เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่พยายามกลั้นไว้จนสุดเสียงของหญิงรับใช้คนสนิท ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องเก็บฟืนเก่าคร่ำคร่า ชวนให้นึกถึงเสียงของสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก ไม่มีผิดเพี้ยน
หลินเยว่ไม่ได้รีบร้อน ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าแพรตอกย้ำความประณีต บรรจงจิบชาอุ่นในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลอย่างใจเย็น ราวกับเสียงทรมานที่ดังอยู่หลังประตูกไม้ผุๆ นั้น เป็นเพียงเสียงดนตรีขับกล่อมในยามบ่ายอันน่าเบื่อหน่ายเท่านั้น
"ดูเหมือนว่าบ่าวไพร่สมัยนี้ จะความจำสั้นเสียเหลือเกินนะคะ... ข้าอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีแล้วแท้ๆ ว่าสิ่งใดควรพูด และสิ่งใดที่ต่อให้ตายก็ต้องกลืนลงท้องไป"
น้ำเสียงของหลินเยว่ราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้องครักษ์เงาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังถึงกับสันหลังวาบด้วยความหนצוเหน็บ นางวางถ้วยแช็กลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่นุ่มนวลจนแทบไม่มีเสียง ก่อนจะลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงปักลายหงส์เพลิงสีชาดสะบัดพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดินที่สง่างามราวกับพญาหงส์ผู้กุมชะตากรรมของสรรพสิ่ง
แอ๊ด—
ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะทะนาสิกทันที
ร่างของ "ชุนเอ๋อร์" บ่าวไพร่คนสนิทของหลินเฟยเฟย นอนทรุดกายอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ เนื้อตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าอาบไปด้วยคราบน้ำตาและเหงื่อกาฬ ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดยามที่เงาของสตรีผู้เย่อหยิ่งทอดทับลงมา
"คุณ... คุณหนูใหญ่..." ชุนเอ๋อร์ละล่ำละลัก เสียงสั่นพร่าจนฟังแทบไม่เป็นศัพท์ "บ่าว... บ่าวไม่รู้เรื่อง บ่าวไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องนั้น..."
"หืม?" หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงของนางหยุดลงตรงหน้าบ่าวผู้หวาดกลัวพอดี นางย่อกายลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของชุนเอ๋อร์ขึ้นมาบังคับให้สบตา "เจ้าบอกว่า... ไม่รู้เรื่องอย่างนั้นหรือคะ ชุนเอ๋อร์?"
ดวงตาคู่งามของหลินเยว่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าเย็นเยียบราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ที่ตกเป็นจำเลย
"ข่าวลือที่ว่า ข้า... หลินเยว่ เป็นหญิงไร้ยางอาย แอบลักลอบพบชู้รักในยามวิกาล จนทำให้ตระกูลหลินต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง... ช่างเป็นเรื่องแต่งที่ประพันธ์ขึ้นมาได้อย่างออกรสออกชาติเสียจริงนะคะ เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?"
"บ่าว... บ่าวถูกบังคับ!" ในที่สุด กำแพงแห่งความอดทนของชุนเอ๋อร์ก็พังทลายลงเมื่อแรงกดดันจากจิตวิญญาณของหลินเยว่ถาโถมเข้าใส่ นางโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "ฮือๆ คุณหนูใหญ่โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย! เป็นคุณหนูรอง... เป็นคุณหนูรองหลินเฟยเฟยต่างหากที่สั่งให้บ่าวเอาตั๋วเงินพวกนั้นไปยื่นให้กับพวกนักเลงโรงน้ำชา เพื่อปล่อยข่าวลือใส่ร้ายท่าน!"
มุมปากของหลินเยว่ยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบพิษร้าย
"ในที่สุด เจ้าก็ยอมคายความจริงออกมาจนได้นะคะ... น่าเสียดายเสียจริง ที่คนฉลาดอย่างน้องรองของข้า คงไม่คิดว่าสุนัขที่นางเลี้ยงไว้ จะเชื่องช้าและยอมจำนนต่อหลักฐานเร็วกว่าที่คิด"
หลินเยว่ดึงตั๋วเงินปึกหนึ่งที่ซ่อนอยู่ออกจากอกเสื้อของชุนเอ๋อร์อย่างไม่นึกรังเกียจ นางคลี่มันออกให้บ่าวรับใช้ผู้โชคร้ายได้เห็นตัวเลขและตราประทับชัดๆ
"ตั๋วเงินมูลค่าห้าร้อยตำลึงจากร้านแลกเงินตระกูลจ้าว... ช่างบังเอิญเสียจริงนะคะ ที่จ้าวหมิง และหลินเฟยเฟย ต่างก็ขยันขันแข็งในการทุ่มเงินซื้อชื่อเสียง (ทางลบ) ให้แก่ข้าเหลือเกิน เกรงว่าเกียรติยศของเปิ่นหวางคงราคาแพงกว่าที่พวกมันประเมินไว้มากนัก"
ชุนเอ๋อร์ตัวสั่นเทา นางรู้ดีว่าการทรยศหลินเฟยเฟยหมายถึงความตาย แต่การอยู่ต่อหน้าหลินเยว่ในตอนนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ปากเหวแห่งนรก มารดาเจ้าประואהเอย สตรีผู้เคยอ่อนแอและถูกรังแกมาตลอดคนนี้ กลายเป็นปีศาจไปตั้งแต่เมื่อใดกัน!
