"พี่หญิง... ท่านอย่าได้โทษเฟยเฟยเลยนะเจ้าคะ หากวันนี้ท่านต้องถูกเนรเทศออกไปจากจวนจริงๆ น้องจะคอยส่งเงินและของใช้ไปให้ท่านเองที่ชายแดน แม้ว่าท่านจะทำผิดต่อท่านแม่และทำให้ตระกูลหลินต้องอับอายขายหน้าเพียงใดก็ตาม"
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเสแสร้งปนสมเพชบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ความเย็นเยียบของคมกระบี่ที่เคยวางอยู่บนลำคอในวินาทีสุดท้ายแห่งความตายของชาติก่อน ยังคงหลอกหลอนจนหลินเยว่สะดุ้งสุดตัว
ทว่า... กลิ่นกำยานที่อบอวลอยู่ในห้องมิใช่กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะเป็น
หลินเยว่ลืมตาโพลงขึ้น ร่างกายของนางไม่ได้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย แต่นางกลับนอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรในเรือนบุปผาหอม เรือนพักของนางในวัยสิบเจ็ดปี! ความรู้สึกหน่วงที่หน้าอกจางหายไป เหลือเพียงความร้อนรุ่มของพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในกาย นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง สิ่งของทุกชิ้นยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม จานเครื่องประดับที่นางเคยทำแตกในวันสำคัญถูกวางไว้บนโต๊ะอย่างสมบูรณ์ไร้รอยร้าว
นี่นาง... หวนคืนกลับมาแล้วจริงๆ หรือ?
"พี่หญิง? ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำไมถึงทำหน้าตาเช่นนั้น หรือว่าท่านยังทำใจไม่ได้ที่ท่านพ่อสั่งกักบริเวณท่าน?"
หลินเฟยเฟย ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่นางแสนเกลียดชัง ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือนางถือถ้วยยาที่ส่งกลิ่นฉุนกึก หลินเยว่จำมันได้ดี... ยาถ้วยนี้คือต้นเหตุที่ทำให้นางเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ จนเสียความสามารถในการฝึกยุทธ์และถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีอ่อนแอ ไร้ค่า
หลินเยว่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดจากการถูกทรมานในชาติก่อนยังคงหลงเหลือเป็นความทรงจำที่แจ่มชัด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของนางในยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ลึกล้ำดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร นางไม่ได้มองน้องสาวตัวดีด้วยความสงสารหรือโง่เขลาอีกต่อไป
"ยาถ้วยนี้... เจ้าช่างอุตส่าห์ต้มมาให้ข้าด้วยตัวเองเลยหรือ เฟยเฟย?" หลินเยว่เอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงแรงกดดันจนหลินเฟยเฟยชะงักไปชั่วครู่
"ก็น้องเห็นท่านไม่สบาย... ก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา ท่านแม่ก็กำชับว่าให้พี่หญิงดื่มให้หมด อย่าได้เอาแต่ใจเหมือนคราวก่อนอีก"
หลินเยว่แค่นหัวเราะในลำคอ นางเอื้อมมือไปรับถ้วยยามาถือไว้ สัมผัสอุ่นจากกระเบื้องเคลือบทำให้หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงและดุดัน นางไม่ได้นำยาไปใกล้ริมฝีปาก แต่กลับหมุนถ้วยยาเบาๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของน้องสาว
"เจ้าคงเป็นห่วงข้ามากเสียจนลืมไปว่า... กลิ่นสมุนไพรหญ้าลวงตาที่ผสมอยู่ในยานี้ มันมีสรรพคุณทำให้คนหลับลึกจนไม่ตื่น ไม่ใช่ยาบำรุงที่ท่านแม่จะสั่งให้ต้มมาให้ข้าหรอกใช่ไหม?"
ใบหน้าของหลินเฟยเฟยเผือดสีลงทันตาเห็น มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าเริ่มสั่นระริก "พี่หญิง... ท่านพูดจาเลอะเทอะอะไร! น้องจะทำร้ายท่านไปทำไม ท่านเป็นพี่สาวข้านะ!"
"พี่สาวหรือ?" หลินเยว่ลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยบอบบางกลับดูสูงส่งและทรงอำนาจขึ้นอย่างประหลาด นางก้าวเข้าหาหลินเฟยเฟยทีละก้าว กดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไปจนชิดขอบเตียง "ในเมื่อข้ายังไม่ตาย ในเมื่อสวรรค์ยังเมตตาให้ข้ากลับมา... เจ้าคิดว่าหมากที่เจ้าเดินไว้ในกระดานนี้ จะยังคงทำร้ายข้าได้อีกหรือ?"
