หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 15

พิษร้ายในจอกชา

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"พี่หญิง... ดื่มชาดอกหอมหมื่นลี้ถ้วยนี้สิคะ เฟยเฟยอุตส่าห์ต้มด้วยน้ำค้างยอดหญ้าเช้านี้เอง เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงคราวก่อน" เสียงหวานใสราวนกกระจิบของหลินเฟยเฟยดังกังวานขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดภายในศาลาแปดเหลี่ยมริมสระบัว นางส่งยิ้มพิมพ์ใจที่เคลือบด้วยน้ำตาลพิษมาให้ ข้าจ้องมองจอกหยกสีขาวนวลในมือนาง สายตาของข้าไล่ไปตามเรียวนิ้วที่สั่นน้อยๆ นั่นอย่างพินิจพิเคราะห์ จ้าวหมิงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องมาที่ข้าด้วยความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งความห่วงใย "เยว่เอ๋อร์... รับน้ำใจจากน้องสาวเจ้าไว้เถิด นางตั้งใจจริงนะ" ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดังกังวานก้องศาลาจนบรรยากาศเย็นเยียบขึ้นถนัดตา ข้าเลื่อนสายตาจากใบหน้าเสแสร้งของทั้งสองไปหยุดอยู่ที่ผิวน้ำนิ่งสนิทในสระบัว "น้ำใจหรือคะ? หรือว่าเป็นน้ำใจที่มาพร้อมกับ 'รากหญ้าหนอนพิษ' กันแน่?" มือของหลินเฟยเฟยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้ม "พี่หญิงล้อเล่นแล้ว จอกชานี้ข้าดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่ง จะมีพิษได้อย่างไร" "อ้อ..." ข้าลากเสียงยาวพลางขยับตัวเข้าใกล้นาง มือเรียวบางของข้าเอื้อมไปแตะขอบจอกหยกของนางเบาๆ ด้วยท่าทางหยอกเย้า "ถ้างั้น น้องสาวคงไม่รังเกียจ หากข้าจะขอให้เรา 'เปลี่ยน' จอกชาดื่มเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดีหรือไม่คะ?" ใบหน้าของหลินเฟยเฟยซีดเผือดลงในทันที นางพยายามดึงจอกกลับแต่ข้าไวกว่า ข้าคว้าข้อมือนางไว้แน่น บีบจนนางนิ่วหน้า ความร้อนจากจอกชาที่นางเพิ่งถือไว้ยังคงอยู่ รากหญ้าหนอนพิษมีคุณสมบัติพิเศษ คือจะทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิ หากผู้ใดดื่มเข้าไป ผิวหนังจะเริ่มมีรอยจ้ำม่วงปรากฏขึ้นภายในหนึ่งเค่อ "ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้คะพี่หญิง?" หลินเฟยเฟยเริ่มเสียงสั่น "ก็เพื่อความสบายใจของข้าอย่างไรล่ะคะ" ข้าเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่นางกำลังตกใจ ใช้ความเร็วที่ฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับความตายในชาติก่อน ปัดจอกชาในมือเราทั้งคู่ให้ตกลงบนโต๊ะหินอ่อน แล้วใช้วิชาฝ่ามือสลับที่จอกอย่างแนบเนียนในพริบตา น้ำชาสีเหลืองทองนองอยู่บนโต๊ะ ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวน ข้าขยับยิ้ม "ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ดื่มแล้วค่ะ... แต่ดูเหมือนจอกที่น้องถืออยู่ จะถูกสลับที่เสียแล้วนะ" หลินเฟยเฟยหน้าถอดสี รีบก้มลงมองจอกที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวบนโต๊ะด้วยความสับสน ข้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองจ้าวหมิงที่ตอนนี้เริ่มมีหยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผม เขาดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขารู้ดีว่าหากข้าไม่ดื่ม พิษนี้อาจจะย้อนกลับไปหาผู้ถือจอกคนเดิม "ดื่มสิคะ เฟยเฟย" ข้ากระซิบชิดใบหูนาง น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่หนักแน่นราวกับคำพิพากษา "ในเมื่อเจ้าบอกว่ามันคือชาแห่งความรัก... เจ้าก็ควรดื่มให้หมดไม่ใช่หรือ?" หลินเฟยเฟยตัวสั่นเทา จ้องมองจอกชาในมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความอำมหิตเป็นความหวาดกลัวสุดขีด นางหันไปขอความช่วยเหลือจากจ้าวหมิง แต่เขากลับเบือนหน้าหนี เพราะเขารู้ดีว่าหากข้าเกิดเป็นอะไรไปในที่แห่งนี้ ความผิดจะตกแก่ใคร ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินหินขัด ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทขลิบทองเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจล้นฟ้า ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของข้า เฉินอ๋อง... เขามาทำอะไรที่นี่ในยามนี้? "น้ำชาน่าดื่มเพียงนี้ เหตุใดถึงไม่มีใครหยิบยกขึ้นดื่มเล่า?" เฉินอ๋องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันจนทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าลงโดยสัญชาตญาณ ข้าถอนสายบัวอย่างงดงามก่อนจะเหลือบมองหลินเฟยเฟยที่ตอนนี้หน้าซีดจนแทบจะเป็นลม "ท่านอ๋อง ท่านมาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ เฟยเฟยนางอุตส่าห์เตรียมชาพิเศษมาเพื่อข้า แต่นางกลับดูเกรงใจที่จะดื่มเองเพียงลำพัง... ท่านคิดว่าอย่างไรคะ ใครควรจะเป็นผู้ลิ้มรสชาถ้วยนี้ก่อนดี?" เฉินอ๋องก้าวเข้ามาใกล้ข้า กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเอื้อมมือมาเชยคางข้าขึ้น สายตาเราประสานกันนิ่งนาน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ "หากนางใจดีถึงเพียงนั้น..." เขาละสายตาจากข้าไปจ้องมองหลินเฟยเฟยที่ตัวสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม "งั้นเจ้าก็ดื่มให้องค์หญิงดูเป็นขวัญตาเสียหน่อยสิ... อย่าให้ความปรารถนาดีของเจ้าต้องเสียเปล่า" หลินเฟยเฟยอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง นางมองข้าสลับกับเฉินอ๋อง ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางกรีดร้องออกมาเบาๆ แล้วปัดจอกชาทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย! เพล้ง! เศษกระเบื้องกระเด็นไปคนละทิศทาง ชาพิษซึมหายไปกับรอยแยกของหินอ่อน แต่กลิ่นของมันที่โชยออกมากลับทำให้เฉินอ๋องขมวดคิ้ว เขาปรายตามองคราบน้ำบนพื้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาถึงขีดสุด "ชาดอกหอมหมื่นลี้... ผสมกับรากหญ้าหนอนพิษงั้นรึ?" เฉินอ๋องกล่าวเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างกลายเป็นนรกบนดิน "ช่างเป็นรสชาติที่หอมหวาน... จนน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ" จ้าวหมิงรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้น "ท่านอ๋อง! ข้าน้อยไม่ทราบเรื่องนี้ ข้าน้อยถูกหลอก!" ข้าแค่นหัวเราะมองภาพคนทรยศที่กำลังขายเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด ดูสิ... นี่หรือคือชายที่ข้าเคยรักและเทิดทูนในชาติก่อน? ช่างน่าสมเพชเสียจริง ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะก้าวเข้าไปซ้ำเติมเหตุการณ์นี้ให้สาแก่ใจ จู่ๆ ข้อมือของข้าก็ถูกเฉินอ๋องคว้าไว้ เขาไม่ได้มองไปที่จ้าวหมิงหรือหลินเฟยเฟยอีก แต่เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูข้าด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ข้าต้องขนลุกวาบ "เจ้าวางแผนกำจัดพวกสวะนี่ได้ดี... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... คนที่จัดหา 'ของขวัญ' ชิ้นนี้ให้พวกมัน ก็คือคนใกล้ตัวที่เจ้าไว้ใจที่สุดในจวนหลินอย่างไรล่ะ" คำพูดเพียงประโยคเดียวของเฉินอ๋องทำให้โลกทั้งใบของข้าสั่นคลอน ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ ใครกัน? ใครในจวนที่ข้าคิดว่าจงรักภักดีที่สุดถึงได้กล้าหักหลังข้าถึงเพียงนี้? ทว่าเฉินอ๋องไม่รอให้ข้าถามต่อ เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะดึงตัวข้าให้เดินตามเขาออกไป ทิ้งให้จ้าวหมิงและหลินเฟยเฟยคุกเข่าอยู่ท่ามกลางกลิ่นไอพิษที่ยังคงตกค้างอยู่บนพื้นหินที่แตกร้าว เหตุการณ์ในวันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเปิดโปงที่ใหญ่กว่าเดิม และเมื่อข้าก้าวพ้นประตูศาลาออกมา บุคคลที่ข้าไม่คาดฝันว่าจะได้พบในจวนหลินยามนี้ ก็ยืนรออยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับการทวงคืนความแค้นในครั้งนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%