"เจ้ากล้าดียังไงถึงมาเหยียบที่นี่, หลินเยว่!"
เสียงตวาดด้วยความตกใจปนหวาดระแวงดังขึ้นในความเงียบงันของห้องลับใต้เรือนรับรองริมทะเลสาบ กลิ่นอับชื้นของหินผาผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของกำยานราคาแพงลอยอวลอยู่ในอากาศ หลินเยว่ยืนอยู่นิ่งสนิท นางไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับทำให้ผู้มองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหิน เผยให้เห็นใบหน้าของจ้าวหมิงที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว อดีตคู่รักที่เคยพร่ำคำหวานซึ้งตรึงใจ บัดนี้เหลือเพียงชายไร้ค่าผู้จมอยู่กับความโลภและสัญชาตญาณเอาตัวรอด
"ทำไมข้าจะมาไม่ได้เล่า, พี่จ้าวหมิง..." หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังทักทายเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ "สถานที่อัปยศที่ท่านกับน้องหญิงเฟยเฟยใช้ลักลอบวางแผนทำลายตระกูลหลินของข้า... ข้าควรจะมาเยือนให้เร็วกว่านี้เสียด้วยซ้ำ"
จ้าวหมิงก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อแน่น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องราวกับกลัวว่าจะมีเงาของมัจจุราชโผล่อออกมาจากมุมมืด "เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เข้าใจ! หากเจ้าคิดจะมาสร้างเรื่องใส่ร้าย..."
"ใส่ร้ายหรือคะ?" หลินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟัง นางก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ เสียงรองเท้าผ้าปักกระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะราวกับเสียงเคาะโลงศพ "สมุดบัญชีรายชื่อสินบนที่ท่านรับมาจากขุนนางกังฉิน จดหมายลับที่ท่านเขียนด้วยลายมือตัวเองเพื่อขายข่าวทางเดินทัพ และ... ยาพิษชนิดเดียวกันกับที่ปลิดชีพท่านพ่อของข้า สิ่งเหล่านี้อยู่ในมือข้าทั้งหมดแล้ว ท่านยังกล้าปฏิเสธหน้าด้านๆ อีกหรือคะ"
ใบหน้าของจ้าวหมิงซีดเผือดลงทันที สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปจนหมดสิ้น เขารู้จักหลินเยว่ดี... สตรีผู้นี้ไม่เคยพูดจาเลื่อนลอย หากนางกล้าเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ แสดงว่าหลักฐานทั้งหมดคงไม่ได้อยู่แค่ในคำพูดเสียแล้ว
"เจ้าต้องการอะไร... หลินเยว่ เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร ถึงจะยอมปล่อยเรื่องนี้ไป?" จ้าวหมิงเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว สมcat ความเป็นบัณฑิตผู้สูงศักดิ์มลายหายสิ้น เหลือเพียงสุนัขจนตรอกที่พร้อมจะอ้อนวอนขอชีวิต
"ปล่อยไปหรือคะ?" หลินเยว่หยุดยืนตรงหน้าเขา ระยะห่างเพียงแค่คืบ แต่วังวนความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างระหงกลับทำให้จ้าวหมิงแทบVไม่กล้าหายใจ นางเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมหยกขาวที่เหน็บอยู่บนมวยผมขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ "ความตายของท่านพ่อ ข้าทรมานมานับพันวันในชาติภพก่อน ท่านคิดว่าชีวิตเน่าๆ ของท่านใบเดียว จะชดใช้หนี้เลือดนี้ได้หมดหรือคะ... หึ ช่างเป็นความคิดที่ตื้นเขินเสียจริง"
ทันใดนั้น ประตูห้องลับด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนของหลินเฟยเฟยที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก นางตั้งใจจะมาสมทบกับจ้าวหมิงเพื่อเร่งรัดแผนการขั้นสุดท้าย แต่กลับต้องชะงักงันเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
"พี่ใหญ่!?" หลินเฟยเฟยอุทานออกมาเสียงหลง ดวงตากลมโตฉายแววริษยาและเกลียดชังที่ปิดไม่มิด "ท่านมาทำอะไรที่นี่! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนอย่างท่านจะมีสิทธิ์ก้าวเข้ามา!"
