หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 42

ข่าวลือที่แพร่สะพัด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กระดาษแผ่นบางเบาดุจปีกจักจั่น แต่กลับมีน้ำหนักราภูเขาไฟฟูจิทับถม—มันถูกโยนลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างไม่ไยดี เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดัง *ปึ้ง* สะท้อนก้องความเงียบงันภายในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลหลิน "พี่หญิง... ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะทำเรื่องต่ำทรามเช่นนี้ลงไปได้!" เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของหลินเฟยเฟยดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือเรียวบางกำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์แต่ก็หวาดกลัวนัก ดวงตากลมโตบวมช้ำคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตา ภาพจำแลงของกุลสตรีผู้แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องถูกงัดมาใช้ได้อย่างแนบเนียนจนน่าสะอิดสะเอียน หลินเยว่ไม่แม้แต่จะชายตากมองกระดาษแผ่นนั้น นางเพียงยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีมุกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลง징ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ท่าทีที่สุขุมราวน้ำนิ่งไหลลึกตัดกับบรรยากาศเดือดดาลรอบกายอย่างสิ้นเชิง ภายในห้องไม่ได้มีเพียงแค่สองพี่น้อง รอบบริเวณยังมีบ่าวไพร่และอนุภรรยาหลายคนยืนออกันอยู่ที่หน้าประตู สายตานับสิบคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลน สมเพช และรังเกียจเดียดฉันท์ ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงตั้งแต่ย่ำรุ่ง... บัดนี้ได้ลุกลามเข้ามาถึงใจกลางจวนสกุลหลินแล้ว *‘บุตรตรีคนโตสกุลหลิน แอบลักลอบพบชายชู้ในยามวิกาล ณ โรงเตี๊ยมร้างนอกกำแพงเมือง และยินยอมมอบกายให้ชายแปลกหน้าแลกกับหยกโบราณ’* ช่างเป็นเรื่องแต่งที่ประพันธ์ได้เร้าใจและสกريตสกปรกสิ้นดี หลินเยว่เกือบจะปรบมือชื่นชมความพยายามของคนเบื้องหลัง หากไม่ใช่เพราะว่าเหยื่อในเรื่องเล่าบัดซบนี้คือนางเอง "เจ้าไม่คิดจะแก้ตัวหน่อยหรือ หลินเยว่!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ประตูห้องถูกผลักเปิดผางอย่างแรง หลินฮูหยินใหญ่ผู้เป็นมารดาเลี้ยงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ร่างอวบอัดสั่นเทาด้วยความโมโห นางพุ่งเข้ามาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "เจ้าทำตระกูลหลินต้องอับอายขายขี้หน้าผู้คนจนไม่กล้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว! ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วตลาด หูตาของขุนนางผู้ใหญ่ต่างพากันซุบซิบนินทา เจ้ายังมีหน้ามานั่งจิบชาอยู่อีกหรือ!" หลินเยว่ค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ ของก้นถ้วยกับจานรองกลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หยุดชะงัก นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์เรียวยาวคู่นั้นกวาดมองมารดาเลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาช้าๆ แววตาว่างเปล่า เยียบเย็น จนหลินเฟยเฟยที่ก้มหน้าร้องไห้อยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว "ข่าวลือแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง..." หลินเยว่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก "พวกท่านเหนื่อยกันมากไหมคะ ที่ต้องตื่นแต่เช้ามาวิ่งเต้นสร้างบทละครน้ำเน่าให้ชาวบ้านเขานินทาเล่น" "ปากดี!" หลินฮูหยินกรีดร้องด้วยความเหลืออด "หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! นี่คือจดหมายนัดหมายที่เจ้าเขียนด้วยลายมือของตัวเอง ตราประทับหยกนี่ก็เป็นของหมั้นที่เจ้าแอบเก็บไว้... คนที่โรงเตี๊ยมยืนยันนอนยันแล้วว่าเห็นสตรีรูปร่างเช่นเจ้าเข้าไปในคืนนั้น!" หลินเยว่ปรายตามองกระดาษและชิ้นหยกบนโต๊ะ มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด จดหมายเขียนด้วยลายมือที่เลียนแบบนางได้อย่างแนบเนียน ชิ้นหยกก็เป็นของปลอมที่ทำขึ้นลวกๆ แต่สำหรับคนโง่เขลาและผู้ที่รอเหยียบย่ำอยู่แล้ว ต่อให้เป็นเรื่องโกหกพกลมที่ไร้สาระเพียงใด