เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของจวนอัครเสนาบดีหลิน จนหมู่ควันกำยานในกระถางทองเหลืองสั่นกระเพื่อม
"เจ้าว่าอย่างไรนะ! ข่าวลืองี่เง่าพวกนั้นหลุดลอดออกไปถึงหูตระกูลขุนนางฝ่ายเหนือได้อย่างไร!"
เสนาบดีหลินเฒ่าใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคู่ฝ้าฟางจ้องเขม็งไปยังบ่าวรับใช้สนิทที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง ร่างกายของอีกฝ่ายหมอบราบจนหน้าผากแนบชิดกับพื้นเย็นเฉียบ
ข้า—หลินเยว่ ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีแดงชาดตัดกับพื้นหลังสีนิลสนิท ข้าทอดสายตามองความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเยือกเย็นราวกับมองดูละครสัตว์โรงใหญ่ อาภรณ์ชั้นนอกคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ช่วยขับผิวผ่องพรรณดั่งหยกอุ่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ปิ่นหยกมันจแพรวพราวบนมวยผมทรงเทพยดาขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่นั้นงดงามราวกับภาพวาด ทว่าแววตากลับล้ำลึกดั่งก้นบึ้งของหุบเหว
เมื่อครู่ ข้าเพิ่งชะงักกึกเมื่อความทรงจำอันมืดมนย้อนกลับมาดุจคลื่นพายุ ผู้ชายคนนั้น... คนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้าจนจมดินในอดีตชาติ กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงาเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ แต่นั่นหาได้ทำให้ข้าหวาดกลัวไม่ ตรงกันข้าม เลือดในกายข้ากลับสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ—ในเมื่อพวกมันกล้าเปิดฉากเกมนี้ ข้าก็จะเล่นต้อนรับพวกมันให้สาส姆เช่นกัน
"เรียน... เรียนนายท่าน ข่าวลือเรื่องที่ตระกูลหลินของเราแอบลักลอบค้าอาวุธเถื่อนกับแดนประจิม และเรื่องที่ตระกูลจ้าวถอนหมั้นเพราะสตรีในจวนประพฤติตนเสื่อมเสีย... บัดนี้แพร่สะพัดไปทั่วตลาดค้าม้าและหอสุราแล้วขอรับ แม้แต่.... แม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็ทรงรับสั่งถามถึงเรื่องนี้ในท้องพระโรงเมื่อเช้านี้ด้วยซ้ำ!" บ่าวรับใช้ละล่ำละลักรายงานเสียงสั่นเครือ
เพล้ง!
ถ้วยน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามหลุดจากมือเสนาบดีหลิน ร่วงกระทบพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องและน้ำชาร้อนๆ กระเด็นโดนชายเสื้อของหลินเฟยเฟยที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องพอดี
"ท่านพ่อเจ้าคะ!" หลินเฟยเฟยอุทานเสียงหลง นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมันต์ ใบหน้างามฉาบด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร ทว่าในยามนี้ รูปลักษณ์ที่เคยเสแสร้งว่าอ่อนหวานราวกับดอกบัวขาวกลับไม่อาจปกปิดความริษยาและเกรี้ยวกราดที่ฉายชัดในแววตาของนางได้ "นี่ต้องเป็นฝีมือของนังพี่ใหญ่แน่ๆเจ้าค่ะ! ตั้งแต่นมันกลับมาเข้าจวน ชื่อเสียงของตระกูลเราก็มีแต่พังทลายลง!"
นางหันขวับมาถลึงตาใส่ข้า นิ้วเรียวชี้ตรงมาที่ปลายจมูกข้าด้วยความลืมตัว หลินเฟยเฟยยามนี้ช่างแตกต่างจากกุลสตรีผู้เพียบพร้อมในสายตาคนนอกลิบลับ ความตื่นตระหนกทำให้หน้ากากอันงดงามของนางหลุดลอกออกจนหมดสิ้น
ข้าเพียงแต่ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว ไม่ได้มีความสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ข้าค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสชาติความขมอมหวานของใบชาหลงจิ่งชั้นดี ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยกิริยาที่สง่างามไร้ที่ติ
"น้องรอง ระวังคำพูดด้วย" ข้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสดุจเสียงระฆังเงิน "ชื่อเสียงของตระกูลหลินจะสั่นคลอนหรือไม่ มิได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดก้าวเข้าประตูจวน หากแต่อยู่ที่ 'การกระทำ' ของคนในจวนต่างหากเล่า เหตุใดเมื่อข่าวลือเสียหายแพร่สะพัด เจ้าจึงรีบเร่งร้อนโยนความผิดให้ข้าผู้เป็นพี่สาวนักเล่า? หรือว่า... เจ้ารู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับต้นตอของข่าวลือนั้น?"
