ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ•ตอนที่ 17

ค่ำคืนแห่งการสารภาพ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
ไวน์แดงในแก้วคริสตัลสั่นไหวตามแรงบีบกระชับจากเรียวนิ้วของพิมพ์มาดา ราวกับหัวใจที่กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นขย้ำจนแหลกเหลว บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูหราส่วนตัวเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า คินน์ อัครเดโช ในยามนี้ไม่มีคราบของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้เย่อหยิ่งและถือดีคนเดิมหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ซึ่งกำลังจ้องมองเธอด้วยความเวทนาและโหยหาในคราวเดียวกัน "คุณพาสภาพน่าสมเพชนี้มาเพื่ออะไรคะ, คุณคินน์?" น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยท่าทีสง่างาม ไม่แม้แต่จะชายตามองความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ามหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย "ผมมาเพื่อบอกความจริง... และเพื่อขอร้องให้คุณมองผมอีกครั้ง, พิมพ์" คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธออย่างไม่นึก,ละอายศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอ มือหนาสั่นเทาราวกับคนไข้โรคพาร์กินสันเมื่อเอื้อมไปหมายจะแตะชายกระโปรงผ้าไหมเนื้อดีของเธอ แต่พิมพ์มาดากลับขยับตัวถอยห่างอย่างรังเกียจ ราวกับกลัวว่าสัมผัสจากเขาจะนำพาความเน่าเฟะของอดีตกลับมาแปดเปื้อนชีวิตใหม่ที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา "อย่าแตะต้องฉัน!" เธอกระแทกเสียงใส่ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาด้วยความเกลียดชังที่ผสมPโรงความสมเพช "คุณจำไม่ได้หรือคะว่าตอนที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วเขี่ยฉันออกไปจากชีวิตอย่างไร้ค่า คุณพูดว่าอะไร... อ๋อ, คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระที่ถ่วงความเจริญของคุณไม่ใช่หรือคะ? แล้ววันนี้คุณมาทำท่าทางน่าสมเพชแบบนี้ทำไม หรือว่าศิรินทร์ คนรักคนโปรดของคุณ เธอไม่สามารถตอบสนองความโลภของคุณได้เหมือนที่ฉันเคยทำ... หรือเพราะตอนนี้ฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าคนเดิมที่คุณจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้อีกแล้ว!" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนศาตราวุธที่กรีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจของคินน์อย่างแม่นยำ เลือดในกายของเขาร้อนผ่าว ร่างกายชาดิ่งจนพูดไม่ออก เขาจำได้ดี... จำได้ทุกถ้อยคำที่เคยพ่นใส่ผู้หญิงคนนี้ในวันที่เขาตาบอดมืดด้วยความทะเยอทะยานและความเย่อหยิ่ง วันที่เขามองไม่เห็นคุณค่าของเพชรแท้ในมือ เพราะมัวแต่ไขว่คว้าหาเศษแก้วไร้ค่า "ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสาหัสเกินกว่าจะให้อภัย" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาคมเข้มของผู้ชายที่ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใคร "แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย หัวใจของผมมันตายด้านไปหมดแล้ว ศิรินทร์เป็นแค่ความผิดพลาด เป็นแค่ภาพลวงตาที่เข้ามาในวันที่ผมหลงทาง... แต่คุณ พิมพ์... คุณคือลมหายใจเดียวที่ผมเหลืออยู่ ได้โปรด ลงโทษผมเถอะ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ขอแค่โอกาสให้ผมได้ไถ่บาป" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยหยาดหยัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางของเธอสง่างามและทรงพลังจนคินน์ต้องแหงนเงยหน้ามองด้วยความรู้สึกตัวเล็กกระจิรหริด "ไถ่บาปอย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าบาปที่คุณสร้างมันล้างออกได้ด้วยคำขอร้องเหรอคินน์" เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินผิวกายทำให้ขนกายของชายหนุ่มลุกชัน "ถ้าคุณอยากไถ่บาปนัก... ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ ว่าผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในAura Group คนนี้ จะยอมจำนนแทบเท้าฉันได้มากแค่ไหน..." สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว เรียวขาภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดร่างสูงที่ยังคงคุกเข่าอยู่ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของเขาขึ้นบังคับให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบเรียวปากหยักลึกอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ได้มีความอ่อนหวานหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความเร่าร้อน ดุดัน และเป็นการประกาศกร้าวถึงการเป็นผู้ครอบครองอำนาจเบ็ดเสร็จ คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศจะตื่นตัวขึ้น ร่างสูงโถมเข้าโอบกอดเอวบางไว้แน่นด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นการบดขยี้อย่างเร่าร้อนและดุเดือด ลิ้นร้อนเกี่ยวพันกันอย่างกระหายหิว พิมพ์มาดาไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกม เธอกัดริมฝีปากเขาเบาๆ จนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยเพื่อให้ชายหนุ่มได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบของคินน์แดงก่ำด้วยเพลิงปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรง "พิมพ์..." เสียงครางพร่าต่ำหลุดรอดจากลำคอแห้งผากของเขา มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนนุ่มที่โผล่พ้นชายกระโปรง สัมผัสที่คุ้นเคยและโหยหาทำให้สติของคินน์ขาดผึ่ง เขาพยุงร่างของเธอขึ้นแนบชิดกับผนังกระจกใสที่มองเห็นวิวยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง ความเย็นเยียบของกระจกตัดกับความร้อนผ่าวของผิวเนื้อที่เบียดเสียดกันจนแทบหลอมละลาย มือเรียวของพิมพ์มาดาสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายซุกซอกไซร้ลงที่ซอกคอระหง กลิ่นกายหอมหวานที่คุ้นเคยแผ่ซ่านปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวคินน์ให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด เขารuรากจูบไปตามลาดไหล่เนียนมน ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบสีจางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่มืออีกข้างปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งความแค้น ความโหยหา และความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ค่ำคืนนี้ไม่มีความปรานี... มีเพียงเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่เผาผลาญทั้งสองร่างให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ในอ้อมแขนของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่ง พิมพ์มาดายอมให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความสุขสมที่เขาปรนเปรอให้อย่างไม่รู้จบสิ้น เพื่อตอกย้ำให้เขาจำฝังใจว่า แม้เธอจะตกเป็นของเขาอีกกี่ครั้ง อำนาจในการกำหนดลมหายใจของเขาก็ยังคงอยู่ในมือเธอแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักอันร้อนแรงกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องนอนใหญ่ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว "คุณแม่ครับ... คุณแม่เสร็จธุระหรือยังครับ ผมหิวน้ำจังเลย" คินน์ชะงักค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอเมื่อดวงตาสีดำสนิทคู่โตของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งเปิดประตูแง้มเข้ามา ปรากฏแก่สายตา... ใบหน้านั้น คิ้วรูปดาบนั้น และสันจมูกโด่งรั้นนั่น... ถอดแบบมาจากกระจกเงาของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! ~อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ? มาร่วมลุ้นและติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ... "ชฎาพรายไวน์แดง"~
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เย่อหยิ่งของสุภาพบุรุษไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%