“คุณกำลังบอกว่า... การทุบผนังรับน้ำหนักทิ้ง จะทำให้พื้นที่มัน ‘หายใจ’ สะดวกขึ้นงั้นเหรอคิน?”
น้ำเสียงของธันวาราบเรียบ หากแต่แฝงด้วยไอเย็นเยียบที่พร้อมจะแช่แข็งคนฟังให้กลายเป็นรูปปั้น เขาวางปากกาเขียนแบบในมือลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงดังกึกดักสะท้อนก้องในห้องประชุมแคบๆ ที่เหลือเพียงเราสองคน
คินไม่ได้ขยับหนี เขายังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ เอียงคอเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาเรียวรีคมกริบนั้นจ้องมองเส้นสายที่ยุ่งเหยิงบนกระดาษแบบแปลนของธันวาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“พื้นที่น่ะไม่หายใจหรอกค่ะธันวา แต่มนุษย์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนี้ต่างหากที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ถ้าคุณยังดึงดันจะวางแปลนแบบ ‘กล่องไม้ขีดไฟ’ ที่มีแต่เหลี่ยมมุมแบบนี้” คินใช้ปลายนิ้วเรียวชี้ลงบนเส้นร่าง “ดูนี่สิ คุณจัดโซนห้องนั่งเล่นให้หันเข้าหากำแพงทึบ แทนที่จะเปิดช่องแสงให้เชื่อมกับสวนหลังบ้าน... แบบนี้เขาเรียกว่าสถาปัตยกรรมกักขังนะคะ ไม่ใช่การออกแบบบ้าน”
ธันวาขยับแว่นสายตาที่ไม่มีเลนส์ พลางแค่นยิ้มที่มุมปาก “มันคือโครงสร้างที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสไตล์ที่ผมยึดถือมาตลอดสามปีในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์นี้ ผมไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรเพียงเพราะรสนิยมแบบ ‘อินดี้จัด’ ของคุณหรอกนะ”
“โอ้... ที่แท้ก็กลัวการเปลี่ยนแปลง” คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าหาคนตัวสูงกว่าอย่างไม่ลดละ “กลัวว่าถ้าทำลายกำแพงบ้าๆ นั่นทิ้ง คุณจะต้องยอมรับว่าโลกภายนอกมันสวยงามกว่าสิ่งที่อยู่ในหัวสมองอันเปี่ยมไปด้วยระเบียบวินัยของคุณสินะคะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบจะคว้ามีดมาปาดทิ้งได้ ธันวาก้าวยาวๆ เข้าประชิดตัวคินจนแผ่นหลังของอีกฝ่ายชนกับโต๊ะทำงาน เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของคนดื้อรั้น
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครคิน ถึงกล้ามาสั่งให้ผมทุบทำลายงานที่ผมวางรากฐานมาเป็นปี?” ธันวากระซิบ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับ
คินเชิดคางขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา แต่เขาก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม “คนที่มาเพื่อทำให้คุณ ‘ฉลาด’ ขึ้นไงคะ... หรือจะให้พูดตรงๆ ว่า คนที่จะมาทำให้โปรเจกต์จืดชืดนี่ ให้มันกลับมามีสีสันเหมือนชีวิตคนจริงๆ สักที”
มือของคินเลื่อนขึ้นไปวางบนอกเสื้อเชิ้ตของธันวา ไม่ได้เพื่อผลักไส แต่เพื่อสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติของอีกฝ่าย ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้วาวโรจน์ด้วยไฟบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
“ถ้าผมบอกว่าไม่... คุณจะทำยังไง” ธันวาถามท้าทาย
“ฉันก็มีวิธีจัดการกับ ‘คนหัวรั้น’ ของฉันเหมือนกันค่ะ” คินยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวเกลี่ยปกเสื้อของธันวาเบาๆ อย่างยั่วยวน “เรามาพนันกันไหมล่ะคะ ถ้าแบบแปลนที่คุณแก้ตามที่ฉันบอก... ขายงานนี้ผ่านให้กับลูกค้าได้ในวันพรุ่งนี้ คุณต้องยอมทำตามคำสั่งฉันหนึ่งอย่าง”
“แล้วถ้าไม่ผ่านล่ะ?”
“ฉันจะยอมลาออกจากโปรเจกต์นี้ทันที... แบบไม่โต้แย้ง”
ธันวานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองไล่ตั้งแต่ดวงตาคู่สวยจมูกรั้น ไปจนถึงริมฝีปากที่กำลังยิ้มท้าทาย เขาควรจะปฏิเสธ ควรจะผลักคนตรงหน้าออกไปให้ไกลจากอาณาเขตอันแสนสงบสุขนี้ แต่น่าประหลาด... เขากลับรู้สึก ‘อยาก’ จะตกลง
“ได้... แต่ถ้าคุณแพ้ คุณต้องเป็นเบ๊ให้ผมตลอดทั้งโปรเจกต์” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ
“ดีลค่ะ” คินขยับยิ้มกว้างก่อนจะถอยหลังออกมา “งั้นเริ่มรื้อแปลนกันเลยไหมคะ คุณสถาปนิกสุดเนี้ยบ?”
ขณะที่ธันวากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบดินสอเพื่อเริ่มงานใหม่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังจะเปลี่ยนเป็น ‘เคมีบางอย่าง’ ภายในห้อง
แกร๊ก...
ประตูถูกผลักออกพร้อมกับร่างของรินที่โผล่หน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม มือถือในมือเปิดค้างไว้เหมือนเพิ่งถ่ายอะไรบางอย่างได้ “โทษทีนะจ๊ะคู่รัก... อ๊ะ ไม่ใช่สิ คู่กัด! พอดีลูกค้าเจ้าของบ้านเปลี่ยนใจกะทันหัน เขาเพิ่งโทรมาบอกว่าอยาก ‘ยกเลิก’ การจ้างงานของบริษัทเราวันนี้เลย!”
ธันวาและคินหันไปมองรินพร้อมกันด้วยความตกใจ คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนหัวในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่าน
“ว่าไงนะ?” ธันวาถามเสียงหลง
“เขากำลังจะเข้ามาที่ออฟฟิศในอีกห้านาทีนี้... พร้อมกับทนาย!” รินบอกพลางยักไหล่ “ดูเหมือนว่าเรื่องแบบแปลนไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ดูเหมือนเรากำลังจะตกงานกันยกทีม!”
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบที่แฝงด้วยเคมีหวานหยด แต่เป็นความเงียบแห่งหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่ ‘เซฟโซน’ ที่ธันวาพยายามรักษามาตลอดชีวิต
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจและทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังไม่พังแหล่ของธันวากับคินนะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ!
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนหัวใจ•ตอนที่ 2
แบบแปลนกับความกวนประสาท
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