สายตาคมกริบดั่งมีดดาบของข้าพุ่งตรงไปที่นาง หลินเฟยเฟยสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าที่เคยงดงามซีดเผือดลงถนัดตา
"เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ข้าจะไปรู้เรื่องอะไรด้วย!" นางละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนความร้อนรนด้วยการหันไปออดอ้อนบิดา "ท่านพ่อเจ้าคะ ดูพี่ใหญ่สิเจ้าคะ นางใส่ร้ายลูก นางไม่รักตระกูลเรา ปล่อยให้นางลอยนวลอยู่ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ!"
เสนาบดีหลินหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโห หันมาตวาดใส่ข้า "หลินเยว่! เจ้าทำอะไรลงไป? เจ้าไปก่อเรื่องอันใดนอกจวนจนชื่อเสียงของตระกูลต้องเสื่อมเสียเช่นนี้ คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!"
ช่างเป็นบิดาที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมเสียจริง ในยามที่ตระกูลรุ่งเรือง ข้าคือหมากตัวงามที่ถูกส่งไปแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ แต่ในยามที่ตระกูลสั่นคลอน ข้าก็กลายเป็นแพะรับบาปตัวแรกที่พวกมันจะโยนความผิดให้ทันที
แต่ทว่า... ข้ามิใช่หลินเยว่คนเดิมผู้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว
ข้าค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปกลางห้องโถงอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและทรงอำนาจ ราวกับพญาหงส์ที่กำลังลาดตระเวนอาณาเขตของตน อาภรณ์สีแดงสดสะท้อนกับแสงยามบ่ายวาดลวดลายราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ท่านพ่อบุตรอกตัญญูผู้Sี้..." ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนทุกคนในห้องต้องเงียบกริบ "ท่านไม่คิดจะไตร่ตรองให้ดีก่อนหรือว่า ข้าเป็นเพียงสตรีที่เพิ่งกลับมาจากอารามได้ไม่นาน จะมีปัญญาไปสร้างข่าวลือสะเทือนถึงราชสำนักได้อย่างไร? หรือแท้จริงแล้ว... ท่านกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างที่พวกท่าน 'ร่วมมือกันทำ' เอาไว้ในอดีตต่างหากเล่า"
สิ้นคำพูดของข้า บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น เสนาบดีหลินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ำทันที ขณะที่หลินเฟยเฟยถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด บ่าวรับใช้นอกเรือนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม ร้องตะโกนเสียงหลงจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"น... นายท่าน!แย่แล้วขอรับ! แย่ใหญ่แล้ว!"
"มีเรื่องอันใดอีก!" เสนาบดีหลินตวาดลั่น
"ราชองครักษ์เสื้อแพร... ราชองครักษ์เสื้อแพรจากกองกำลังพิทักษ์นครหลวงนำกำลังหลายร้อยนายมาปิดล้อมจวนของเราไว้หมดแล้วขอรับ!"
บ่าวรับใช้นั้นยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมเกราะเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูจวนไม้แกะสลักถูกถีบจนเปิดอ้าออกอย่างไร้ความปรานี
ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับด้วยลวดลายมังกรทองทะยานฟ้าก้าวเข้ามาในห้องโถง กลิ่นอายความเย็นชาและกลิ่นอายคาวเลือดลอยคลุ้งมาตามลม ร่างนั้นสง่างาม น่าเกรงขาม และเยือกเย็นดุจพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรก
เฉินอ๋อง—มู่หรงเฟย เสด็จมาถึงด้วยพระองค์เองแล้ว!
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองความวุ่นวายภายในห้องโถง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของข้า มุมพระโอษฐ์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับที่อ่านไม่ออก ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในจวน
"ดูท่า... จวนอัครเสนาบดีในวันนี้ จะมีเรื่องสนุกให้ชำระสะสางกันสินะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่องครักษ์ด้านหลังก้าวเข้ามาพร้อมกับหีบไม้ลงอาคมขนาดใหญ่สองใบ และโยนมันลงกลางห้องเสียงดังสนั่น
เมื่อฝาหีบถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในกลับทำให้เสนาบดีหลินและหลินเฟยเฟยหน้าถอดสี ล้มพับลงไปกองกับพื้นในทันที—มันคือสมุดบัญชีลับและหลักฐานการทุจริตทั้งหมดที่พวกมันพยายามซ่อนมานานแรมปี!
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 34
ความวุ่นวายในจวนอัครเสนาบดี
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!