หลินเยว่ค่อยๆ หันกลับไปมองน้องสาวต่างมารดาผู้สวมหน้ากากเสแสร้งมาตลอดชีวิต มุมปากยกยิ้มเยาะหยันที่เด่นชัดขึ้น "น้องหญิง... เจ้าดูร้อนรนเสียจริงนะ กลัวว่าความลับชั่วช้าที่พวกเจ้าสองคนร่วมมือกันทำจะถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลอย่างนั้นหรือคะ?"
"เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ข้าไม่รู้เรื่อง!" หลินเฟยเฟยกรีดเสียงแหลมสูง พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการเดินเข้าไปเขย่าแขนจ้าวหมิง "ท่านพี่จ้าว! อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนางนะ นางเสียสติไปแล้ว! นางกำลังหาทางทำลายชื่อเสียงของเรา!"
แต่จ้าวหมิงในตอนนี้ไม่มีแก่จิตใจจะมาปลอบโยนหญิงสาวข้างกายอีกต่อไป เขารู้ดีว่าหลินเยว่กุมคอหอยของพวกเขาไว้แน่นแค่ไหน
"พอได้แล้ว เฟยเฟย..." เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดบริเวณทางเดินลับด้านใน น้ำเสียงนั้นเยียบเย็น ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นผู้กุมชะตากรรมผู้อื่น
เงาร่างสูงโปร่งก้าวพ้นความมืดออกมา ใบหน้าคมคายงดงามราวนางฟ้าจำแลงแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันดั่งพญาเหยี่ยว เฉินอ๋อง (มู่หรงเฟย) ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ในมือของเขากำแผ่นป้ายคำสั่งลับของสำนักราชองครักษ์ไว้หลวมๆ
หลินเฟยเฟยหน้าถอดสีลงไปอีกขั้นเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เข่าของนางแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความลับระดับกบฏต่อแผ่นดินที่ถูกเปิดโปงต่อหน้าองค์ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาด หมายความว่าจุดจบของพวกนางได้มาถึง
"ถวายบังคมเฉินอ๋องเพคะ..." หลินเยว่เอ่ยทักทายด้วยท่าทีสงبเสงี่ยม แต่สายตากลับคมกริบราวกับจะเชือดเฉือนคนฟัง "หม่อมฉันพาพระองค์มาดูการแสดงงูพิษลอกคราบ หวังว่าพระองค์จะทรงสำราญพระเนตรไม่น้อยนะคะ"
เฉินอ๋องปรายตามองหลินเยว่แวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ "ชายาของข้าช่างสรรหาวิธีสร้างความบันเทิงได้ถูกใจข้าเสมอ..." เขาหันไปมองจ้าวหมิงและหลินเฟยเฟยที่ตัวสั่นเทิ้มดั่งลูกนกตกน้ำ "ในเมื่อพยานหลักฐานพร้อมหน้า และตัวการก็จนมุมแล้ว... เจ้าค่ะ หลินเยว่ เจ้าอยากจะเริ่มชำระบัญชีแค้นส่วนไหนก่อนดีล่ะ?"
จ้าวหมิงเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง คำว่า 'ชายา' ที่เฉินอ๋องเอ่ยออกมาเมื่อครู่ราวกับฟ้าผ่าลงกลางกระบาล เขารู้แล้วว่าตนเองไปแตะต้องสตรีที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจเข้าให้แล้ว ขณะที่หลินเฟยเฟยกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตกและพุ่งตัวเข้าหาหลินเยว่หมายจะปลิดชีพอีฝ่ายด้วยความแค้นขั้นสุด
"นังสารเลว ข้าจะฆ่าแก!"
หลินเยว่ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหลบ นางเพียงแค่ยืนมองคมมีดที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายมีดจะถึงตัว ท่อนแขนแข็งแกร่งของเฉินอ๋องก็คว้าข้อมือของหลินเฟยเฟยไว้แน่นจนกระดูกแทบแหลก พร้อมกับเสียงกระซิบที่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบ
"บังอาจนัก... รู้ไหมว่ามือข้างที่เจ้าถือมีดอยู่นั้น สมควรจะต้องแลกด้วยอะไร?"
บรรยากาศในห้องลับพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหน่ำมาจากด้านนอก พร้อมกับคบเพลิงที่สว่างวาบทั่วทางเดิน และเสียงตะโกนประกาศก้องจากราชองครักษ์หลวงที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ
"ราชองครักษ์หลวงมา2! ปิดล้อมเรือนรับรองทั้งหมดไว้! ห้ามผู้ใดเข้าออกเด็ดขาดตามราชโองการ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ" มา ณ ที่นี้นะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 47
การเผชิญหน้าครั้งใหญ่
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!