หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 46

ร่องรอยแห่งอำนาจมืด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"หลักฐานชิ้นนี้... หยาบคายเสียจริงว่าไหมคะใต้เท้าจ้าว" ซุ่มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องหนังสือลับใต้เรือนพักรับรอง กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณลอยอบอวล หลินเยว่ในอาภรณ์สีแดงเพลิงปักลายหงส์ทองขยับกายอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับหยกเขียว กำลังคีบแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบขึ้นมาส่องกับแสงเทียน เบื้องหน้าของนาง จ้าวหมิง อดีตบุรุษที่เคยประกาศกร้าวว่าจะปกป้องนางด้วยชีวิต บัดนี้กลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาชวนฝันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมเปียกลู่แนบแก้ม "หลิน... หลินเยว่ เจ้า... เจ้าเอามันมาจากไหน!" เสียงของจ้าวหมิงสั่นพร่า ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองบัญชีลับสะสมเสบียงทหารและอาวุธเถื่อนในมือของนาง ราวกับเห็นยมทูตถือเคียวมารอรับวิญญาณ "ข้าจะได้มาจากที่ใดเล่าคะ" นางหัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง "ในเมื่อท่านเป็นคน ‘จัดการ’ ทุกอย่างด้วยความรอบคอบ... แต่ลืมไปกระมัง ว่าสุนัขที่ท่านเลี้ยงไว้ ย่อมกินเศษอาหารจากมือผู้ที่มีเศษเงินมากกว่าเสมอ" ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย นางกวาดสายตามองตัวเลขและตราประทับสีชาดบนกระดาษแผ่นนั้น ท่าทางของนางราวกับเซียนหมากรุกกำลังพิจารณากลยุทธ์ของคู่ต่อสู้ที่เดินพลาดตาสำคัญ ย้อนกลับไปในชาติภพก่อน นางเคยโง่งอมอบหัวใจและทรัพย์สินตระกูลหลินให้บุรุษสารเลวผู้นี้ จนต้องจบชีวิตลงด้วยกองเพลิงมอดไหม้และความอัปยศอดสู ทว่าสวรรค์เมตตาให้นางได้หวนคืนกลับมา พร้อมกับบัญชีแค้นที่ต้องชำระทีละหน้า การได้ยืนมองจ้าวหมิงดิ้นรนอยู่ในกำมือเช่นนี้ ช่างเป็นรสชาติที่หอมหวานเสียจริง "เจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ!" จ้าวหมิงกัดฟันกรอด พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิด "ต่อให้เจ้ามีบัญชีนี้อยู่ในมือ แต่มันก็เป็นแค่หลักฐานชั้นต่ำ! เบื้องหลังของข้า... เจ้าไม่มีวันเอื้อมถึงหรอก!" "อ้อ? เบื้องหลังที่ท่านมั่นใจนักหนา..." หลินเยว่ปรายตามองเขาด้วยความเวทนาครึ่งหนึ่ง สมเพชครึ่งหนึ่ง "คือขุนนางใหญ่ผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมคลัง ผู้กุมบังเหียนท้องพระคลังหลวง... ท่านผู้ตรวจการซ่ง... ซ่งอี้จื้อผู้นั้นใช่หรือไม่คะ?" ร่างของจ้าวหมิงแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม สีหน้าของเขาซีดเผือกไร้สีเลือด ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออก "ทะ... ไท... ไฉนเจ้าถึง..." "ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะใต้เท้าจ้าว" หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นไม้ดัง กุกกัก ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของเขา "ท่านคิดว่าการแอบลักลอบขนถ่ายอาวุธจากคลังหลวงไปขายให้ชนเผ่าทางเหนือ จะทำได้โดยพละกำลังของขุนนางขั้นเจ็ดอย่างท่านหรือ? ช่างเพ้อฝันเสียจริง จ้าวหมิงเอ๋ย... ท่านเป็นเพียง ‘เบี้ยตัวหนึ่ง’ ที่ถูกส่งมาตายแทน เพื่อปกป้องตระกูลซ่งต่างหากเล่า!" คำพูดของนางเสียดแทงเข้าไปในจิตใจของจ้าวหมิงราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด เขาจำนนต่อหลักฐานและคำพูดที่ตรงเผงจนไร้ทางแก้ตัว ความจริงที่ว่าเขาเป็นเพียงหมากตัวใช้แล้วทิ้ง ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายลงในพริบตา "เยว่เอ๋อ... ข้า... ข้าถูกบังคับนะ!" จ้าวหมิงเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว เขากลอกตาหาทางรอด คลานเข้าไปหมายจะคว้าชายกระโปรงของนาง น้ำตาจอมปลอมไหลพรั่งพรู "ข้าถูกซ่งอี้จื้อขู่ฆ่า หากข้าไม่ทำตาม มันจะสังหารครอบครัวของข้า! เจ้า... เจ้าช่วยอภัยให้ข้าสักครั้งเถอะนะ เราเคยรักกันไม่ใช่หรือ? เจ้าจำความสัมพันธ์ของเราไม่ได้แล้วหรือไร" คำว่า 'เคยรักกัน' หลุดออกมาจากปากของคนที่แทงข้างหลังนางอย่างไร้ความปรานี หลินเยว่รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "รักหรือคะ?" หลินเยว่ก้มลงมองเขา สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกน "ความรักของท่าน มีค่าเท่ากับเศษเงินที่ซ่งอี้จื้อโยนให้สินะคะ น่าเสียดาย... คำว่า 'อภัย' ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของหลินเยว่ผู้นี้หรอกค่ะ มีแต่คำว่า 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน' เท่านั้น!" นางสะบัดชายกระโปรงหลบสัมผัสอันน่ารังเกียจนั้นอย่างไม่ใยดี จ้าวหมิงล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น สติหลุดลอยด้วยความสิ้นหวัง ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องหนังสือ *แปะ... แปะ...