นางเทยาในถ้วยลงบนกระถางต้นไม้ข้างหน้าต่างอย่างไม่ใยดี ในชั่วพริบตาเดียว ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานก็เหี่ยวเฉาลงและเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถูกไฟแผดเผา!
หลินเฟยเฟยหน้าซีดเผือดจนเกือบจะเป็นลม "ท่าน... ท่านทำอะไรลงไป!"
"ข้าแค่กำลังจะเตือนเจ้าว่า... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เลิกเล่นบทนางเอกผู้แสนดี แล้วเตรียมตัวรับผลของการกระทำที่เจ้าได้เริ่มไว้เถอะ" หลินเยว่ขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของน้องสาว กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นปานน้ำแข็งขั้วโลก "เพราะบัญชีแค้นที่เจ้าทำกับข้าไว้... ข้าจะค่อยๆ ชำระคืนให้เจ้าทีละดอก ทีละต้น จนกว่าเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะยืน"
พลันนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเรือน บานประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรง เงาของชายผู้หนึ่งทอดทับเข้ามาในห้อง เขาสวมชุดสีดำปักลายเมฆาด้วยด้ายทอง ท่าทางสง่างามและมีกลิ่นอายของนักล่าที่ยากจะต้านทาน
"ข้าไม่นึกเลยว่า เรือนของตระกูลหลินจะมีความบันเทิงที่น่าสนใจเช่นนี้ให้ชมตั้งแต่เช้า"
เฉินอ๋อง—มู่หรงเฟย—ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับจ้องมองหลินเยว่ไม่วางตา ราวกับกำลังค้นพบสมบัติล้ำค่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองเถ้าถ่าน
หลินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นชายผู้นี้ในเวลานี้... ชายผู้ที่ในชาติก่อนเขาคือคนที่มาเก็บกวาดซากศพของนางไปฝังอย่างสมเกียรติ ทั้งที่เขาและนางไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกัน
"ท่านอ๋อง... เหตุใดถึงได้เสด็จมาที่เรือนของหม่อมฉันอย่างกะทันหันเช่นนี้เพคะ?" หลินเยว่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบแต่ทว่าระแวดระวัง
มู่หรงเฟยหยิบพัดขึ้นมาคลี่ออกเบาๆ มุมปากของเขากระตุกยิ้มที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้ "ข้าเพียงแค่ได้ยินมาว่า 'คุณหนูรอง' ผู้อ่อนแอคนนี้ เปลี่ยนไปจนแม้แต่ต้นไม้ยังต้องตาย... ข้าเลยอยากจะมาดูด้วยตาตัวเองว่า ข่าวลือนี้จะเป็นจริงอย่างที่ข้าคิดไว้หรือไม่"
เขาสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเยว่ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกประหม่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
"และดูเหมือนว่า... ข้าจะมาได้จังหวะเสียด้วยสิ" เขาเหลือบมองหลินเฟยเฟยที่ยังคงสั่นเทาอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับหลินเยว่โดยตรง "หลินเยว่... เจ้าพร้อมจะยอมรับความจริงที่ว่า 'ศัตรู' ของเจ้า ไม่ได้มีแค่คนในจวนหลังนี้เพียงอย่างเดียวหรือยัง?"
หลินเยว่ขมวดคิ้วแน่น คำพูดของเขามีความหมายแฝงที่นางยังเข้าไม่ถึง นี่เขามาเพื่อเตือน หรือมาเพื่อล่อลวงนางเข้าสู่กับดักใหม่กันแน่? ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากถาม ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงประกาศก้องจากบ่าวรับใช้หน้าจวน
"ท่านพ่อสั่งให้คุณหนูหลินเยว่ไปที่โถงใหญ่เดี๋ยวนี้! มีคนจากราชสำนักนำราชโองการมาถึงที่จวนแล้ว!"
หลินเยว่กำหมัดแน่น ข่าวนี้นางจำได้ดี... นี่คือจุดเริ่มต้นของการถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับบุรุษเสเพลจ้าวหมิง เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองของตระกูลหลิน!
นางหันกลับไปสบตาเฉินอ๋องอีกครั้ง พบว่าเขากำลังมองนางด้วยแววตาสนุกสนานอย่างเปิดเผย ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
"จะไปไหม?" เขาถามเบาๆ เหมือนท้าทาย
หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ไม่อาจมีใครหยุดได้ "ไปสิเพคะ... ในเมื่อเขาอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญมาถึงที่ ข้าก็ไม่ควรทำให้พวกเขาต้องเสียเวลา"
การเดิมพันครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และคราวนี้ นางจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดินอีกต่อไป
หงส์เพลิงที่เคยถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ บัดนี้ได้ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่านพร้อมกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในการฟื้นคืนของหงส์เพลิงตัวนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 2
หวนคืนสู่อดีต
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!