พวกเขาก็พร้อมจะเชื่อสนิทใจ เพราะมันตรงกับความปรารถนาที่จะทำลายล้างนางให้พ้นทาง "ลายมือนี้... ช่างเหมือนของข้าเสียจริงนะคะ" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์ขยับไหวตามจังหวะการก้าวเดิน รัศมีกดดันบางเบาแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบาง จนหลินฮูหยินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "น่าเสียดายที่คนเขียนลืมไปอย่างหนึ่ง..." หลินเยว่เอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาฉีกมันต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของทุกคน เศษกระดาษปลิวว่อนดุจผีเสื้อตายซาก "ลืมไปว่า... ในคืนที่พวกท่านอ้างว่าข้าไป ‘ลักลอบพบชายชู้’ นั้น ข้าไม่ได้อยู่ในจวน หรือแม้กระทั่งนอกกำแพงเมือง..." หลินเยว่กวาดสายตามองหน้าทีละคนอย่างเยือกเย็น "แต่ข้ากำลังนั่งดื่มสุราสนทนากลมกลืนอยู่กับแขกคนสำคัญผู้หนึ่ง ซึ่งต่อให้เอาหัวของพวกท่านทั้งตระกูลมารวมกัน ก็ยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะเอ่ยชื่อเขาด้วยซ้ำ!" "เจ้า... เจ้ากล้าอ้างถึงผู้มีอำนาจที่ไหนมาขู่พวกเรา!" หลินฮูหยินหน้าซีดเผือด แต่ยังคงทำใจดีสู้เสือตะคอกกลับ "คิดจะกุเรื่องเพื่อเอาตัวรอดหรือ ไม่มีทางเสียหรอก! วันนี้ถ้าเจ้าไม่กราบขอขมาและยอมรับผิดแต่โดยดี ข้าจะให้ท่านพ่อของเจ้าขับไล่เจ้าออกจากตระกูล ตัดขาดจากวงศ์ตระกูลหลินสถานเดียว!" "ขับไล่ข้าหรือคะ?" หลินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน แต่มันกลับสร้างความหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "ท่านพ่อยังไม่ทันก้าวขาเข้าประตูมาเลยด้วยซ้ำ ไฉนฮูหยินผู้ใจร้อนถึงได้รีบร้อนร้อนรนอยากจะจัดการข้าเสียแล้วล่ะคะ หรือกลัวว่า... ความจริงบางอย่างจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาก่อนที่แผนการของพวกท่านจะสำเร็จ?" ทันทีที่สิ้นคำพูดของหลินเยว่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวฉับๆ เข้ามาทางประตูหน้าจวน บรรยากาศกดดันบางอย่างแผ่ซายเข้ามาจนทุกคนต้องหุบปากเงียบ จ้าวหมิง—อดีตคู่หมั้นหนุ่มรูปงามผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แววตาเต็มไปด้วยความโลภ ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้านหลังของเขาคือบิดาของหลินเยว่ที่ใบหน้ามืดครึ้มดุจเมฆฝนยามพายุตั้งเค้า "หลินเยว่! เจ้าทำเรื่องงามหน้าอะไรลงไป!" บิดาตบโต๊ะคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด "ข้าไม่คิดว่าบุตรสาวที่ข้าเลี้ยงดูมาจะต่ำช้าไร้ยางอายถึงเพียงนี้! เจ้าทำให้สกุลหลินต้องเสื่อมเสียเกียรติยศหลายชั่วอายุคน!" หลินเฟยเฟยรีบคลานเข้าไปเกาะขาบิดา สะอื้นไห้ตัวโยน "ท่านพ่อ... อย่าเพิ่งกริ้วไปเลยค่ะ พี่หญิงอาจจะมีเหตุผล... ฮือ... ถึงแม้ว่าข่าวลือจะบอกว่านางเสียตัวให้ชายอื่นไปแล้ว และทำให้ตระกูลจ้าวขอถอนหมั้นอย่างเป็นทางการเมื่อครู่นี้ แต่เฟยเฟยเชื่อว่าพี่หญิงไม่ได้ตั้งใจ..." *ช่างเป็นมารยาที่ไร้รอยต่อเสียจริง* หลินเยว่ลอบแค่นเสียงในใจ คำพูดของหลินเฟยเฟยดูเหมือนจะปกป้อง แต่มันกลับเป็นการตอกย้ำข้อกล่าวหาให้แน่นหนาขึ้นไปอีก และยังเปิดทางให้จ้าวหมิงประกาศถอนหมั้นอย่างชอบธรรม เพื่อไปแต่งตั้งรับเอาบุตรสาวคนรองอย่างหลินเฟยเฟยแทน จ้าวหมิงก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ประสานมือคารวะบิดาหลินด้วยท่าทีที่ดูน่าสงสารแต่แววตากลับซ่อนความสมเพชเวทนาไว้อย่างมิดชิด "ท่านลุง... ข้าเองก็เสียใจยิ่งนักที่ต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ข้ากับเยว่เอ๋อร์มีสัญญาหมั้นหมายกันมาหลายปี แต่ในเมื่อนางประพฤติตัวเหลวแหลก ไร้ยางอาย เสียศักดิ์ศรีความเป็นสตรีถึงเพียงนี้ ข้า... ข้าคงไม่อาจรับนางเป็นภรรยาได้อีกต่อไปแล้วขอรับ ขอให้ท่านลุงโปรดอนุญาตให้ข้าถอนหมั้น และ..." จ้าวหมิงเหลือบตามองหลินเฟยเฟยแวบหนึ่ง "เพื่อรักษาหน้าของตระกูลทั้งสอง ข้า... ยินดีจะรับเฟยเฟยเข้ามาดูแลแทน เพื่อไม่ให้สกุลหลินต้องเสื่อมเสียเกียรติไปมากกว่านี้" ช่างเป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบ ทั้งได้กำจัดหนามยอกอกอย่างนาง ทั้งได้ครอบครองหลินเฟยเฟย และยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษผู้เสียสละกู้หน้าให้ตระกูล