“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าคนตายจะลุกขึ้นมาประทับตราสั่งการคนเป็นได้อีกครั้ง?”
ข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก ร่างของข้ายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายชุดดำที่ถูกเฉินอ๋องจับตัวได้ในโถงลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของน้ำใต้ดินและกลิ่นคาวเลือดจางๆ บีบคั้นโสตประสาท แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อดวงตาของข้าจ้องเขม็งไปยังรอยประทับสีชาดบนกระดาษแผ่นนั้น
มันคือตราประทับของ ‘อัครเสนาบดีเหวิน’ บุรุษที่ข้าเป็นผู้ปาดคอเขาด้วยมือตนเองในคืนที่เพลิงเผาผลาญจวนตระกูลหลินเมื่อชาติก่อน!
“ข้า… ข้าเพียงทำตามคำสั่ง… มีคนส่งราชโองการนี้มาให้ในคืนพระจันทร์ดับ มันมีกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาจางๆ ติดอยู่บนซองจดหมาย…” ชายผู้นั้นตัวสั่นเทา ลิ้นจุกปากด้วยความหวาดกลัวต่อคมกระบี่ของเฉินอ๋องที่พาดอยู่บนลำคอ
เฉินอ๋องขยับกายเข้ามาใกล้ข้า กลิ่นไม้หอมจางๆ ประจำตัวเขาช่วยประคองสติให้ข้ากลับมามั่นคง “หลินเยว่ เจ้าคิดว่าวิญญาณแค้นมีจริง หรือเป็นเพียงหมากที่เดินโดยคนโง่ที่พยายามเล่นบทเป็นผี?”
ข้าเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่คมกริบดุจมีดโกน “คนโง่ที่พยายามเล่นบทเป็นผีมักจะลืมไปว่า… ผีตัวจริงอย่างข้าไม่มีวันปล่อยให้ใครมาแอบอ้างชื่อของคนที่ตายไปแล้วเพื่อสั่งการข้าเป็นครั้งที่สองหรอกค่ะ”
ข้าหันไปมองชายชุดดำ “บอกมา ใครเป็นคนส่งจดหมายฉบับนั้นให้เจ้า ถ้าคำตอบไม่น่าพอใจพอ ชีวิตที่เหลือของเจ้าจะจบลงที่นี่ พร้อมกับรอยประทับของคนตายบนหน้าผากของเจ้า”
ชายผู้นั้นสะอื้นไห้ พลางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ “นาง… นางเป็นสตรี นางสวมชุดสีขาวราวกับชุดไว้ทุกข์ แต่ปักลวดลายหงส์ทองที่ขอบชายผ้า ข้าเห็นเพียงเท่านี้จริงๆ!”
หงส์ทอง... รอยยิ้มของข้าค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านในห้องใต้ดิน ลวดลายนี้คือสัญลักษณ์ของจักรพรรดินี และในราชสำนักปัจจุบัน ผู้ที่มีสิทธิ์สวมชุดปักหงส์ทองหากมิใช่คนผู้นั้น ก็มีเพียงสตรีผู้กุมอำนาจหลังม่านที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
“เจ้าทำได้ดีมาก” ข้ากระซิบเสียงต่ำ ก่อนจะเบนสายตาไปทางเฉินอ๋อง “อ๋องสี่ ท่านคิดว่าอย่างไรคะ? หงส์ตัวนี้กำลังพยายามเล่นละครฉากใหญ่ หรือจริงๆ แล้วในความตายของคนเมื่อชาติก่อน มีบางสิ่งที่ข้าพลาดไป?”
เฉินอ๋องเก็บกระบี่เข้าฝัก แววตาของเขาดูซับซ้อน “ในโลกนี้ไม่มีใครตายโดยไม่มีสาเหตุหรอกหลินเยว่ แต่บางครั้ง… คนที่ตายไปแล้ว อาจจะยังทิ้ง ‘ทายาทแห่งความแค้น’ เอาไว้ในที่ที่เจ้าคาดไม่ถึงที่สุด”
ข้าเดินออกจากโถงลับด้วยใจที่เดือดพล่าน ความแค้นที่คิดว่าฝังกลบไปพร้อมกับเถ้าถ่านกลับพุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงหลินเฟยเฟย น้องสาวที่แสนดีของข้า นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากแค่ไหน? หรือว่าหมากตัวนี้จะใหญ่กว่าที่ข้าประเมินไว้?
