"เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะขุดรากถอนโคนตระกูลหลินด้วยมือของคนตาย!"
เสียงตวาดกร้าวของหลินเยว่ดังสะท้อนก้องทั่วโถงรับรอง กลิ่นอายกดดันมหาศาลไม่ได้มาจากพลังปราณ แต่มาจากแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีของนาง นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่น ผู้ที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้และนัยน์ตาที่ขุ่นมัวทว่าแฝงไปด้วยประกายอำมหิต
ผู้อาวุโสสูงสุด... ผู้ที่ควรจะดับสูญไปในกองเพลิงแห่งประวัติศาสตร์เมื่อสิบปีก่อน บัดนี้เขากลับมานั่งอยู่ตรงหน้า ราวกับภูตผีที่คลานขึ้นมาจากขุมนรกเพื่อรอดูความพินาศของนาง
"คนตาย?" ชายชราหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าคล้ายกระดาษทรายถูไถกัน "ในโลกนี้ไม่มีใครตายจริงหรอกหลินเยว่ มีแต่คนโง่ที่ยอมตายเพื่อรักษาเกียรติจอมปลอม... ส่วนข้า เลือกที่จะอยู่เพื่อจัดการกับหนอนแมลงที่ทำลายวงศ์ตระกูลอย่างเจ้า"
หลินเยว่ไม่สะทกสะท้าน นางขยับกายเล็กน้อย นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างใจเย็น ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเบาๆ กิริยาที่ดูผ่อนคลายเกินเหตุของนางทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ
"หนอนแมลงหรือคะ?" นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "ถ้าข้าเป็นหนอนแมลง ท่านก็คงเป็นเชื้อราที่เกาะกินตระกูลหลินจนผุพังมานานนับสิบปี ท่านใช้แผน 'คนตาย' หลอกตบตาคนทั้งแผ่นดินเพื่อกุมอำนาจเงา... น่าเสียดายที่ท่านประเมินข้าต่ำไปหน่อย"
"หลินเฟยเฟย! เจ้าจะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม!" ชายชราตวาดลั่น
หลินเฟยเฟยที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเดินออกมา สีหน้าของนางบัดนี้ไม่ได้อ่อนหวานไร้เดียงสาเหมือนเช่นเคย แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและสะใจ ราวกับรอคอยวินาทีนี้มานานแสนนาน มือเรียวบางกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"พี่หญิง..." เสียงของหลินเฟยเฟยสั่นเครือทว่าแฝงความร้ายกาจ "ท่านรู้อะไรไหม? ข้าเบื่อเต็มทีที่ต้องเล่นละครเป็นน้องสาวแสนดีของท่าน ข้าเกลียดสายตาที่ท่านมองข้าเหมือนเห็นตัวตลก ข้าเกลียดท่าทางเย่อหยิ่งนั่น... วันนี้ ท่านจะไม่มีโอกาสได้เชิดหน้าไปไหนอีกแล้ว เพราะผู้อาวุโสสูงสุดได้อนุมัติให้ข้า 'เด็ดหัว' ท่านทิ้งเสียตอนนี้!"
แทนที่จะหวาดกลัว หลินเยว่กลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูใสซื่อแต่กลับแฝงด้วยความอำมหิตจนคนฟังต้องขนลุกชัน นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่นุ่มนวล แต่เสียงกระทบของถ้วยกระเบื้องกลับก้องกังวานดุจเสียงพิพากษา
"เด็ดหัวข้า? เจ้าแน่ใจหรือหลินเฟยเฟยว่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือคือดาบ... ไม่ใช่เชือกที่กำลังรัดคอตัวเองอยู่?"
หลินเยว่ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินช้าๆ ไปรอบห้อง สายตาของนางจ้องมองไปที่ช่องโหว่บนฝ้าเพดานและเงาที่ไหววับอยู่นอกหน้าต่าง "พวกท่านเปลี่ยนแผนจากลอบกัดมาโจมตีทางตรงสินะ คงเพราะจ้าวหมิงที่ท่านส่งไปป่วนในวังเริ่มจะเอาตัวไม่รอดแล้วใช่ไหมล่ะ? ความอดทนมันสั้น... เลยต้องรีบจบเรื่องก่อนที่ข้าจะแฉความลับที่ท่านซ่อนไว้ในสุสานบรรพชน"
"หุบปาก!" ผู้อาวุโสสูงสุดลุกพรวดขึ้น พลังกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนข้าวของในห้องสั่นสะเทือน "ข้าไม่ต้องฟังเหตุผลของคนใกล้ตาย!"
