“เจ้าคิดหรือว่าการตายในชาติก่อนจะล้างมลทินโง่เขลาของเจ้าได้หมดสิ้น หลินเยว่?”
เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงงูเลื้อยผ่านพงหญ้าดังมาจากเงามืดในถ้ำเสือ จ้าวหมิงยืนอยู่ตรงหน้าข้า เงาของเขาบิดเบี้ยวไปตามแสงคบเพลิงที่สั่นไหว มือที่เคยสัมผัสข้าด้วยความรักจอมปลอมบัดนี้กำลังกระชับด้ามกริชแน่น ข้าถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรึงปราณที่ออกแบบมาเพื่อสยบยอดฝีมือ กลิ่นอับชื้นของถ้ำปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กชวนให้คลื่นเหียน
ข้าไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะเงยหน้ามองศัตรูที่เคยมีค่าแค่เศษดินในสายตาข้าอย่างช้าๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่ดวงตาของข้ายังคงคมกริบดุจใบมีด
“เจ้ากำลังกลัวอะไรอยู่หรือ จ้าวหมิง? กลัวว่าความผิดที่เจ้าเคยทำไว้กับหญิงโง่คนหนึ่ง จะกลายเป็นคมดาบที่ย้อนกลับมาเชือดคอเจ้าในวันนี้งั้นรึ?” ข้าเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศในสวนดอกไม้ “เจ้าขังข้าไว้ที่นี่ เพราะเจ้าต้องการเห็นข้าขอชีวิต... หรือเพียงเพื่อยืนยันว่าข้ายังคงเป็น 'หลินเยว่คนเดิม' ที่เจ้าเคยหลอกใช้เป็นบันไดไต่เต้า?”
จ้าวหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกอ่านใจออก เขาพุ่งเข้ามาบีบคางข้าไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้กระดูกกรามข้าแทบแหลก แต่ข้าไม่แม้แต่จะกระพริบตา
“ใช่! ข้าเกลียดสายตาแบบนี้ของเจ้า!” เขาคำราม “สายตาที่เหมือนมองดูมดปลวก ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ข้าเขี่ยทิ้งได้ทุกเมื่อ!”
ข้าแค่นหัวเราะในลำคอ “จ้าวหมิง... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้ตัวเองกลับมาเกิดใหม่เพื่อเป็นเบี้ยล่างให้คนโง่เขลาอย่างเจ้าอีกครั้งงั้นหรือ? เจ้าฆ่าข้าได้ในอดีต เพราะตอนนั้นข้ามีหัวใจ... แต่หัวใจดวงนั้นตายไปพร้อมกับคำโกหกของเจ้าและน้องสาวแสนดีของข้าไปนานแล้ว”
บรรยากาศในถ้ำเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดั่งเสียงระฆังเตือนสติ ข้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติก่อนกรีดลึกเข้ามาในใจ ความโง่เขลา ความอ่อนแอ ความไว้ใจที่มอบให้ผิดคน ภาพตัวข้าในอดีตที่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากหลินเฟยเฟยฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ
* ‘ข้าทำพลาดไปแล้วจริงๆ สินะ... ที่ยอมให้ความรักบังตาจนมองไม่เห็นงูพิษที่เลี้ยงไว้ข้างกาย’* ข้าครุ่นคิดกับตัวเอง แต่ครั้งนี้ ความเจ็บปวดไม่ได้เปลี่ยนเป็นน้ำตา แต่มันหลอมรวมเป็นเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
“หงส์ที่ถูกขังในกรงมักจะร้องขออิสรภาพ...” ข้าเอ่ยเบาๆ “แต่หงส์ที่หวนคืนจากกองเพลิง... ไม่ได้ต้องการอิสรภาพหรอกนะ เจ้าหมิง... สิ่งที่ข้าต้องการคือการเผาทำลายกรงขังและผู้ดูแลกรงให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน”
ทันใดนั้น ข้าก็เริ่มรวบรวมปราณที่ถูกผนึกไว้ด้วยการโคจรลมปราณทวนกระแสที่ข้าฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในความเงียบงัน มันเป็นวิธีการที่อันตรายถึงตาย แต่ในเมื่อข้าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความตายย่อมไม่ใช่เรื่องน่าสะพรึงกลัวอีกต่อไป เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากมุมปากข้า แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับดูงดงามและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ
