หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 30

งานเลี้ยงฉลองชัย

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"พี่หญิงเยว่... ช่างน่าเสียดายจริงๆ นะคะที่งานเลี้ยงครั้งนี้ พี่ไม่อาจนำ 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญมาอวดโฉมได้ ดูสิคะ ทั่วทั้งโถงจัดงานต่างจับจ้องมาที่ข้าด้วยความชื่นชม หรือบางที... พี่อาจจะกำลังกลัวว่าหากนำออกมาแล้ว จะถูกเปรียบเทียบจนกลายเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคน?" น้ำเสียงหวานหยดราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษของหลินเฟยเฟยดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ งานเลี้ยงฉลองชัยที่ควรจะเป็นการแสดงอำนาจของตระกูลหลิน บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีประชันฝีปากระหว่างพี่น้องที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ หลินเยว่ไม่ได้รีบร้อนโต้ตอบ นางเพียงแค่ยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปากเบาๆ สัมผัสความร้อนแรงของเหล้าหมักชั้นเลิศที่ไหลผ่านลำคอ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาหงส์จ้องมองเงาสะท้อนของหลินเฟยเฟยในจอกสุรานั้น ก่อนจะวางจอกลงช้าๆ เสียงกระทบของมันกับโต๊ะไม้หอมทำเอาผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบข้างถึงกับสะดุ้ง "ของขวัญชิ้นสำคัญงั้นหรือ?" หลินเยว่ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก "น้องหญิงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว พี่น่ะเป็นคนประเภทที่หากของไม่ดีจริง หรือไร้ค่าเกินกว่าจะนำเสนอ พี่ก็มักจะเลือกเก็บมันไว้ในที่ที่ควรอยู่... เช่นในกองขยะ หรือไม่ก็ในที่ที่มันเคยจากมา" หลินเฟยเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบิดเบี้ยวไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับกลับเป็นรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด นางก้าวเข้ามาใกล้หลินเยว่มากขึ้น จนได้กลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างของพี่สาว "พี่หญิงคงจะหมายถึงความล้มเหลวในการเจรจาการค้าที่เมืองหลวงสินะคะ" จ้าวหมิงที่ยืนอยู่ข้างกายหลินเฟยเฟยเอ่ยขึ้นแทรกด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำตัวให้ดูเป็นผู้มีอำนาจ เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาที่เคยมองหลินเยว่ด้วยความรัก บัดนี้เหลือเพียงความละโมบและความดูแคลน "ตระกูลหลินต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่คนที่มีแต่ความหยิ่งผยองแต่ไร้ผลงาน หากพี่เยว่เหนื่อยนัก ข้าคิดว่าเฟยเฟยเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปมากกว่า" บรรยากาศในโถงจัดงานอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แขกเหรื่อต่างลดเสียงสนทนาลงเพื่อรอดูความบันเทิงเบื้องหน้า หลินเยว่หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับกังวานและทรงพลังยิ่งกว่าเสียงดนตรีบรรเลงในงาน นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงที่ปักดิ้นทองประณีตดูราวกับไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า "จ้าวหมิง... ท่านช่างเป็นบุรุษที่โชคดีจริงๆ นะคะ ที่มีน้องหญิงเฟยเฟยคอยเป็น 'เงา' ให้" หลินเยว่ก้าวเดินเข้าไปหาทั้งสองคนอย่างมั่นคง "แต่การจะพูดเรื่องตำแหน่งผู้นำตระกูล มันต้องใช้ทั้ง 'สมอง' และ 'หลักฐาน' ไม่ใช่แค่ปากที่พ่นคำหวานเพื่อหลอกล่อให้คนโง่หลงเชื่อ" นางหยิบม้วนกระดาษหนังที่ประทับตราลับออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะกลางท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง "นั่นคือรายชื่อการยักยอกเงินทุนโครงการขุดลอกคูคลองทางเหนือ... ลายเซ็นของผู้รับเงินคนสุดท้าย มิใช่ข้า... แต่เป็นท่าน จ้าวหมิง และบัญชีที่โอนผ่านเข้าสู่ตระกูลหลินสาขารอง... ซึ่งก็คือที่ที่น้องหญิงเฟยเฟยดูแลอยู่" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงฮือฮาดังระงม หลินเฟยเฟยหน้าถอดสี ท่าทางอ่อนหวานมลายหายไปสิ้น นางรีบตะครุบม้วนกระดาษนั้น แต่หลินเยว่ไวกว่า นางดึงมันกลับมาและหักกิ่งไม้เล็กๆ บนโต๊ะไม้ประดับจี้จุดลงไปที่ข้อมือของน้องสาวจนหลินเฟยเฟยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด "อย่าได้ริอาจแตะต้องสิ่งที่เจ้าไม่ควรแตะ เฟยเฟย" หลินเยว่กระซิบข้างหูของน้องสาวที่กำลังสั่นเทา "นี่เป็นเพียงบทเริ่มต้นของการจ่ายค่าตอบแทนที่เจ้าเคยทำกับข้าในชาติ... อ้อ ข้าหมายถึงในความทรงจำที่ข้าไม่อาจลืม" ทันใดนั้นเอง ม่านประตูด้านหน้าโถงใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารองครักษ์นับสิบนายก้าวเข้ามาพร้อมกับชายผู้หนึ่งที่สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหน้ากากเงิน ทว่าแววตานั้นกลับดุดันและเย็นเยียบราวกับขุมนรก มู่หรงเฟย... เฉินอ๋อง ผู้ที่ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูด้วย เขาก้าวผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างหวาดกลัว ตรงมาหยุดลงเบื้องหน้าหลินเยว่ แววตาของเขาไม่ได้มองไปยังจ้าวหมิงหรือหลินเฟยเฟยเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินเยว่ ราวกับจะอ่านทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน "ข้าได้ยินมาว่างานเลี้ยงนี้มีเรื่องสนุกให้ชม" เฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดัน "และดูเหมือนว่า ของขวัญที่เจ้าเตรียมไว้ให้แขกเหรื่อ... จะไม่ใช่แค่บัญชีการเงินงั้นสินะ?" เขาขยับนิ้วเพียงนิดเดียว ทหารคนหนึ่งก็นำกล่องไม้เก่าคร่ำครึกล่องหนึ่งมาวางไว้บนโต๊ะ กล่องนั้นถูกล็อคด้วยกลไกที่ไม่มีใครในที่นี้รู้จัก แต่มันกลับส่งกลิ่นอายของความตายและความลับที่ถูกฝังมานานนับสิบปีโชยออกมา หลินเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นตราประทับบนกล่องไม้ที่นางจำได้ดีว่ามันเป็นของใคร... ตราประทับของตระกูลจ้าวที่ควรจะสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน "ของชิ้นนี้... เจ้าบอกว่ามันสำคัญไม่ใช่หรือ หงส์เพลิง?" เฉินอ๋องแย้มยิ้มที่มุมปาก ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งห้องโถงที่เริ่มรู้ตัวว่า บัดนี้ความลับดำมืดที่สุดของตระกูลผู้มีอำนาจกำลังถูกเปิดเผยพร้อมกันในคืนนี้ หลินเยว่จ้องมองกล่องนั้น ก่อนจะหันมามองใบหน้าซีดเผือดของหลินเฟยเฟยและจ้าวหมิงที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัวถึงขีดสุด ความแค้นที่สั่งสมมานานนับชาติกำลังจะได้รับการชำระ... โดยมีเฉินอ๋องเป็นผู้ถือเข็มทิศนำทาง หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแค้นครั้งนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%