เขากระชากกระบี่เล่มยาวออกจากฝัก แสงสีเงินวับวาวสะท้อนกับใบหน้าของหลินเยว่ นางไม่ได้ชักกระบี่ แต่นางกลับหยิบ 'ตราประจำตระกูล' ที่ดูเหมือนของจริงแต่มีรอยสลักที่แปลกประหลาดขึ้นมาถือไว้กลางอากาศ
"ท่านคิดว่าท่านคุมตระกูลหลินได้งั้นหรือ?" หลินเยว่เอ่ยเบาๆ "ลองมองดูตรานี้ให้ดีสิคะ... รอยสลักนี้คือคำสั่งลับที่ท่านเองก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง หากท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หน่วยองครักษ์เงาที่ท่านพร่ำสอนมากับมือ จะหันดาบกลับมาหาท่านแทน"
ผู้อาวุโสสูงสุดชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัดและสับสน หลินเฟยเฟยหน้าถอดสี "นั่น... นั่นท่านไปเอามาจากไหน! ตรานั่นควรจะหายไปแล้ว!"
"ไม่มีอะไรหายไปจากข้า... โดยเฉพาะสิ่งที่เคยเป็นของข้าแต่เดิม"
หลินเยว่ก้าวเข้าไปหาหลินเฟยเฟยที่ถอยกรูดไปชนผนัง นางใช้เพียงปลายนิ้วเชยคางน้องสาวจอมปลอมขึ้นมา สายตาสบกันด้วยความเย็นชาที่ทำให้อีกฝ่ายแทบหยุดหายใจ "ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะเฟยเฟย แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นหมากให้คนแก่ใกล้ตายใช้ทำลายพี่สาวตัวเอง... งั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายเลย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากภายนอก กองทัพองครักษ์ชุดดำนับสิบคนพุ่งทะยานเข้ามาในโถง แต่แทนที่จะตรงเข้าหาหลินเยว่ พวกเขากลับคุกเข่าลงต่อหน้านางพร้อมกัน ส่งเสียงคำรามกึกก้องที่ทำให้พื้นดินสะเทือน
"รับคำสั่งนายหญิง... จัดการกบฏ!"
ผู้อาวุโสสูงสุดเบิกตากว้าง แผนการที่เขาเตรียมมานับปีกลับพังทลายลงในพริบตา เขารู้สึกถึงคมดาบที่พาดอยู่ที่ลำคอจากด้านหลังโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
หลินเยว่หันหลังกลับช้าๆ มุมปากยกขึ้นเป็นยิ้มที่สวยงามแต่แฝงไว้ด้วยหนามแหลมคม นางหันไปมองเงามืดที่หน้าต่าง ซึ่งเงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่หลินเยว่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"เฉินอ๋อง... ท่านมาสายไปนิดนะคะ" หลินเยว่เอ่ยทักชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทที่แววตาคมกริบดุจเหยี่ยว
เฉินอ๋องเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าไม่ได้มาช้า... ข้าแค่รอดูว่าเจ้าจะเชือดไก่ให้ลิงดูได้งดงามแค่ไหน และดูเหมือนว่า... สิ่งที่เจ้าปิดซ่อนไว้ใต้พรม อาจจะน่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะเลย"
เขาหันไปมองผู้อาวุโสสูงสุดที่บัดนี้ไร้ทางสู้ ก่อนจะชี้ปลายกระบี่ไปที่จดหมายลับที่หล่นลงจากอกเสื้อของชายชรา
"เจ้าคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงแค่ที่นี่หรือ?" เฉินอ๋องถามพลางมองจดหมายนั้น "ในนี้มีตราประทับของ 'คนผู้นั้น' อยู่... หลินเยว่ ถ้าเจ้าเปิดมันอ่าน ตอนนี้ชีวิตของเจ้าจะไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป"
หลินเยว่เอื้อมมือไปคว้าจดหมายฉบับนั้นมาไว้ในมือ มือของนางสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่ปะทุขึ้นในอกเมื่อเห็นลายเซ็นที่นางจำได้ดีที่สุด
นางค่อยๆ คลี่จดหมายออก สายตากวาดมองข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่เขียนด้วยเลือด... ก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่า 'ศัตรูที่แท้จริง' ไม่ใช่คนในตระกูลหลิน แต่เป็นคนใกล้ตัวที่นางไว้ใจที่สุดมาโดยตลอด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยการเปิดโปงครั้งสำคัญนี้นะคะ!
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 21
อุปสรรคใหม่
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!