“เจ้าทำอะไร?” จ้าวหมิงเริ่มหน้าถอดสี เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ผิดปกติแผ่ออกมาจากตัวข้า
“ข้ากำลังให้อภัยตัวเองอย่างไรเล่า...” ข้ากระซิบ แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “ข้าให้อภัยที่เคยโง่เขลา ให้อภัยที่เคยอ่อนแอ เพื่อที่วันนี้ ข้าจะได้กลายเป็นเพลิงกัลป์ที่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำได้อีกต่อไป”
ทันทีที่สิ้นคำ โซ่ตรึงปราณที่กักขังข้าก็เริ่มร้าว แรงระเบิดของพลังปราณที่อัดอั้นมานานพุ่งทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก จ้าวหมิงกระเด็นถอยหลังไปกระแทกผนังถ้ำอย่างแรง เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากเขา แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ข้าก็ดีดตัวขึ้นจากพันธนาการ แม้เรี่ยวแรงจะยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่ แต่จิตสังหารที่แผ่ออกมากลับรุนแรงจนอากาศรอบกายหนาวเหน็บ
ข้าก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ หยิบกริชที่เขาทำตกไว้ขึ้นมา ปลายคมกริบจ่อที่ลำคอของอดีตคนรักที่สั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
“เจ้าเป็นคนสอนข้าเองไม่ใช่หรือ จ้าวหมิง... ว่าผู้ที่ไร้ค่าคือผู้ที่เป็นเหยื่อ” ข้ากดคมกริบลงไปเล็กน้อยจนเลือดซึมออกมา “แต่วันนี้ ข้าจะสอนเจ้าบทเรียนสุดท้าย... ว่าเหยื่อที่ลุกขึ้นมาล่า... คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในใต้หล้า”
ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะสะบัดมือลงทัณฑ์คนทรยศ เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกสุดของถ้ำ ฝีเท้าที่มั่นคงและทรงอำนาจก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหิน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่ข้าคุ้นเคยนักหนาทำเอาหัวใจข้าเต้นผิดจังหวะ
ร่างสูงสง่าในชุดสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งบนใบหน้าของ 'เฉินอ๋อง' มู่หรงเฟย เขามองดูภาพข้าที่กำลังถือมีดจ่อคอจ้าวหมิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด
“ช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ หลินเยว่” เขากล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้จนชิดแผ่นหลังข้า “แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... ในถ้ำเสือแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่จ้าวหมิงที่เจ้าต้องการจะสังหารหรอกนะ”
ก่อนที่ข้าจะทันหันไปมอง เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือข้าไว้แน่น แล้วกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ข้าตัวแข็งทื่อ “เพราะคนที่ขังเจ้าไว้ที่นี่... ไม่ใช่เจ้าหมิงตัวกระจอกนี่หรอก แต่เป็นข้า... และข้ากำลังรอให้เจ้าฆ่าคนตรงหน้า เพื่อทำลาย 'ปมในใจ' ของเจ้าให้ขาดสะบั้น เพื่อที่เจ้าจะได้กลายเป็น 'หงส์เพลิง' ที่สมบูรณ์แบบของข้า... เพียงผู้เดียว”
ข้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างขององครักษ์นับสิบโผล่ออกมาจากทุกทิศทางของถ้ำ พร้อมกับหลินเฟยเฟยที่ก้าวออกมาจากหลังมู่หรงเฟยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่เหนือกว่าทุกครั้ง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมในใจของหลินเยว่ไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 40
ปมในใจที่ถูกแก้
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!