หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 43

สยบข่าวลือด้วยความจริง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่รายล้อมจวนสกุลหลินในยามนี้ หาได้ทำให้หลินเยว่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลวดลายหงส์กางปีกด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังจิบชาชมดอกไม้ผลิบาน ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ กวาดมองกลุ่มคนผู้สวมชุดเกราะเหล็กวาววับที่พังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว "หลินเยว่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงกักตัวผู้ตรวจการแผ่นดิน และปลอมแปลงราชโองการ!" เสียงแหลมสูงของหลินเฟยเฟยดังแหวกลมเข้ามา นางสวมชุดผ้าแพรปักลายบุปผาสีชมพูอ่อน ใบหน้าแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกและหวาดกลัวระคนเสียใจ ทว่าหางตาคู่นั้นกลับฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด ยามเมื่อก้าวตามหลังท่านแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวงผู้กำกับดูแลคดีนี้ รอบบริเวณโถงรับแขกเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และบรรดาคุณชายคุณหญิงจากตระกูลใหญ่ที่ถูกเชิญมา ‘เป็นพยาน’ ในความอัปยศของนาง ข่าวลือเรื่องหับหุบโสมพันปีและการวางยาพิษฮูหยินผู้เฒ่าถูกโหมกระพือจนกลายเป็นไฟลามทุ่ง ผู้คนต่างซุบซิบนินทา ชี้ไม้ชี้มือมาที่นางราวกับนางเป็นนักโทษประหารที่รอวันประหารชีวิต หลินเยว่ค่อยๆ วางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงเซ็งแซ่รอบห้องเงียบลงได้ในพริบตา "ปลอมแปลงราชโองการหรือ?" หลินเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่นุ่มลึกจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางปรายตามองจ้าวหมิงที่ยืนตัวสั่นด้วยความละอายปนความแค้นอยู่ข้างกายหลินเฟยเฟย อดีตคู่หมั้นผู้โง่เขลาที่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขaามาเหยียบย่ำนาง "น้องรอง... เจ้าใช้สมองส่วนไหนคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวในมือข้า จะมีค่าเทียบเท่ากับหลักฐานเป็นตายที่ข้าถืออยู่กันแน่คะ" "พี่หญิง! ท่านยังกล้าปากแข็งอีกหรือเจ้าคะ! ท่านพ่อกำลังป่วยหนักเพราะพิษที่ท่านวาง ท่านยังไม่สำนึกผิดอีกหรือ!" หลินเฟยเฟยบีบน้ำตาหยดแหมะลงมาอย่างน่าเวทนา นางโถมกายเข้าไปซบอדיออเซาะท่านแม่ทัพใหญ่ พลางเอ่ยฟ้องด้วยเสียงสะอื้น "ท่านแม่ทัพโปรดให้ความเป็นธรรมแก่สกุลหลินด้วยเถิดเจ้าค่ะ สตรีสำส่อนผู้นี้ทั้งอกตัญญูและไร้ศีลธรรม เกรงว่าหากปล่อยไว้คงเป็นภัยต่อแผ่นดินแน่แท้" ท่านแม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเคร่งขรึมดั่งหินผา เขากวาดตามองหลินเยว่อย่างรำคาญใจและเหยียดหยาม "หลินเยว่ เจ้าถูกกล่าวหาร้ายแรง มีพยานบุคคลและหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยังจะมีคำแก้ตัวใดอีกหรือไม่ หากไม่มี... ก็จงคุกเข่ารับโทษทัณฑ์แต่โดยดี อย่าให้ต้องใช้กำลัง" สิ้นเสียงของแม่ทัพใหญ่ บรรดาผู้คนต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้อง บ้างก็ส่งเสียงเยาะเย้ยถากถาง หลินเฟยเฟยลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นางรอเวลานี้มานานเกินไปแล้ว วันที่หลินเยว่จะต้องสูญเสียทุกอย่าง ตกเป็นทาสรับใช้ที่ผู้คนรุมประชาทัณฑ์ ทว่า... หลินเยว่กลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา "หลักฐานมัดตัวแน่นหนาอย่างนั้นหรือคะท่านแม่ทัพ..." หลินเยว่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักดิ้นทองโบกสะบัดตามจังหวะก้าวเดิน ความสง่างามและกลิ่นอายกดขี่ข่มเหงที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรทำเอาเหล่าทหารยามที่ถือหอกถึงกับผอยถอยหลังไปคนละก้าวโดยไม่รู้ตัว นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ หีบไม้เนื้อดีประดับมุกก็ถูกสาวใช้คนสนิทวางกระแทกลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงนั้นหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงกลางใจของคนผู้มีชนักติดหลัง "เปิดออก" คำสั่งสั้นๆ ทรงอำนาจถูกเอ่ยออกมา สาวใช้เปิดฝาหีบออก เผยให้เห็นแฟ้มเอกสาร สมุดบัญชีหนังหมา และหยกประจำตัวที่สลักตราสัญลักษณ์ลับของ ‘หอการค้าพยัคฆ์ทมิฬ’ และ ‘รายชื่อสินบน’ ที่ขุนนางหลายคนในที่นี้ต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี สีหน้าของหลินเฟยเฟยเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนขาวในทันที นางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "นั่น... นั่นมันของปลอม! ท่านพี่ อย่าไปหลงเชื่อ นางกำลังจัดฉาก!" "ของปลอมหรือคะ?" หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้หลินเฟยเฟยทีละก้าว ดวงตาดอกท้อคู่นั้นหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนหลินเฟยเฟยต้องถอยหลังกรูดจนชนอ้อมอกของจ้าวหมิง "บัญชีรายรับรายจ่ายที่เจ้าแอบยักยอกเงินสินเดิมของท่านแม่ฃข้าไปแปดแสนตำลึงทอง ตลอดสามปีที่ผ่านมานี้ คือของปลอมด้วยหรือไม่? หรือว่าตราประทับลับของบ่อนการพนันใต้ดินที่เจ้าใช้ชื่อพี่เขยรองไปกู้เงินมา... ก็เป็นสิ่งที่ข้ากุขึ้นมาเองคะ น้องรอง?" จ้าวหมิงหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเลือดฝาด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขารู้ซึ้งถึงพิษสงของนางดี แต่นึกไม่ถึงว่านางจะเก็บหลักฐานทั้งหมดนี้เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน! "หลินเยว่! เจ้า... เจ้าอย่ามากล่าวหาเลื่อนลอยนะ!" จ้าวหมิงเค้นเสียงตะคอกกลบเกลื่อนความกลัว "กล่าวหาเลื่อนลอยงั้นหรือ?" หลินเยว่แค่นหัวเราะ นางหยิบม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วชูให้คนทั้งห้องได้เห็นอย่างชัดเจน "นี่คือสัญญาซื้อขายทาสและเอกสารลับที่เจ้าเอาที่ดินบรรพชนไปจำนองเพื่อเอาเงินไปปรนเปรอหญิงคณิกาในหอโคมเขียว มีลายมือชื่อและรอยนิ้วมือของเจ้าแปะอยู่เด่นชัด แถมยังมีตราประทับประจำตัวของท่านแม่ทัพใหญ่... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ท่านแม่ทัพ ประทับอยู่เคียงข้างกันพอดิบพอดีเลยนี่คะ?" ท่านแม่ทัพใหญ่สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารีบก้าวเข้าไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดู ครั้นกวาดสายตาอ่านข้อความภายใน ใบหน้าของเขาก็พลันดำทะมึนดั่งก้นหม้อ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะในนั้นระบุชัดเจนถึงการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเขา ขุนนางทุจริต และสกุลหลินในการฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้าน! "บังอาจนัก!" ท่านแม่ทัพใหญ่ตวาดลั่น หันไปมองหน้าหลินเฟยเฟยและจ้าวหมิงด้วยแววตาทมิฬ "พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชื่อข้าไปแอบอ้าง!" "ท่านแม่ทัพ! อย่าไปเชื่อพังพอนตัวนี้พูดนะเจ้าคะ! นางกำลังปั่นหัวท่าน!" หลินเฟยเฟยสติแตก กรีดร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะพุ่งเข้าไปแย่งเอกสารในมือท่านแม่ทัพ แต่กลับถูกตบด้วยหลังมือฉาดใหญ่จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของนาง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันถอยกรูด ไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำนี้ หลินเยว่แย้มยิ้มอย่างงดงามหยาดเยิ้ม นางมองภาพความแตกแยกตรงหน้าด้วยความสะใจยิ่งนัก หมากที่พวกมันวางไว้ บัดนี้ถูกนางพลิกกลับมาตบหน้าพวกมันจนพินาศย่อยยับในคราเดียว ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในกำมือของนาง ทันใดนั้นเอง... ประชาชนนอกจวนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาอื้ออึงราวกับผึ้งแตกรัง เสียงฝีเท้าม้าศึกนับพันวิ่งควบมาหยุดอยู่หน้าจวน พร้อมกับธงปักรูปมังกรทะยานฟ้าที่โบกสะบัด ม่านผ้าไหมสีดำสนิทของเกี้ยวหรูหราหน้าจวนถูกเปิดออกด้วยเรียวนิ้วยาวเรียวของบุรุษผู้หนึ่ง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำปักลายมังกรเงินก้าวลงมาอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยเมตร บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ เฉินอ๋อง (มู่หรงเฟย)... บุรุษผู้ไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงใดๆ กลับมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ด้วยตนเองแล้ว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองความวุ่นวายภายในโถง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของหลินเยว่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย "ดูท่า... สนብองตัวน้อยของเปิ่นหวาง จะกำลังสนุกกับการตบหน้าสุนัขบ้าแถวนี้สินะคะ?" คำพูดราบเรียบแต่ทรงพลังนั้น ทำเอาหัวใจของหลินเยว่กระตุกวูบ ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งเมือง เฉินอ๋องกลับก้าวเดินผ่านเหล่าทหารองครักษ์ตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างกายนางอย่างอารักขา พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทุกคนในที่นี้แทบหยุดหายใจ "และดูเหมือนว่า... หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะลากคอพวกมันทั้งหมดไปลงทัณฑ์ชั่วโคตร จะอยู่ในมือของเปิ่นหวางแล้วเช่นกัน..." โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหงส์เพลิงตัวนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%