หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 41

การเคลื่อนไหวของเฉินอ๋อง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
“เจ้าคิดว่าองครักษ์เพียงเท่านี้ จะปิดบัญชีชีวิตของข้าได้จริงๆ หรือ หลินเฟยเฟย?” น้ำเสียงของข้าราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ท่ามกลางความกดดันจากคมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอ หลินเฟยเฟยฉีกยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความริษยาและชัยชนะที่เธอมโนขึ้นมาเอง “พี่หญิง ท่านก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าในถ้ำมืดมิดแห่งนี้ไม่มีทางออกเหลืออยู่แล้ว” นางเอ่ยพลางปรายตามองไปยังเงาร่างของมู่หรงเฟยที่ยืนนิ่งเฉยดุจรูปปั้นหิน “ท่านอ๋องทรงประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นเพียง ‘หมากตัวเบี้ย’ ที่ไร้ประโยชน์ ท่านจะยังทรงปกป้องคนทรยศอย่างพี่หญิงไว้อีกหรือเพคะ?” ข้าไม่ได้หันไปมองมู่หรงเฟย ดวงตาของข้าจับจ้องเพียงใบหน้าจอมปลอมของน้องสาวต่างสายเลือดผู้นี้ จังหวะการเต้นของหัวใจข้ายังคงเป็นปกติ ในขณะที่เลือดในกายของหลินเฟยเฟยกำลังเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นข้าดับสูญ “ท่านอ๋อง...” หลินเฟยเฟยทอดเสียงหวานหยดย้อย หวังจะกระตุ้นให้เขารีบลงมือ “จัดการนางเลยสิเพคะ ให้โอกาสนางได้พูดเสียดสีท่านมามากเกินพอแล้ว” ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก มู่หรงเฟยกลับก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว เขาร่างกายสูงใหญ่กำยำในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับรัตติกาล แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้เหลือบแลหลินเฟยเฟยแม้แต่น้อย แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาของข้า “เจ้าบอกว่าข้าคือหมากตัวเบี้ยอย่างนั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำเอาองครักษ์รอบกายถึงกับสะดุ้งโหยง มู่หรงเฟยยกมือขึ้นช้าๆ ปัดคมดาบที่จ่อคอข้าออกไปราวกับปัดฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ ก่อนจะใช้ฝ่ามือที่ทรงพลังคว้าข้อมือข้าไว้—ไม่ใช่เพื่อรัดคอ แต่เพื่อดึงข้าเข้าไปหาตัวเขาอย่างถือสิทธิ์ กลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมจางๆ จากกายเขาปะทะเข้ากับจมูกข้า หัวใจของข้ากระตุกวูบหนึ่งด้วยความประหลาดใจ “นางเป็นคนของข้า...” มู่หรงเฟยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนนอกอย่างเจ้า กล้าบังอาจสั่งการในที่พำนักของข้า?” หลินเฟยเฟยหน้าถอดสี “ท่าน... ท่านอ๋อง ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ? ก็ในเมื่อนางคือนางมารที่แอบอ้างทำลายแผนการ...” “แผนการ?” มู่หรงเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “แผนการที่เจ้าสร้างขึ้นด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดน่ะหรือ? หลินเฟยเฟย เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้ผู้หญิงที่ไร้สมองอย่างเจ้า เข้ามาแทรกแซงในสิ่งที่ข้ากำลังวางหมากไว้ตั้งนานแล้ว?” เขาเลื่อนมือมาโอบเอวข้าไว้อย่างมั่นคง ท่าทางที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัดนี้ทำให้คนทั้งถ้ำตกตะลึง ข้าสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ส่งผ่านเนื้อผ้ามายังแผ่นหลัง “เยว่เอ๋อร์...” เขาเรียกชื่อข้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนน่าใจหาย แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับมีความลึกล้ำที่ข้าอ่านไม่ออก “หากเจ้าต้องการหัวของนาง ข้าจะเตรียมดาบให้เจ้าเดี๋ยวนี้ แต่หากเจ้าอยากให้ข้าทรมานนางจนกว่านางจะร้องขอความตายด้วยตัวเอง... ข้าก็ยินดีที่จะเป็นมือเป็นเท้าให้เจ้าทุกอย่าง” ข้าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่งดงามราวกับงานศิลปะของบุรุษผู้นี้ นี่ไม่ใช่แค่การแสดงเพื่อหลอกศัตรู แต่มันคือการประกาศก้องว่าเขาเลือกฝั่งแล้ว และเขากำลัง 'วางเดิมพัน' ด้วยตัวของเขาเอง “ท่านอ๋อง ท่านเสียสติไปแล้วหรือ!” หลินเฟยเฟยกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง “นางมีแต่จะนำความหายนะมาสู่ท่าน!” “หายนะอย่างนั้นหรือ?” ข้าเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่มือข้าค่อยๆ หยิบเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา “นางไม่ได้นำความหายนะมาให้ท่านอ๋องหรอกเฟยเฟย... สิ่งที่นางนำมาให้ คือจุดจบของคนทรยศต่างหาก” ข้าสะบัดข้อมือเพียงเบาๆ เข็มเงินพุ่งวาบผ่านอากาศตรงเข้าสู่จุดชีพจรที่ลำคอขององครักษ์ผู้ใกล้ที่สุดจนเขาล้มลงในทันที ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา แต่มู่หรงเฟยกลับไม่ขยับกายไปไหน เขาเพียงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับจะป้องกันไม่ให้สิ่งใดมาแตะต้องข้าได้ “วันนี้ข้าจะไม่รีบฆ่าเจ้า...” ข้าก้าวเดินไปข้างหน้าโดยมีเฉินอ๋องเป็นเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด “เพราะสิ่งที่เจ้าทำไว้กับตระกูลหลิน ยังมีราคาที่ต้องจ่ายอีกมากนัก” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทัพปริศนาก็ดังสะท้อนเข้ามาในถ้ำ พร้อมกับคบเพลิงนับร้อยที่สว่างวาบขึ้นราวกับวันใหม่ ข้าหยุดชะงักลงเมื่อเห็นร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามานำหน้ากองทัพนั้น—คนผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'จ้าวหมิง' อดีตคู่หมั้นที่ข้าเคยคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิง “ข้ามาไม่ทันดูฉากรักหวานซึ้งสินะ?” จ้าวหมิงแค่นยิ้ม มือของเขากำดาบแน่น ดวงตาจ้องมองมาที่ข้าและมู่หรงเฟยด้วยความอาฆาต “ท่านอ๋อง... ดูเหมือนเราจะมีความแค้นที่ต้องชำระร่วมกันแล้วล่ะ” ข้าสัมผัสได้ถึงร่างกายของมู่หรงเฟยที่เกร็งขึ้นทันที เขากระซิบข้างหูข้าด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง “เยว่เอ๋อร์... เจ้าจำที่ข้าเคยบอกได้ไหม ว่าคนตายไม่ควรกลับมาเดินบนดิน? ดูเหมือนคืนนี้... เราคงต้องฆ่าคนตายอีกรอบเสียแล้ว” หงส์เพลิงเช่นข้า จะมอดไหม้ไปพร้อมกับศัตรู หรือจะบินสูงขึ้นกว่าเดิมในค่ำคืนที่เลือดนองพื้นดินแห่งนี้กันแน่ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งการล้างแค้นและเล่ห์เหลี่ยมไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%