน์ยืนนิ่งสนิท ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวเร็วกระหน่ำด้วยความกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียทุกอย่าง กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเดินจากเขาไปตลอดกาลโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากยอมจำนนและคุกเข่าขอโอกาสไถ่บาป บานประตูด้านหลังของห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต... ร่างโปร่งบางในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่คมกวาดมองทั้งคู่ด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "พี่คินน์คะ! ทำไมปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้อยู่ในนี้นานจัง... อุ๊ย!" ศิรินทร์ชะงักไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายเด็กชายบนโต๊ะทำงาน และใบหน้าที่ซีดเผือดของคินน์ "นี่มัน... รูปเด็กที่ไหนคะเนี่ย ทำไมหน้าตาถึงได้คุ้นขนาดนี้..." พิมพ์มาดาหันไปมองศิรินทร์ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เธอกวาดสายตาสบตากับอดีตสามีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังสุดท้ายของคินน์จนย่อยยับ "บอกคู่รักแสนดีของคุณให้เคลียร์สมองซะนะคะ, คุณคินน์... เพราะพรุ่งนี้เช้า ทนายความของฉันจะส่งหมายศาลเรื่องสิทธิ์การฟ้องร้องทางธุรกิจและสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว ไปส่งให้คุณถึงหน้าคฤหาสน์แน่นอนค่ะ" สิ้นเสียงหวานเยียบเย็นนั้น พิมพ์มาดาก็หมุนตัวเดินเชิดหน้าทิ้งทวนออกจากห้องไปอย่างสง่างาม ปล่อยให้คินน์ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหลังท่ามกลางความมืดมิดของความจริงที่เขาไม่มีวันแก้ไขได้ทันท่วงที... ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%