“หากท่านจ้าวหมิงยังไม่รีบตัดสินใจ เกรงว่าหลักฐานชิ้นนี้คงต้องไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทรงงานของฝ่าบาทแทนที่จะเป็นมือท่าน”
น้ำเสียงของหลินเยว่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้า นางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม จิบชาเออร์เกรย์กลิ่นจางๆ อย่างใจเย็น ดวงตาหงส์คู่นั้นจ้องมองบุรุษที่ครั้งหนึ่งนางเคยเรียกว่า 'คนรัก' ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับมองดูเศษธุลี
จ้าวหมิงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “เจ้าต้องการอะไรกันแน่ หลินเยว่? เจ้าเอาเรื่อง ‘ของลับ’ ของตระกูลแม่เลี้ยงของเจ้ามาโยนใส่มือข้าเพื่ออะไร? เจ้าก็รู้ว่าหากตระกูลหลินกับตระกูลจ้าวต้องแตกหักกัน ผลประโยชน์ของเจ้าเองก็จะพินาศไปด้วย”
“ผลประโยชน์ของข้า?” หลินเยว่แค่นยิ้มที่มุมปาก นางวางถ้วยชาลงเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องในโสตประสาทของคนในห้อง “ท่านเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะท่านจ้าว สำหรับข้า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ผลประโยชน์ แต่คือการเห็นคนที่เคยเหยียบย่ำข้า... ต้องชดใช้ด้วยความฉิบหายที่พวกมันเคยก่อไว้”
นางขยับกายเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวชวนให้หลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็น่าสะพรึงกลัวดั่งยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง “แม่เลี้ยงของข้า... นางแอบยักยอกเงินกองคลังของตระกูลจ้าวที่ฝากไว้กับร้านแลกเงินของนางมานานนับปี หากท่านนำหลักฐานบัญชีปลอมฉบับนี้ไปแสดงต่อผู้อาวุโสจ้าว ท่านคิดว่าพวกเขาจะทำอย่างไร? จะก้มหัวขอโทษนาง หรือจะลากคอนางไปประหารฐานฉ้อโกงกันเล่า?”
จ้าวหมิงชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เขาอ่านบัญชีรายรับรายจ่ายในมือสลับกับใบหน้าที่งดงามดั่งภาพวาดของสตรีตรงหน้า เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความเงียบสงบของหลินเยว่ จะซ่อนแผนการที่ทำลายล้างได้ถึงเพียงนี้
“เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร... เจ้ายังมีความรู้สึกให้ข้าอยู่บ้างใช่หรือไม่?”
“ความรู้สึก?” หลินเยว่หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง “ความรู้สึกของข้าตายไปตั้งแต่วันที่ท่านหันหลังให้ข้าไปเลือกหลินเฟยเฟยเพียงเพราะอำนาจของตระกูลนางแล้วค่ะจ้าวหมิง สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงบัญชีแค้นที่ยังชำระไม่จบสิ้น”
นางลุกขึ้นยืน ก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดที่ริมหน้าต่าง “ไปเถอะค่ะ ไปบอกบิดาของท่านว่าแม่เลี้ยงของข้าคือตัวการที่ทำให้ตระกูลจ้าวขาดทุนย่อยยับ เชื่อข้าเถอะว่า... ความโกรธแค้นของตระกูลจ้าวที่มีต่อสตรีที่พยายามโกงกินพวกเขา มันจะรุนแรงกว่าพายุที่โหมกระหน่ำเสียอีก”
เมื่อจ้าวหมิงคล้อยหลังออกไป เฉินอ๋องที่เฝ้ามองจากมุมมืดของห้องพักจึงก้าวออกมา ร่างสูงใหญ่ในชุดสีนิลดูโดดเด่นและทรงอำนาจ เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก “ยืมมือของชายที่เจ้าเคยรักไปฆ่าแม่เลี้ยงของเจ้า... ช่างเป็นแผนการที่ใจคออำมหิตนักนะหลินเยว่”
“อำมหิตหรือคะ?” หลินเยว่หันมาสบตาเขา แววตานิ่งสนิท “หากท่านถูกบีบให้ตายอย่างอนาถในชาติก่อน ท่านจะเข้าใจว่าคำว่า ‘อำมหิต’ ก็แค่คำเปรียบเปรยที่คนขี้ขลาดใช้เรียกคนที่กล้าเอาคืนเท่านั้นเอง”
เฉินอ๋องเดินเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของนางชิดกับหน้าต่าง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะที่ซอกคอ “แล้วหลังจากนี้เล่า? เมื่อสองตระกูลกัดกันจนพินาศ เจ้าวางแผนจะทำอย่างไรต่อไป”
“ข้าจะให้พวกเขาทำลายกันเองจนถึงที่สุดเจ้าค่ะ” หลินเยว่กระซิบ สายตามองไปยังรถม้าที่แล่นออกไปจากจวน “และในตอนที่พวกเขาอ่อนแอที่สุด... นั่นแหละคือเวลาที่ข้าจะทวงคืนทุกอย่างที่เคยเป็นของข้า”
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังห้องลับ เสียงกระแทกประตูเปิดออกอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับร่างของ ‘หลินเฟยเฟย’ ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ในมือของนางไม่ได้ถือพัดที่เคยถือเป็นประจำ แต่เป็นกริชเล่มงามที่สั่นเทาอยู่ในกำมือ
“พี่หญิง... ท่านคิดว่าท่านวางแผนได้แนบเนียนนักหรือ?” หลินเฟยเฟยแค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมสูง “ข้าไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าท่านกำลังทำอะไร จ้าวหมิงอาจจะตกหลุมพรางท่าน แต่ข้าไม่มีวัน!”
หลินเยว่หันกลับมาเผชิญหน้า น้องสาวต่างสายเลือดที่เคยแย่งชิงทุกอย่างไปจากนาง บัดนี้ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ก่อเกิดเป็นประกายไฟแห่งความอาฆาตที่ไม่มีใครยอมใคร
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรหรือเฟยเฟย?” หลินเยว่ถามเบาๆ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้เห็นรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก “จะสังหารข้าตอนนี้เลยหรือไม่? หรือจะยอมรับความจริงว่า... ความตายของเจ้ามันถูกขีดเขียนไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว”
ยังไม่ทันที่หลินเฟยเฟยจะทันได้ขยับตัว เสียงดาบนับสิบเล่มก็ถูกชักออกจากฝักจากเหล่าองครักษ์เงาของเฉินอ๋องที่โผล่ออกมาจากเพดานและพื้นห้อง ทว่าในวินาทีนั้นเอง กลิ่นควันไฟประหลาดก็โชยขึ้นมาจากภายนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกึกก้องที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงัก!
“ไฟไหม้! เรือนใหญ่ของตระกูลจ้าวถูกวางเพลิงแล้ว!”
หลินเยว่ขมวดคิ้ว แผนของนางยังไม่เริ่ม! ใครกันที่กล้าตัดหน้าลงมือในยามนี้? และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือภาพเงาร่างของคนที่ยืนอยู่บนหลังคาจวนฝั่งตรงข้าม... เขาคือคนที่หลินเยว่คิดว่าตายไปแล้วในอดีตชาติ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางแห่งการแก้แค้นของหงส์เพลิงผู้หวนคืนมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 38
ยืมมือผู้อื่นฆ่าคน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!