ข้ากลับมาถึงจวนในยามค่ำคืน หลินเฟยเฟยกำลังนั่งรอข้าอยู่ในเรือน นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ มือถือถ้วยชาอุ่นๆ ไว้มั่น ใบหน้ายิ้มแย้มของนางที่เคยทำให้ข้าเชื่อใจในชาติก่อน บัดนี้มันช่างดูน่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน
“พี่หญิง ท่านกลับมาดึกดื่นเช่นนี้ไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ? ข้าเป็นห่วงแทบแย่” หลินเฟยเฟยเอ่ยพลางลุกขึ้นเดินเข้ามาหาข้า
ข้าหยุดเดิน มองนางด้วยสายตาที่เย็นชาจนนางชะงัก “ข้าไป ‘สืบสาวราวเรื่อง’ ของเก่ามาน่ะเฟยเฟย เจ้าเคยได้ยินไหมว่า… คนที่ตายไปแล้ว มักจะกลับมาทวงถามความเป็นธรรมในคืนที่พระจันทร์ดับ?”
ใบหน้าของหลินเฟยเฟยซีดเผือดไปชั่วขณะ แต่นางก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ท่านพี่พูดเรื่องอะไรกันเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจเลย”
ข้าเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมบางอย่างที่โชยมาจากชายผ้าของนาง กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา… กลิ่นเดียวกับที่ชายผู้นั้นบอก!
ข้าคว้าข้อมือนางไว้แน่น บีบจนนางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “เจ้าไม่เข้าใจ หรือเจ้าเป็นคนวางแผน ‘การแสดง’ นี้กันแน่?”
หลินเฟยเฟยดิ้นรน ขัดขืนพลางแสร้งน้ำตาไหล “ท่านพี่ ท่านทำอะไรข้า! ข้าเป็นน้องสาวของท่านนะ!”
“น้องสาวหรือ?” ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า “ถ้าข้าไม่ใช่พี่สาวที่โง่เข็มของเจ้าคนเดิม เจ้าคงรู้ดีว่าวันนี้ข้ามาเพื่อทวงทุกอย่างคืน ไม่ใช่มาเพื่อฟังคำลวงของงูพิษอย่างเจ้า!”
ข้าผลักนางออกห่างจนร่างของนางกระแทกกับโต๊ะชาจนแตกละเอียด ก่อนจะหยิบจดหมายราชโองการปลอมฉบับนั้นออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนลงบนพื้นต่อหน้านาง “หลักฐานชิ้นนี้มีตราประทับของคนตาย… คนที่เจ้าพยายามจะขุดขึ้นมาใช้ประโยชน์ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินหมากตัวนี้ไปจนจบกระดาน?”
หลินเฟยเฟยตัวสั่นงันงก แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแรง!
เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง แสงตะเกียงที่วูบไหวเผยให้เห็นใบหน้าที่ข้าจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต บุรุษผู้ที่ข้าเคยยอมมอบกายถวายหัวและถูกเขาหักหลังอย่างไร้ปราณี... จ้าวหมิง!
เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม แววตาคมกริบจับจ้องมาที่ข้า ก่อนจะปรายตามองไปยังจดหมายบนพื้น “ตราประทับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสั่งการคนธรรมดาหรอกหลินเยว่ แต่มีไว้เพื่อล่อ ‘หงส์’ ที่จองหองให้บินกลับมาติดกับในกรงของข้าอีกครั้ง”
ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้จ้าวหมิงต้องขมวดคิ้ว “กรงของเจ้าหรือจ้าวหมิง? เจ้ามั่นใจนักหรือว่าข้าคือเหยื่อ… ไม่ใช่ ‘เพลิง’ ที่จะเผากรงนี้ให้มอดไหม้ไปพร้อมกับเจ้า?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้ไปกับหงส์เพลิงนะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 35
สืบสาวราวเรื่อง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!