หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 37

การล้างสมอง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
“เจ้ายังกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้า... ทั้งที่ควรจะเป็นศพเน่าเปื่อยอยู่ในหลุมศพไร้ชื่อตั้งแต่ชาติก่อนงั้นหรือ?” เสียงของหลินเยว่ราบเรียบราวกับผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทว่าในดวงตาคู่สวยกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาตที่ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา นางไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ท่ามกลางความมืดมิดในห้องลับใต้ดิน ร่างของชายหนุ่มที่ควรจะตายไปแล้วภายใต้คมดาบของนางเมื่อหลายปีก่อน กำลังสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้า ชายคนนั้นคือ ‘จางเหว่ย’ คนทรยศที่เคยร่วมมือกับหลินเฟยเฟยทำลายตระกูลหลินของนางให้ย่อยยับ “ข้า... ข้าไม่ได้ตาย!” จางเหว่ยละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ “ข้าได้รับความเมตตาจากนายท่าน... ข้ายังมีชีวิตอยู่เพื่อรอคอยโอกาสที่จะส่งเจ้าไปลงนรก!” หลินเยว่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับกังวานไปทั่วห้องจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้เขา รองเท้าปักลายหงส์เหยียบย่ำลงบนพื้นหินชื้นแฉะราวกับกำลังเดินทอดน่องในสวนดอกไม้ “โอกาสงั้นหรือ?” นางโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูเขา กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางเปรียบดั่งยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง “เจ้าเชื่อจริงๆ หรือว่าการที่เจ้ายังมีลมหายใจอยู่จนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเจ้าโชคดี? จางเหว่ย... คนอย่างเจ้า หากไม่มีใครชักใยให้เล่นเป็นหมากตัวสำคัญ จะมีค่าอะไรให้เก็บไว้จนถึงวันนี้?” “เจ้าหมายความว่าอย่างไร...” “เจ้าคิดว่าเฉินอ๋องไม่รู้เรื่องที่เจ้าแอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาตลอดหกเดือนงั้นหรือ?” หลินเยว่ถอยห่างออกมา มองเขาด้วยสายตาสมเพชเหมือนมองมดปลวก “เจ้าไม่ใช่สายลับชั้นยอด แต่เจ้าเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ที่ถูกปล่อยให้มีชีวิตอยู่เพื่อล่อให้หนูตัวใหญ่กว่าออกมาต่างหาก และบัดนี้... เมื่อหนูตัวนั้นกำลังจะติดกับ เจ้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว” ความมั่นใจในดวงตาของจางเหว่ยเริ่มร้าวราน เขาพยายามตั้งสติ แต่คำพูดของหลินเยว่กลับแทรกซึมเข้าไปในหัวสมองราวกับลิ่มเหล็กที่ตอกย้ำความหวาดระแวง นางไม่ได้พึ่งพาพละกำลัง แต่นางกำลังใช้ ‘จิตวิทยา’ เล่นงานจุดที่เปราะบางที่สุดในใจเขานั่นคือความกลัวต่ออำนาจของคนที่เหนือกว่า “โกหก! ท่านอ๋องไม่ได้สนคนอย่างข้า!” เขาคำราม แต่เสียงนั้นกลับเบาหวิว “ท่านอ๋องมู่หรงเฟยเคยเมตตาใครโดยไม่หวังผลตอบแทนงั้นหรือ?” หลินเยว่เลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน “เจ้าลองถามตัวเองดูเถิด ทุกครั้งที่เจ้าได้รับคำสั่ง... เจ้าเคยได้พบหน้า ‘นายท่าน’ ของเจ้าจริงๆ หรือไม่? หรือว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าได้รับเพียงจดหมายที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ และเสียงสั่งการผ่านม่านโปร่งแสงที่ไม่เคยเผยให้เห็นใบหน้า?” จางเหว่ยชะงักไป คำพูดของนางสะกิดใจสิ่งที่เขาพยายามมองข้ามมาตลอด จดหมายนับสิบฉบับที่เขาได้รับ... คนสั่งการที่ลึกลับผู้นั้น... ความเย็นชาที่เหมือนจะหวังดีแต่แท้จริงคือการผลักเขาไปสู่ความตาย “เจ้ากำลังถูกใช้ให้เป็นแพะรับบาป จางเหว่ย” นางย้ำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับมีดผ่าตัด “เมื่อแผนการของหลินเฟยเฟยพังพินาศลง ใครจะเป็นคนแรกที่ถูกกำจัดเพื่อปิดปาก? เจ้า... คือเบี้ยตัวเดียวที่ไม่มีใครอาลัย” จางเหว่ยเริ่มหอบหายใจถี่ สายตาของเขาเลื่อนลอยไปมา ความเชื่อมั่นที่เคยมีต่อเจ้านายถูกกัดกินด้วยพิษร้ายแห่งความระแวงที่หลินเยว่บรรจงปลูกฝังลงไป นี่ไม่ใช่การทรมานร่างกาย แต่นี่คือการพังทลายตัวตนของศัตรูจากภายใน “ข้า... ข้าควรทำอย่างไร...” เขาพึมพำอย่างคนเสียสติ “จงเลือกว่าจะเป็นคนตายที่ถูกลืม หรือจะเป็นคนเป็นที่มีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้นคนที่ส่งเจ้ามาตาย” หลินเยว่วางมือลงบนบ่าเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสของนางเย็นเฉียบจนเขาต้องสะดุ้ง “จงนำความลับทั้งหมดของหลินเฟยเฟยมาวางตรงหน้าข้า แล้วข้าจะมอบทางรอดที่เจ้าไม่เคยคาดฝันให้” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ หลินเยว่หุบยิ้มทันที นางเหลือบมองไปทางประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจดาบเปลือย ประตูกระแทกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของเฉินอ๋องที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในมือของเขากลับมีกล่องไม้เล็กๆ กล่องหนึ่งที่ส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ “ดูเหมือนว่าหนูตัวที่เจ้าว่า... จะรู้ตัวเร็วกว่าที่คิดนะหลินเยว่” เฉินอ๋องเอ่ยเสียงต่ำพลางวางกล่องไม้นั้นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะเปิดมันออก เผยให้เห็นนิ้วมือที่สวมแหวนหยกประจำตระกูลของหลินเฟยเฟยที่เพิ่งถูกตัดออกมาสดๆ “นางส่งคนมาเพื่อเก็บกวาดเจ้า... ก่อนที่ข้าจะเดินมาถึงเสียอีก” หลินเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อย แผนการของนางไม่ได้มีเพียงเท่านี้... ความแค้นที่นางเตรียมไว้ถูกเร่งเร้าด้วยบุคคลที่สามที่นางยังอ่านไม่ขาด และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบของใครบางคนจากเงามืดด้านหลังของเฉินอ๋องก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีที่นางเกลียดชังที่สุด “พี่หญิง... ท่านกำลังเล่นสนุกกับหมากของข้าอยู่หรือ?” หลินเฟยเฟยเดินออกมาจากเงามืด ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ดวงตากลับว่างเปล่าราวกับคนตาย “น่าเสียดายที่ท่านลืมไปว่า... ในกระดานหมากนี้ ข้าไม่ใช่คนเดินหมาก แต่ข้าคือผู้เล่นที่ถือมีดพร้อมจะกรีดหัวใจท่านทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้!” หลินเยว่ไม่ได้ถอยหนี นางเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะปะทุเป็นสงครามในวินาทีถัดไป... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นไปกับหงส์เพลิงผู้นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%