หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 10

กระชากหน้ากากผู้ดี

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"น้องหญิง... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเข็มกลัดหยกชิ้นนี้ คือของขวัญที่เจ้าตั้งใจจะมอบให้พระพันปีในงานเลี้ยงฉลองวันนี้จริงๆ?" เสียงหวานใสของหลินเยว่ดังก้องไปทั่วโถงรับรอง กวาดเรียบไปถึงหูของเหล่าบรรดาคุณหนูและฮูหยินชั้นสูงที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันอยู่โดยรอบ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพลันเงียบกริบราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา หลินเฟยเฟยชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานราวกับดอกบัวขาวสั่นไหวเล็กน้อย นางหันกลับมามองพี่สาวด้วยแววตาที่พยายามซ่อนความระแวงไว้มิดชิด "ท่านพี่... เหตุใดจึงถามเช่นนั้นเล่าเพคะ? เข็มกลัดนี้เป็นของล้ำค่าที่ท่านพ่ออุตส่าห์เฟ้นหามาให้ข้า เป็นความตั้งใจที่ข้าอยากจะถวายพระพรพระพันปีด้วยความกตัญญู" หลินเยว่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนคนมองรู้สึกเสียวสันหลัง นางค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของนางสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้ง "กตัญญูหรือ?" หลินเยว่ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่น "แล้วเหตุใด เข็มกลัดหยกที่ดู 'ล้ำค่า' ของเจ้า ถึงมีรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานทองคำเล่า? หรือเจ้าตั้งใจจะนำของอัปมงคลไปมอบให้เบื้องบน เพื่อหวังผลให้ตระกูลหลินของเราต้องโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกันแน่?" คำพูดของหลินเยว่เปรียบเสมือนหินก้อนใหญ่ที่โยนลงในบ่อน้ำนิ่งสนิท แรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วห้อง เสียงซุบซิบเริ่มดังระงม หลินเฟยเฟยหน้าถอดสี มือที่ถือกล่องกำมะหยี่สั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม "ท่านพี่! อย่าใส่ร้ายข้าเพียงเพราะเจ้าอิจฉาที่ข้าได้รับความเอ็นดูจากท่านพ่อมากกว่า!" หลินเฟยเฟยโต้กลับ เสียงเริ่มสั่นเครือ เรียกคะแนนสงสารจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี นางเริ่มบีบน้ำตาอย่างชำนาญ "อิจฉา?" หลินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ใบหน้าฉาบฉวยของน้องสาวอย่างไม่กะพริบ "ข้าจะอิจฉาเจ้าไปทำไม ในเมื่อสิ่งที่เจ้าถืออยู่นั้น... มันคือของที่เจ้าแอบขโมยมาจากห้องเก็บสมบัติเก่าของท่านแม่ที่เสียไปแล้วต่างหาก" สิ้นประโยค ความเงียบงันที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง จ้าวหมิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาแทรกกลาง เขาทำทีเป็นปกป้องหลินเฟยเฟยพลางปรายตามองหลินเยว่อย่างเหยียดหยาม "หลินเยว่! เจ้าทำเกินไปแล้ว งานมงคลเช่นนี้เจ้ากลับมาสร้างเรื่องป้ายสีน้องสาวตัวเอง เจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้างหรือไม่!" หลินเยว่หันไปเผชิญหน้ากับชายที่เคยเป็นคนรักอย่างไม่สะทกสะท้าน นางมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับมองเศษฝุ่นผง "จิตสำนึกหรือท่านจ้าวหมิง? คำนี้ดูจะห่างไกลจากคนที่คอยส่งข่าวลับให้ศัตรูเพื่อแลกกับตำแหน่งขุนนางขั้นต้นอย่างท่านเหลือเกินนะ" จ้าวหมิงชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เขาไม่คิดว่านางจะรู้เรื่องนี้! "เจ้าพูดอะไรของเจ้า... ข้าไม่เข้าใจ!" จ้าวหมิงแค่นเสียงตอบ แต่เหงื่อกาฬกลับเริ่มผุดพรายตามไรผม "ไม่เข้าใจงั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นลองดูนี่หน่อยเป็นอย่างไร" หลินเยว่ชูจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นในมือ มันคือหลักฐานการโอนเงินและข้อความลับที่นางไปขุดคุ้ยมาจากแหล่งข่าวของเฉินอ๋อง "ข้าเพียงแค่สงสัยว่า หากข้อความนี้ไปถึงหูของเสนาบดีกรมอาญา ท่านคิดว่าอนาคตที่รุ่งโรจน์ของท่าน... จะยังคงอยู่หรือไม่?" หลินเฟยเฟยเริ่มตื่นตระหนก นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนเกือบจะชนกับโต๊ะเครื่องดื่ม เสียงเพล้งดังสนั่นเมื่อแก้วไวน์หล่นลงพื้นแตกกระจาย ทุกสายตาจ้องมองมาที่นางราวกับเป็นตัวประหลาด ยิ่งเข็มกลัดในมือของนางถูกคนรับใช้คนหนึ่งหยิบไปตรวจดูตามคำสั่งของผู้คุมงาน ความจริงก็ถูกเปิดเผย—รอยร้าวที่ฐานทองคำนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก แต่เป็นร่องรอยของการพยายามซ่อมแซมอย่างเร่งรีบและไร้ฝีมือ "พี่หญิง... ข้า... ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่ามันร้าว..." หลินเฟยเฟยละล่ำละลัก เสียงของนางดูเล็กจ้อยลงถนัดตา หลินเยว่ขยับเข้าใกล้หลินเฟยเฟยอีกนิด นางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "เจ้าคิดว่าหมากกระดานนี้เจ้าเป็นผู้เดินหรือหลินเฟยเฟย? เจ้าพลาดตั้งแต่ก้าวแรกที่คิดจะใช้ของปลอมมาตบตาข้าแล้วล่ะ... และที่น่าขำกว่านั้นคือ คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้ให้ข้า ก็คือคนใกล้ตัวที่เจ้าไว้ใจที่สุดอย่างไรเล่า" จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเข้าโถง ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทปักดิ้นเงินเดินเข้ามา ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้ผู้คนต้องหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ เฉินอ๋องหยุดยืนข้างกายหลินเยว่ เขาปรายตามองจ้าวหมิงด้วยสายตาที่เปรียบดั่งการพิพากษาโทษประหาร "ดูเหมือนว่างานเลี้ยงวันนี้จะสนุกกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากนะ" มู่หรงเฟยเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง แต่ดวงตานั้นกลับเรียบเฉยจนน่ากลัว "หลินเยว่... สตรีที่ข้าเลือกสรรไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ แต่เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า 'หมาก' ตัวที่เหลือจะยอมจบลงง่ายๆ เพียงเท่านี้?" ทันใดนั้นเอง ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังของงาน พร้อมกับประกาศด้วยเสียงอันดัง "พระราชโองการด่วน! ให้ควบคุมตัวบุตรสาวตระกูลหลินเข้าสอบสวนในข้อหาติดสินบนขุนนางและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ!" ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น หลินเยว่เพียงแต่ยืนกอดอก มองดูความพินาศของหลินเฟยเฟยและจ้าวหมิงที่กำลังถูกทหารลากตัวไป ทว่าในจังหวะที่นางหันไปหาเฉินอ๋อง เขากลับกระซิบประโยคที่ทำให้นางถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่ "เจ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่จงระวังให้ดี... เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พวกเด็กเมื่อวานซืนพวกนี้หรอกนะ" ขณะที่หลินเยว่กำลังจะเอ่ยถาม มหาดเล็กคนสนิทของฮ่องเต้ก็เดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง พร้อมกับซองจดหมายที่ประทับตราลับที่ทำให้นางต้องหน้าซีดเผือก เพราะมันคือตราประจำตัวของ... 'มารดาผู้ล่วงลับ' ของนางเอง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับการชำระแค้นครั้งนี้กับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%