ทว่า... รอยยิ้มเยาะที่มุมปากของจ้าวหมิงและหลินเฟยเฟยต้องค้างเติ่ง เมื่อเห็นหลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แววตาของนางไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ มีเพียงประกายไฟสีเพลิงที่ลุกโชนอย่างดุดันและเย้ยหยัน "ยินดีรับนางเข้ามาดูแลแทนอย่างนั้นหรือคะ... คุณชายจ้าวผู้สูงส่ง" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าก้องกังวานเสียดแทงถึงจิตใจ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากแขนเสื้อ ค่อยๆ เช็ดนิ้วมือของตนเองอย่างใจเย็น ราวกับว่าอากาศรอบตัวพวกเขานั้นสกปรกโสมมจนไม่อยากแตะต้อง "เจ้ายังมีหน้ามาพูดจาเย่อหยิ่งอีกหรือ! หลักฐานก็คาตา คนเขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว!" บิดาตบโต๊ะตะคอกด้วยความโมโห "หลักฐานหรือคะ?" หลินเยว่หันไปมองบิดา รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำแต่กลับเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "ท่านพ่อผู้โง่เขลา... ท่านไม่เคยคิดจะตรวจสอบสักนิดเลยหรือว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนปล่อยข่าวลือนี้ ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากการที่ข้า ‘ตกกระป๋อง’ จากตำแหน่งคู่หมั้นของจ้าวหมิง?" นางหันขวับไปมองจ้าวหมิงและหลินเฟยเฟยที่เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนสี "และที่สำคัญที่สุด..." หลินเยว่ก้าวเข้าไปประชิดตัวจ้าวหมิงจนชายหนุ่มต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความประหม่า ดวงตาหงส์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของอดีตคนรัก "ท่านแน่ใจหรือคะคุณชายจ้าว... ว่าค่ำคืนนั้น สตรีที่อยู่ในโรงเตี๊ยมร้าง... คือ ‘ข้า’ จริงๆ?" จ้าวหมิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาความแข็งกร้าวไว้ "มะ... ม่... แน่นอนสิ! มีคนเห็นชุดสีแดงเพลิงของเจ้า... และมีตราประทับหยกของเจ้า!" "ชุดสีแดงเพลิง..." หลินเยว่ทวนคำ ยิ้มเยาะเย้ยหยันยิ่งกว่าเดิม "ชุดสีแดงเพลิงปักลายหงส์ไฟที่ตัดเย็บโดยร้านผ้าจินหลิง... เป็นชุดจำกัดที่มีเพียง ‘ตัวเดียว’ ในเมืองหลวง ซึ่งข้าเพิ่งสั่งตัดและยังไม่เคยสวมใส่ออกนอกจวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว... จนกระทั่ง..." นางหันขวับไปมองหลินเฟยเฟยที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ "...จนกระทั่งเมื่อวานนี้ มีคนแอบย่องเข้าไป ‘ยืม’ ชุดนี้ออกจากห้องเก็บของของข้าไป!" ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องโถง หลินฮูหยินอ้าปากค้าง บิดาหน้าถอดสี หันขวับไปมองบุตรสาวคนรองทันที หลินเฟยเฟยหน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักปฏิเสธ "มะ... ไม่จริงนะคะท่านพ่อ! พี่หญิงโกหก! นางใส่ร้ายเฟยเฟย นางไม่อยากยอมรับความผิดของตัวเองก็เลยโบ้ยความให้ข้า!" "ข้ายังไม่ได้พูดเลยสักคำว่าใครเป็นคนขโมยไป..." หลินเยว่เอียงคอมองด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ "ไฉน... น้องสาวผู้แสนดีของข้า ถึงได้รีบร้อนร้อนรนร้อนตัวออกมารับสมอ้างเร็วจังเลยล่ะคะ?" บรรยากาศในห้องโถงพลันทิ้งดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน ประตูจวนด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าขององครักษ์ในชุดเกราะทมิฬนับสิบชีวิตก้าวเข้ามาล้อมรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทิศทาง เฉินอ๋อง (มู่หรงเฟย) ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราพยัคฆ์ซ่อนเล็บ ดวงคมกริบกวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเหยียดหยัน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างระหงของหลินเยว่ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานที่ทำให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "ข่าวลือที่ว่าสนองตัณหาข้าในคืนนั้น... ดูเหมือนจะสนุกสนานดีนี่หลินเยว่ แต่... น่าเสียดายที่คนผู้นั้น ไม่ใช่สุนัขข้างถนนแถวนี้... แต่เป็น ‘สามี’ ที่ถือกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายของนางต่างหาก" (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัพพอร์ต "หงส์เพลิงหวนคืน" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%