"ลุกขึ้นเถอะค่ะ" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับพี่สาวใจดีกำลังปลอบน้องสาว "ข้าไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ หากเจ้าทำตามที่ข้าสั่ง ข้าสัญญาว่าชีวิตของเจ้า... รวมถึงครอบครัวที่บ้านนอก จะยังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี"
"บ่าว... บ่าวพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่คุณหนูใหญ่บัญชาเจ้าค่ะ!" ชุนเอ๋อร์รีบโขกศีรษะคำนับซ้ำๆ อย่างไม่คิดชีวิต
"ดีมากค่ะ คนฉลาดมักรู้ว่าควรเลือกยืนฝั่งไหน"
หลินเยว่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า ออกไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ด้านนอก ที่ซึ่งร่างระหงของหลินเฟยเฟยกำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ โดยมีจ้าวหมิงยืนคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ภาพของสองคนนั้นช่างน่าทุเรศลูกตาเสียจนนางต้องแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ในเมื่อพวกมันอยากให้ข่าวลือแพร่สะพัดนัก นางก็จะจัดงานมหรสพครั้งใหญ่ให้คนทั้งเมืองหลวงได้ประจักษ์ว่า "การตลบหลัง" ที่แท้จริงนั้น มันเจ็บปวดจนกระอักเลือดออกมาเป็นอย่างไร!
"คุณหนูใหญ่ขอรับ" องครักษ์เงาก้าวเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงสำรวม "สายรายงานว่า ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมืองในอีกสามวันข้างหน้า และ... เฉินอ๋อง ทรงเสด็จมาถึงจวนของเราแล้วขอรับ"
หลินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยnเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
มู่หรงเฟย... ตาแก่เจ้าเล่ห์ผู้นั้น มาเร็วกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีก แต่อย่างน้อย การที่มีเขาเข้ามาพัวพันในเกมกระดานนี้ ก็ทำให้หมากตาต่อไปสนุกขึ้นอีกเป็นกอง
"ให้คนเตรียมรถม้าค่ะ" หลินเยว่เอ่ยเรียบๆ พลางสะบัดแขนเสื้อ "เราจะไปต้อนรับ 'ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์' กันเสียหน่อย... และหลังจากนั้น ค่อยนำตัวพยานปากเอกคนนี้ ไปส่งให้ถึงมือของหลินเฟยเฟย เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ ในค่ำคืนนี้กันนะคะ"
ดวงตาคู่คมของนางทอประกายวาวโรจน์ราวกับเปลวไฟแห่งการแก้แค้นที่กำลังลุกโชน ไม่มีทางที่นางจะปล่อยให้พวกมันมีความสุขบนความพินาศของเจ้าของร่างเดิมอีกต่อไปแล้ว บัญชีแค้นนี้ ถึงเวลาที่ต้องชำระทีละต้นจนหมดสิ้น!
ทว่า... ในวินาทีที่หลินเยว่ก้าวเท้าออกจากเรือนเก็บฟืนเพื่อไปพบกับเฉินอ๋อง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับจดหมายลับที่ถูกโยนมาตกแทบเท้าของนางโดยไร้ซุ่มเสียง
เมื่อนางก้มลงหยิบมันขึ้นมาคลี่อ่าน ข้อความสั้นๆ ภายในนั้นกลับทำให้ลมหายใจของสตรีผู้เยือกเย็นมาตลอดสะดุดกักลงทันที—
*"ระวังตัวไว้ให้ดี... หมากที่เจ้าคิดว่าควบคุมได้ แท้จริงแล้วกำลังจ่อคมดาบอยู่ที่ลำคอของเจ้าเอง... จากมิตรผู้หวังดี"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ" มา ณ ที่นี้นะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 44
แผนตลบหลัง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!