* หลินเยว่ชะงัก ร่างกายตื่นตัวในสัญชาตญาณ นางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดทันที พร้อมกับซัดเข็มพิษในแขนเสื้อออกไปในพริบตา! *ฟิ้ว!* เข็มพิษเงินวาววับพุ่งแหวกอากาศตรงไปยังเป้าหมาย แต่กลับถูกนิ้วเรียวยาวคู่หนึ่งคีบเอาไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับการจับแมลงวันตัวหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ๋อร์ลอยมาแตะจมูก ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินก้าวออกมาจากเงาดึงดูดสายตา ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลัก แต่นัยน์ตากลับลึกล้ำดั่งเหวลึกที่ยากจะหยั่งถึง — เฉินอ๋อง (มู่หรงเฟย) เสด็จมาเยือนด้วยพระองค์เอง "ฝีมือของชายาข้า... ร้ายกาจขึ้นทุกวันจริงๆ" เฉินอ๋องแย้มพระสรุปบางเบา ดวงตาพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความพึงพอใจระคนเอ็นดู "เล่นงานเหยื่อจนมุมขนาดนี้แล้ว ยังมีแรงเหลือมาลอบสังเกตการณ์ข้าอีกหรือ" หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเก็บซ่อนความประหลาดใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "หม่อมฉันหาญกล้าเกินไปแล้วเพคะ... เพียงแต่ไม่คิดว่า สถานที่อับทึบเช่นนี้ จะมี 'ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์' แอบมาฟังความลับของชาวบ้านด้วย" "ข้าไม่ได้แอบฟัง..." เฉินอ๋องก้าวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของนาง "ข้าแค่มาคอย 'เก็บกวาด' หลักฐานให้เจ้า... เผื่อว่าสุนัขจนตรอกตัวนี้ จะเห่าหอนเสียงดังเกินไปจนรบกวนความสุขของเจ้า" จ้าวหมิงที่หมอบอยู่กับพื้น เมื่อได้ยินคำว่า 'เฉินอ๋อง' ดวงตาที่สิ้นหวังก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เขารู้จักชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมและเด็ดขาดของท่านอ๋องผู้มีอำนาจเหนือขุนนางครึ่งราชสำนักผู้นี้ดี การที่หลินเยว่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฉินอ๋อง หมายความว่า... แผนการของนางไม่ได้มีเพียงแค่การล้างแค้นตระกูลจ้าว แต่นางกำลังชักนำพายุลูกใหญ่เข้าถล่มราชสำนักต่างหาก! "วะ... วังหลวง... ท่านอ๋อง... ซ่งอี้จื้อมีกองกำลังลับ...!" จ้าวหมิงพยายามตะโกนด้วยความหวาดกลัว เพื่อแลกกับการไว้ชีวิต แต่เฉินอ๋องแม้แต่ชายตาก็ไม่แล เขาสบตากับหลินเยว่ นัยน์ตาทั้งคู่สื่อสารกันอย่างรู้ใจ "เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ หร่ะ... ยอดดวงใจของข้า" เฉินอ๋องกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูของนาง ขณะที่มือหนาเอื้อมไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางให้อย่างอ่อนโยน ท่าทีสนิทสนมนี้ทำให้จ้าวหมิงหน้าซีดจนเป็นลมล้มพับไป หลินเยว่ไม่ตอบคำถามในทันที นางหันไปมองร่างของจ้าวหมิงที่หมดสติ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งท้องฟ้ายามราตรีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น สงครามระหว่างนางกับตระกูลซ่ง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ ตามด้วยเสียงรายงานจากองครักษ์เงาที่ร้อนรน "ทูลท่านอ๋อง! ทูลคุณหนูหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ศพของเสนาบดีซ่ง... ถูกพบแขวนคอประจานอยู่หน้าประตูเมือง พร้อมกับจดหมายเลือดที่จ่าหน้าซองถึง... 'คุณหนูหลินเยว่' พ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของหลินเยว่หดแคบลงทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า... มีผู้เล่นคนที่สามกำลังเดินหมากตัดหน้าพวกนาง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ" มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%