หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 22

สงครามกลางเมืองในจวน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"ถ้าท่านแม่มั่นใจว่าของในหีบนั้นสำคัญต่อตระกูลหลินนัก ก็เชิญเปิดมันต่อหน้าทุกคนเลยสิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าหากเปิดออกมาแล้วไม่พบสิ่งที่ท่านแอบอ้าง ความผิดฐานใส่ร้ายบุตรสาวในไส้และสร้างความวุ่นวายในจวน จะหนักหนาสาหัสกว่าที่ท่านคิดไว้มากทีเดียว" น้ำเสียงของข้าเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศในโถงใหญ่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของข้าจับจ้องไปยัง 'ฮูหยินใหญ่' หรือแม่เลี้ยงที่ข้าเคยโง่เขลาเชื่อใจ นางกำลังยืนตัวสั่นเทา มือที่กุมหีบไม้จันทน์ไว้แน่นนั้นซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือด รอบข้างเต็มไปด้วยบ่าวไพร่และเหล่าญาติที่ถูกปลุกให้มาดู 'ความอัปยศ' ที่นางกุเรื่องขึ้นว่าข้าลักขโมยตราประทับประจำตระกูลเพื่อขายให้คนนอก ทว่าในนาทีนี้ ข้าไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย ในสมองของข้ามีเพียงข้อความจากจดหมายฉบับนั้นที่ยังวนเวียนอยู่—*คนใกล้ตัวที่ไว้ใจที่สุด*... ความอบอุ่นจอมปลอมที่นางมอบให้ตลอดหลายปีมานี้ บัดนี้มันไม่ต่างอะไรกับยาพิษที่เคลือบน้ำตาล "หลินเยว่! เจ้ามันลูกอกตัญญู! เจ้ากล้าท้าทายข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ทั้งที่หลักฐานทนโท่อยู่ตรงหน้า!" นางแผดเสียงขึ้น ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบัดนี้บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ นางกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะเปลี่ยนแผนเมื่อเห็นว่าเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลเริ่มลังเล "ทุกคนดูสิ! นางคงเอาตราประทับไปซ่อนไว้ที่อื่นแล้วถึงได้ใจกล้าขนาดนี้!" ข้าเดินเข้าไปหานางช้าๆ ก้าวของข้าหนักแน่นและมั่นคง ทุกย่างก้าวเหมือนการนับถอยหลังสู่จุดจบของนาง ข้าหยุดลงตรงหน้าแม่เลี้ยง กลิ่นหอมจางๆ จากอาภรณ์ของนางที่ข้าเคยคุ้นเคย วันนี้มันกลับชวนให้คลื่นเหียน "ท่านแม่คะ... จดหมายที่เขียนด้วยเลือดใบนั้น ท่านจำได้หรือไม่?" ข้ากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดไปที่ใบหูของนาง เห็นได้ชัดว่าร่างนั้นกระตุกวาบ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนเกือบจะสะดุดพรม ทว่ายังพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง "เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง!" "ไม่รู้เรื่องงั้นหรือคะ?" ข้าแค่นยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างเย็นชา "ในเมื่อท่านไม่อยากเปิดหีบใบนั้น ข้าจะเปิดให้ท่านเอง!" ข้าคว้าหีบไม้จากมือของนางอย่างรวดเร็ว นางพยายามยื้อยุดจนเครื่องประดับผมหลุดลุ่ย ทว่าแรงของข้าในเวลานี้ไม่ได้น้อยเหมือนชาติก่อนที่อ่อนแอและโง่เขลา ข้ากระชากหีบออกมาแล้วโยนมันลงบนพื้นไม้จนฝาหีบกระแทกและเผยสิ่งที่อยู่ภายใน สิ่งที่อยู่ในหีบไม่ใช่ตราประทับตระกูลหลิน... แต่มันคือป้ายชื่อไม้ที่สลักชื่อของ 'มารดาแท้ๆ' ของข้าที่ตายไปนานแล้ว และใต้ป้ายนั้นคือเส้นผมสีขาวและยันต์อาคมสีเลือดที่ถูกวางซ้อนกันไว้เป็นพิธีกรรมสาปแช่ง เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วโถง เหล่าญาติผู้ใหญ่ต่างขยับถอยห่างด้วยความรังเกียจ การกระทำเช่นนี้ในจวนตระกูลหลินถือเป็นเรื่องอัปยศที่สุด การสาปแช่งวิญญาณบรรพบุรุษและมารดาของเจ้าของจวนเป็นความผิดที่ไม่มีข้อแก้ตัว "นี่มันอะไรกัน! ฮูหยิน! เจ้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!" ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลตะโกนก้องด้วยความโกรธจัด หลินเฟยเฟยที่แอบซุ่มดูอยู่หลังเสาถึงกับหน้าถอดสี นางรีบก้าวออกมาพยายามจะฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ใหม่ "ท่านแม่! ท่านทำอะไรลงไปคะ! ท่านทำแบบนี้เพราะรักท่านพี่มากจนกังวลเรื่องการสืบทอดงั้นหรือ?" หึ... นางยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์คนดีและโบ้ยความผิดให้แม่เลี้ยงในคราบ 'ความหวังดี' สินะ ข้าหันไปสบตาน้องสาวจอมปลอมคนนั้นด้วยสายตาที่ทำให้หลินเฟยเฟยถึงกับชะงัก "เฟยเฟย... เจ้าเองก็รู้เห็นเรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม?" ข้าถามเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง ราวกับจะบีบให้ความลับของนางปริแตกออกมา "หรือว่าคนเขียนจดหมายด้วยเลือดนั่น... แท้จริงแล้วคือคนที่อยู่ข้างกายข้ามาโดยตลอด?" จังหวะนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายอำนาจที่กดขี่จนทุกคนในห้องต้องก้มศีรษะลงโดยอัตโนมัติ เฉินอ๋อง—มู่หรงเฟย ปรากฏตัวขึ้นในชุดสีดำสนิท แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองใครนอกจากข้า "ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะงานแสดงละครฉากใหญ่นะ" เขากล่าวพลางยกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตานั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "แต่ดูเหมือนตัวละครลับที่พวกเจ้าพยายามซ่อนไว้... จะไม่อยากหลบอยู่หลังม่านอีกต่อไปแล้วกระมัง" สิ้นคำพูดของเขา ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่เป็นพ่อบ้านคนสนิทของจวนหลินที่ข้าไว้ใจที่สุด ก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้ก้มหน้าก้มตาอย่างเช่นเคย แต่กลับจ้องมองมาที่ข้าด้วยสายตาเกลียดชังที่ปิดไม่มิด "ใช่... ข้าเองที่เขียนจดหมายนั่น" พ่อบ้านคนนั้นเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะหันไปทางหลินเฟยเฟยแล้วก้มลงกราบ "คุณหนูรอง... แผนการที่ท่านวางไว้ ข้าได้จัดการให้ตามประสงค์แล้ว ขอเพียงท่านรักษาสัญญาที่จะมอบอิสรภาพให้ครอบครัวข้าก็พอ!" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วโถงใหญ่ หลินเฟยเฟยหน้าซีดเผือดเหมือนคนตาย ดวงตาของนางสั่นระริกเมื่อหันมามองข้าที่กำลังยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ท่ามกลางสถานการณ์ที่พลิกผันเกินคาดเดานี้ ข้าไม่รู้เลยว่าการดึงเอา 'ตัวจริง' ที่อยู่เบื้องหลังออกมา จะเป็นการเปิดประตูสู่ขุมนรก... หรือเป็นกับดักที่ข้ากำลังก้าวเข้าไปหาด้วยตัวเองกันแน่! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความแค้นที่แสนหวานครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%